คิม ไทยแลนด์ รับชีวิตเปลี่ยน เผยสื่อไทยและเทศขอสัมภาษณ์หลังเปิดตัว

คิม ไทยแลนด์ รับชีวิตเปลี่ยน เผยสื่อฯ ไทยและเทศขอสัมภาษณ์หลังเปิดตัว”เถ้าแก่ร้อยล้านในโลกโซเชียลฯ”

วันที่12 ก.พ. ที่ลานเอนกประสงค์ ชั้น 2 อาคารบี ศูนย์ราชการฯ แจ้งวัฒนะ ผู้สื่อข่าวเจอ คิม ไทยแลนด์ หรือ ริช ปากน้ำ นายอุเทน เหลืองแสงทอง อายุ 41 ปี เถ้าแก่ 100 ล้าน เจ้าของบริษัท ริช นีออนไลท์ จำกัด ธุรกิจด้านสื่อป้ายโฆษณา ผู้ซึ่งมีใบหน้าบุคลิกท่าทางนาย คิม จอง อึน ผู้นำของเกาหลีเหนือ

เจ้าตัวเปิดเผยว่า หลังจากที่มีสื่อออนไลน์มาสัมภาษณ์และนำเรื่องราวชีวิตที่ประสบความสำเร็จ แม้จะเรียนน้อย จบแค่ ม.3 ด้วยวัยเพียงแค่ 40 ปี แต่มีทรัพย์สินร่วมร้อยล้านบาทไปเผยแพร่ ก็มีสื่อมวลชนทั้งของไทยและต่างประเทศหลายสำนักติดต่อเข้ามาขอสัมภาษณ์ ก็ได้ตอบรับและนัดหมายให้เวลากันไปตามสะดวกของทุกฝ่าย

นอกจากนั้นก็ยังมีสื่อด้านบันเทิงเชิญไปขอสัมภาษณ์เป็นแขกรับเชิญ ล่าสุดเมื่อเช้าที่ผ่านมารายการ “เล่นใหญ่ จัดใหญ่”ของคุณ บุ๋ม ปนัดดา วงศ์ผู้ดี ได้เชิญไปสัมภาษณ์ อัดรายการที่สตูดิโอของสถานีช่องไบร์ท ทีวี ถนนแจ้งวัฒนะ ซึ่งจะออกอากาศคืนวันพรุ่งนี้ (13 ก.พ.) เวลา 21.00 น. ใครสนใจก็ติดตามชมกันได้ตามวันเวลาดังกล่าว

บุ๋ม ปนัดดา บอกยอมรับว่าเห็นแล้วเหมือน คิม จอง อึล ผู้นำเกาหลีเหนือจริงๆ เจอข้างนอกก่อนอัดรายการเห็นแล้วยังตกใจเกือบยกมือสวัสดีเลย นายอุเทน บอกในรายการว่าตนคิดว่าตัวเองมีความเหมือนคิม ตัวจริงประมาณ 90% หากมีโอกาสก็อยากไปเจอตัวจริงอยู่เหมือนกัน
บุ๋ม ปนัดดา ถามถึงความนิยมในองค์หลวงพ่อคูณ และพญาครุฑของพระอาจารย์วรา ที่คล้องคอติดตัวตลอด ซึ่งตัวบุ๋ม ปนัดดา พิธีกรก็มีความนิยมศรัทธาหลวงพ่อวราห์เช่นกันก่อนจะหยิบโทรศัพท์มือถือที่หลวงพ่อวราห์จารชื่อให้เธอ โดยบอกว่าจะได้มีงานเข้ามาเยอะๆ

หลังบันทึกเทปรายการเสร็จนายอุเทน ยังได้ควักเงินสมทบทุนรวมกับเงินที่ทางรายการมอบกับแขกรับเชิญที่มาออกรายการทุกคน เพิ่มอีกจำนวนหนึ่งฝากให้ บุ๋ม ปนัดดา นำไปใช้ในกิจกรรมทำบุญต่าง ๆ ด้วย

นายอุเทน หรือ คิม ไทยแลนด์ กล่าวต่อ เพิ่งอัดรายการเสร็จจึงแวะมาอุดหนุนร้านเบเกอรี่ของแฟนเพื่อนที่มาออกบู๊ทที่ศูนย์ราชการฯ นี่พอดี ขณะเลือกซื้ออยู่ก็มีแม่ค้าร้านอื่น รวมทั้งประชาชนที่มาทำธุระที่นี่เห็นตนก็พากันมาของถ่ายรูปด้วย บางรายบอกชื่นชมว่าเป็นคนที่ขยันทำมาหากินเก่ง จนประสบความสำเร็จได้รวดเร็ว แม่ค้าขนมหลายรายนอกจากเอาขนมที่ขายมาฝากให้เอากลับไปทาน แล้วต่างก็ขอให้นายอุเทน ช่วยไปยืนถือขนมเพื่อถ่ายรูปไปอวดด้วย ซึ่งนายอุเทนก็ไม่ขัดข้องตามใจทุกคน ดีใจที่เห็นทุกคนมีความสุข ใบหน้ามีรอยยิ้ม ทำให้ตัวเองมีความรู้สึกเหมือนกับเป็นคนดัง พร้อมกับฝากบอกขอบคุณทุกคนที่ให้เกียรติมาขอถ่ายรูปกับเขาด้วย

จบจากการถ่ายรูปบรรดาร้านค้าที่มาออกร้านที่ศูนย์ราชการแล้ว นายอุเทน หรือ คิม ไทยแลนด์ ได้เดินทางขึ้นไปพบ พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ ดีพอ ผกก.3 บก.ปอท.และ โฆษก บก.ปอท.เพื่อปรึกษากรณีที่ตนร้องเรียนเรื่องเครื่องยนต์รถ จยย.ฮาเลย์ เดวิดสัน ที่ได้ยื่นเรื่องต่อ สคบ.เมื่อวันศุกร์ที่ 8 ก.พ.ที่ผ่านมา ว่า มีการติดต่อเจรจาซื้อขายรวมทั้งเจรจาเรื่องการซ่อมฯผ่านแอปพลิเคชั่นไลน์ ตรงจุดนี้จะสามารถมาแจ้งความ บก.ปอท.ได้หรือไม่ ซึ่ง โฆษก บก.ปอท.บอกขอดูข้อมูลรายละเอียดก่อน

จากนั้นนายคิม ไทยแลนด์ ได้กล่าวประชาสัมพันธ์ให้ บก.ปอท.ว่า “หากพี่น้องท่านใดตกเป็นเหยื่อ ถูกแฮก ถูกฉ้อโกง ผ่านสื่อโลกออนไลน์ รวมทั้งใครมีข้อมูลเบาะแสเกี่ยวกับข่าวปลอม ขอให้มาแจ้งความกับพนักงานสอบสวน บก.ปอท.ได้ที่อาคารบี ศูนย์ราชการฯ แจ้งวัฒนะฯ ….รับรองตนไม่สั่งยิงเป้าเด็ดขาด “

ก่อนเดินทางกลับเดินผ่านสำนักงาน กกต.มีสื่อมวลชนการเมือง ซึ่งเคยสัมภาษณ์เมื่อวันที่ 8 ก.พ.เห็นนายคิม ไทยแลนด์ เดินผ่านจึงขอถ่ายรูปและร้องขอให้เขาช่วยพูดเชิญชวนคนไทยไปเลือกตั้ง ซึ่งนายอุเทน ก็ไม่ปฏิเสธเดินเข้าไปยังบริเวณ กกต.พร้อมกับกล่าวว่า
“ในวันที่ 24 มี.ค.ที่จะถึงนี้ เป็นโอกาสดีที่ กกต.ได้จัดให้มีการเลือกตั้ง สส. หลังจากไม่มีการเลือกตั้งมานาน 4-5 ปีแล้วฝากถึงพี่น้องประชาชนคนไทยทั่วประเทศ สำหรับคนที่มีสิทธิลงคะแนนเสียงเลือกตั้งได้ ขอให้ออกมาลงคะแนน จะเลือกใครก็ไม่ว่ากัน ขอให้ประชาชนออกมาใช้สิทธิเยอะๆ อย่าให้น้อยหน้าผู้นำคิมอย่างตน”

เลือกตั้ง62 : ประธาน กกต. แจงกรณียุบ ทษช. ยันยังพิจารณาไม่เสร็จ

อิทธิพร บุญประคอง ประธานกกต. แจงกรณียุบ ทษช. ยันยังพิจารณาไม่เสร็จ

จากกรณีกระแสข่าว กกต.มีมติส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยสั่งยุบพรรคไทยรักษาชาติ จากกรณี เสนอแคนดิเดตนายก เข้าข่ายผิดพ.ร.ป. ว่าด้วยพรรคการเมืองมาตรา 92 ต่อที่เสนอข่าวไปแล้ว

ล่าสุดในช่วงวันนี้ (12 ก.พ.62)ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายอิทธิพร บุญประคอง ประธานกกต.ได้ชี้แจงผ่านไลน์มายังผู้สื่อข่าวว่า “ฝากเรียนทุกท่านที่รออยู่ด้วยว่า กำลังพิจารณาอยู่ ยังไม่แล้วเสร็จ ถ้าผมหรือเลขาธิการมิได้ให้ข่าว กรุณาอย่าถือว่าเป็นข่าวจริงนะครับ อย่างน้อยที่สุดถ้าการพิจารณาแล้วเสร็จแล้ว จะเรียนให้ทราบ ถ้ามิใช่แถลงข่าวก็เป็นเพรสครับ”

อย่างไรก็ตาม มาตรา92 พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง กำหนดความผิดไว้ว่า เมื่อ กกต.มีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่าพรรคการเมืองใดกระทำการ (1)ล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข หรือ เพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจในการปกครองประเทศ โดยวิธีการซึ่งมิได้เป็นไปตามวิถีทางที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ (2) กระทำการอันอาจเป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ให้ศาลรัฐธรรมนูญสั่งยุบพรรคการเมืองและเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของคณะกรรมการบริหารพรรคการเมืองนั้น

เริ่มแล้ว ‘วิวาห์ใต้สมุทร 2019’ หนึ่งเดียวในโลก

เริ่มแล้ววิวาห์ใต้สมุทร 2019 หนึ่งเดียวในโลก บ่าวสาว 19 คู่ ควงแขนในงานวิวาห์เริ่มแล้ววันแรก

วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2562 ที่โรงแรมธรรมรินทร์ ธนา อ.เมือง จ.ตรัง บรรยากาศภายในงานวิวาห์ใต้สมุทร 2019 ครั้งที่ 23 ได้มีคู่บ่าวสาว ทั้ง 19 คู่ ชาวไทย 16 คู่และ ชาวต่างชาติ 3 คู่ คือ จีน มาเลเซีย และเนเธอร์แลนด์ โดยเจ้าบ่าวเจ้าสาวต่างสวมชุดเจ้าบ่าวเจ้าสาวแต่งหน้าอย่างสวยงาม ซึ่งบรรยากาศภายในงานเป็นอย่างอบอุ่นและหอมหวาน ซึ่งในเช้าวันนี้เริ่มต้นด้วยพิธีต้อนรับคู่บ่าวสาว นำโดยนายพิชัย มะนะสุทธิ์ ประธานหอการค้าจังหวัดตรัง กล่าวอวยพรแก่คู่บ่าวสาวทั้ง 19 คู่ ท่ามกลางบรรดาแขกเหรื่อที่มาร่วมร่วมแสดงความยินดีเป็นจำนวนมากและบรรดาช่างภาพแห่ร่วมกันบันทึกภาพคู่บ่าวสาวเพื่อสร้างความประทับใจให้แก่คู่บ่าวสาวภายในงานอีกด้วย

ทางด้านMr.Ding Qiang อายุ 32 ปีและ MS.Pan Zhijie อายุ 33 ปี คู่บ่าวสาวประเทศจีน กล่าวว่า ตนเองและภรรยาเป็นเจ้าของร้านอาหาร ได้ทราบข่าววิวาห์ใต้สมุทรทางอินเตอร์ และด้วยความที่ภรรยาชอบดำน้ำอยู่แล้วจึงได้ชวนกันมาร่วมงาน ซึ่งครั้งนี้เป็นแรกที่มาเที่ยวจ.ตรัง ซึ่งทั้งตนเองและภรรยารู้สึกมีความสุขที่ได้รับการตอบรับที่อบอุ่น หลังจากร่วมงานวิวาห์ก็จะนำไปบอกต่อเพื่อนให้มาร่วมในปีต่อไปอีกด้วย

น.ส.สายทอง ภาคาวัลย์ อายุ 48 ปี และMr.Hermanus Henricus Nicc อายุ 51 ปี เจ้าบ่าวประเทศเนเธอแลนด์ กล่าวว่า ตนเองและภรรยาทราบข่าวทางยูทูปว่ามีการจัดงานวิวาห์ใต้สมุทร จึงได้ตัดสินใจมาร่วมพิธีวิวาห์ใต้สมุทร เนื่องจากเจ้าบ่าวชอบประเพณีการแต่งงานแบบไทยๆจึงชวนกันมาร่วมงานดังกล่าว รู้สึกมีความสุขมากและมีการต้อนรับที่แสนอบอุ่น และในงานยังมีให้คู่บ่าวสาวได้กินข้าวเหนียวแกงไก่ซึ่งเป็นประเพณีการแต่งงานแบบไทย ตนเองก็ไม่เคยได้ชิมมาก่อนจึงอยากจะมาลองชิมอีกด้วย

หลังจากนั้นคู่บ่าวสาวได้เดินทางไปท่องเที่ยวสถานที่สำคัญในจังหวัดตรัง แบ่งเป็น 3 อำเภอ ได้แก่ อ.นาโยง อ.ห้วยยอด อ.กันตัง เพื่อประชาสัมพันธ์สถานที่สำคัญของจังหวัดตรัง และบันทึกภาพคู่บ่าวสาวสร้างความประทับใจ

สำหรับที่ชุดแรกคู่บ่าวสาวแต่งชุดเจ้าบ่าวเจ้าสาวจำนวน 5 คู่ เดินทางไปเยี่ยมชม ที่สวนพฤกษศาสตร์เขาช่อง น้ำตกกะช่องโตนน้อย ต.ช่อง อ.นาโยง ซึ่งที่แห่งนี้มีโบราณสถานที่สำคัญ คือ ตำหนักโปร่งฤทัย (พลับพลารัชกาลที่ 5) เดิมเรียกว่า “พลับพลาช่อง”สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นมาเมื่อประมาณ พ.ศ.2452-2458 ระหว่างรัชกาลที่ 5-6 เพื่อใช้เป็นที่พักระหว่างทางไปสู่น้ำตกและใช้เป็นพลับพลาที่ประทับเมื่อครั้งที่พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 คราวเสด็จมาทอดพระเนตรน้ำตกช่อง ในคราวเสด็จมณฑลมลายูใน พ.ศ.2471 ปัจจุบันที่ตั้งของพลับพลาเป็นพื้นที่ของศูนย์เพาะกล้าไม้ช่อง ตำบลช่อง ถนนสายตรัง-พัทลุง ตัวสถาปัตยกรรมเป็นศาลาโครงสร้างไม้ ทรงแปดเหลี่ยมมุงด้วยกระเบื้องว่าว

กรมศิลปากรประกาศขึ้นทะเบียนและกำหนดของเขตที่ดินโบราณสถานในราชกิจจานุเบกษา ตอนพิเศษ เล่ม 113 ตอนพิเศษ 50 ง วันที่ 18 ธันวาคม 2539 เนื้อที่ศาลาแปดเหลี่ยมประมาณ 56 ตารางวา และพลับพลาประมาณ 2 งาน 72.25 ตารางวา

ซึ่งคู่บ่าวสาวต่างประทับใจกับบรรยากาศเงาร่มไม้และได้สัมผัสน้ำตกที่ใสและเย็นสดชื่นอีกด้วย ส่วนในช่วงบ่ายคู่บ่าวสาวจะเข้าร่วมขบวนแห่ไปตามถนนพระรามหก เริ่มจากหน้าโรงแรมธรรมรินทร์ ไปถึงหอนาฬิกา ในขบวนจะประกอบไปด้วย ขบวนกลองยาว ขบวนขันหมาก ขบวนคู่บ่าวสาว และขบวนแขกผู้มีเกียรติ พร้อมทั้งวงดุริยางค์จากสถานศึกษาบรรเลงตามจุดต่างๆจากนั้นคู่บ่าวสาวก็จะเข้าสู่พิธีหลั่งน้ำพระพุทธมนต์และประสาทพร และร่วมงานเลี้ยงต้อนรับและประเพณีกินเหนียว ณ โรงแรมธรรมรินทร์ ธนา