เกษตรกรอิตาลีเทนมหลายพันลิตรทิ้งลงบนถนน ประท้วงรัฐบาล

เกษตรกรชาวอิตาลีเทน้ำนมหลายพันลิตรทิ้งลงบนถนน ประท้วงรัฐบาลกรณีราคานมตกต่ำ

เกษตรกรและผู้เลี้ยงแกะในเมืองอุซเซียรี แคว้นปกครองตนเองซาร์ดิเนีย ของอิตาลี ชุมนุมประท้วงกรณีราคาน้ำนมตกต่ำ เมื่อวานนี้ ด้วยการเทน้ำนมหลายพันลิตรทิ้งจากสะพานลงมาบนทางหลวง ทำให้การจราจรติดขัดและถนนกลายเป็นสีขาวครีม

กลุ่มผู้ประท้วงเริ่มชุมนุมกันตั้งแต่เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งมีผู้ประท้วงหลายร้อยคนเทน้ำนมทิ้งลงบนถนน และทิ้งน้ำนมใส่โรงงานแปรรูปนม

ปัจจุบัน เกษตกรขายน้ำนมได้ราคา 50 เซ็นต์ยูโร หรือราว 17 บาท ต่อ 1 ลิตร ซึ่งเป็นราคาที่ผู้ประท้วงคนหนึ่งระบุว่า ตกต่ำที่สุดนับตั้งแต่ยุค 1970

หนึ่งในผู้ประท้วงซึ่งไม่ต้องการเปิดเผยชื่อ กล่าวว่า พวกเราอดทนมามากพอแล้ว หากไม่มีการเปลี่ยนแปลงสถานการณ์ราคานม การประท้วงก็จะดำเนินต่อไป

“โคลดิเรตตี” สหภาพเกษตรกรรมอิตาลี ระบุว่า มีการทำฟาร์มแกะถึง 12,000 แห่งในแคว้นซาร์ดิเนีย และแกะแต่ละตัวผลิตน้ำนมถึง 300 กิโลกรัมต่อปี ซึ่งส่วนใหญ่จะถูกนำไปแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ชีสเพโคริโน่

ด้วยจำนวนแกะซึ่งมีมากถึง 1.5 ล้านตัว ทำให้แคว้นซาร์ดิเนียเป็นภูมิภาคที่มีจำนวนแกะหนาแน่นที่สุดในอิตาลี โดยคิดเป็นแกะ 2 ตัว ต่อทุกๆ ผู้อยู่อาศัย 1 คน

‘ปรีชาพล’ เคลื่อนไหวแล้ว! น้อมรับพระราชโองการ

“ปรีชาพล” เคลื่อนไหวแล้ว! น้อมรับพระราชโองการ

วันนี้ ( 12 ก.พ. 62) ที่ ทำการพรรคไทยรักษาชาติ ร้อยโท ปรีชาพล พงษ์พานิช หัวหน้าพรรคไทยรักษาชาติ ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนครั้งแรกหลังเหตุการณ์ 8 ก.พ.62 โดยกล่าวว่า

“เราตั้งใจดีครับ เราปรารถนาดี ผมเชื่อว่าคนไทยทุกคนรักประเทศ และเราคิดว่านี่เป็นทางออกของประเทศแต่ในเมื่อมีพระราชโองการออกมาแล้ว พวกเราทุกคนต้องน้อมรับครับ เพราะเหนือเกล้าเหนือกระหม่อมของพวกเราคือพระเจ้าอยู่หัวและสถาบันพระมหากษัตริย์”

ทั้งนี้ ประกาศเดินหน้าหาเสียงต่อ พร้อมน้อมรับพระราชโองการไว้เหนือเกล้าเหนือกระหม่อม โดยไม่มีข้อโต้แย้งใดๆ ยืนยันทำทุกอย่างด้วยความบริสุทธิ์ใจ ตรงไปตรงมา ไม่หวั่นหากถูกตรวจสอบ เพราะเป็นหน้าที่ของฝ่ายตรวจสอบ พร้อมเข้าสู่กระบวนการ

โฆษกพรรคไทยรักษาชาติชี้แจงประเด็นการจัดซื้อโต๊ะหมู่บูชาและปรับปรุงสถานที่ของพรรค

ก่อนหน้านี้ หลังจากเกิดกระแสวิจารณ์เรื่องโต๊ะหมู่บูชา และพระบรมฉายาลักษณ์ภายในที่ทำการพรรคไทยรักษาชาติ ซึ่งนายพงศ์เกษม สัตยาประเสริฐ โฆษกพรรค ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก พงศ์เกษม สัตยาประเสริฐ ชี้แจงถึงเรื่องที่เกิดขึ้นโดยระบุว่า ‪

เนื่องจากมีการจัดซื้อโต๊ะหมู่บูชาและปรับปรุงสถานที่ของพรรค จึงมีการโยกย้ายวัสดุอุปกรณ์และจัดวางโต๊ะหมู่บูชาเป็นการชั่วคราว โดยการจัดลักษณะดังกล่าวเป็นความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนของเจ้าหน้าที่พรรค

ขณะเดียวกันในช่วงเวลานั้น เป็นช่วงที่มีสื่อมวลชนเข้าไปถ่ายภาพพอดี เมื่อทางพรรคทราบข่าว จึงสั่งให้มีการแก้ไขและดำเนินการให้ถูกต้องเป็นที่เรียบร้อยในทันที พร้อมกันนี้ทางพรรคจึงออกมาขออภัยสำหรับความผิดพลาดดังกล่าว

เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าตรวจสอบที่ทำการพรรคไทยรักษาชาติ

พันตำรวจตรีมงคล ทองเนื้อหา สารวัตรป้องกันปราบปราม สถานีตำรวจนครบาลทุ่งสองห้อง เข้าตรวจสอบที่ทำการพรรคไทยรักษาชาติ ถึงกรณีที่มีการโพสต์ภาพในโซเชียลมีเดียถึงการตั้งโต๊ะหมู่บูชาเครื่องทองน้อยพร้อมพระบรมฉายาลักษณ์ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งเบื้องต้นพบว่ามีการแก้ไขแล้ว

ประหาร! คนร้ายบุกปล้นเต็นท์รถ ก่อนนำไปทำคาร์บอมบ์ป่วนใต้

ศาลจังหวัดนาทวี พิพากษาคดีผู้ก่อเหตุปล้นเต็นท์รถมือสองใน อ.นาทวี เมื่อปี 2560 เพื่อนำรถไปประกอบระเบิด โดยถูกลงโทษประหารชีวิต และจำคุกตลอดชีวิต

รายงานข่าวแจ้งว่า วานนี้ (11 ก.พ.2562) ที่ จ.สงขลา ศาลจังหวัดนาทวี ได้อ่านคำพิพากษา ในคดีความผิดต่อความมั่นคงของรัฐ ความผิดเกี่ยวกับก่อการร้ายฯ อั้งยี่, ซ่องโจร ก่อให้เกิดระเบิด ความผิดต่อชีวิต พยายามกระทำผิดต่อเสรีภาพ ปล้นทรัพย์

จากกรณีมีผู้ก่อเหตุจำนวน 5 คนลุกปล้นรถยนต์จากเต็นท์รถยนต์วังโต้ คาร์เซ็นเตอร์ ในพื้นที่ อ.นาทวี ก่อนจะนำรถไปประกอบเป็นคาร์บอมบ์ใช้ในการก่อความไม่สงบในพื้นที่จังวหัดชายแดนภาคใต้ จนเป็นเหตุทำให้มีผู้เสียชีวิต 1 คน และบาดเจ็บ 2 คน โดยเหตุเกิดเมื่อวันที่ 16 สิงหาคม 2560 เวลา 11.34 น.

ซึ่งจากการพิจารณาพยานและหลักฐานแล้วเสร็จ  ผู้พิพากษาจึงมีคำสั่งตัดสินประหารชีวิต  นายอัตนันท์ หรือนัน สะอิ จำเลยที่ 1 ส่วนนายภาณุมาศน์ หลีเส็น จำเลยที่ 2, นายมะรอยีหรือเปาซีหรือยี ราแดง จำเลยที่ 3, นายฮารียะหรือแซะ การี จำเลยที่ 4 ศาลพิพากษาให้จำคุกตลอดชีวิต

และนายอับดุลมานัสหรือมาน เจะเลาะ จำเลยที่ 5 มีความผิดฐาน เป็นอั้งยี่ ศาลพิพากษาให้จำคุก 2 ปี 8 เดือน ทั้งนี้ ภายหลังมีคำพิพากษา กองบังคับการตำรวจภูธร จ.สงขลา ได้สั่งการให้ทุกพื้นที่เพิ่มมาตรการเข้มข้นในการป้องกันเหตุไม่สงบที่อาจจะเกิดขึ้น