ศาลอุทธรณ์ยกฟ้อง หญิงไก่ คดีค้ามนุษย์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้อง “หญิงไก่” คดีค้ามนุษย์ ชี้การกระทำของจำเลยไม่เข้าองค์ประกอบความผิดฐานค้ามนุษย์ ไม่ต้องชดใช้ค่าสินไหม

รายงานข่าวแจ้งว่า วันนี้ (12 ก.พ. 2562) ศาลอุทธรณ์ได้มีการนัดอ่านคำพิพากษา ในคดีที่พนักงานอัยการสำนักงานคดีค้ามนุษย์ 2 เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นางมณตา หยกรัตนกาญ หรือ หญิงไก่ เป็นจำเลยในความผิดฐานค้ามนุษย์ โดยกระทำแก่บุคคลอายุเกิน 15 ปี ตามพ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ พ.ศ.2551

จากกรณีลวงผู้เสียหาย 3 รายมาเป็นคนรับใช้ โดยบังคับใช้แรงงานตั้งแต่เวลา 05.00 น. ถึง 22.00 น. โดยไม่มีวันหยุดและไม่จ่ายค่าจ้าง ทำให้ทั้ง 3 ทนไม่ไหวจึงเข้าแจ้งความเอาผิดกับจำเลย

ซึ่งจากการพิจารณาและหลักฐานแล้วเสร็จ ศาลได้มีคำพิพากษาให้ยกฟ้อง เนื่องจากข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า จำเลยจัดที่พักอาศัยในคอนโด ซึ่งจำเลยให้เงินใช้ตามกรณีต่าง ๆ ให้โทรศัพท์ และสามารถออกไปซื้อของข้างนอกได้ แสดงว่าผู้เสียหายมีอิสระ ไม่ได้ถูกกักขังแต่อย่างใด  ส่วนคดีแพ่ง เมื่อฟังไม่ได้ว่าจำเลยกระทำความผิด จึงไม่ต้องชดใช้ค่าเสียหายให้ผู้เสียหายวึ่งเป็นจำเลยที่ 2 ตามที่ศาลชั้นต้นได้ตัดสินมาก่อนหน้านี้

สำหรับคดีนี้ ศาลชั้นต้นพิพากษาผู้เสียหายที่ 1 และ 3 พยานหลักฐานยังรับฟังไม่ได้ว่า พฤติการณ์จำเลยเข้าข่ายความผิดตามฟ้อง เนื่องจากไม่มีการยึดบัตรประชาชน และการทำงานเป็นไปด้วยความสมัครใจ ส่วนประเด็นข่มขู่ก็ไม่มีหลักฐานแน่ชัด

เเต่ในส่วนผู้เสียหายที่ 2 พยานหลักฐานรับฟังได้ว่า จำเลยได้ยึดบัตรประชาชนมาเก็บไว้ ไม่จ่ายค่าจ้าง เเละยังไม่ส่งให้เรียนพยาบาลตามที่เคยมีการตกลงกันไว้

จึงมีความผิดตาม พ.ร.บ.ค้ามนุษย์ พิพากษาจำคุก 4 ปี แต่จำเลยให้การเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาคดีจึงลดโทษให้เหลือจำคุก 3 ปี และให้ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้กับผู้เสียหายที่ 2 เป็นเงิน 590,007 บาท

เตรียมเรียก โรงพยาบาลเอกชน ชี้แจงต้นทุนราคายา

คณะทำงานเพื่อพิจารณาโครงสร้างต้นทุนค่ารักษาพยาบาลของโรงพยาบาลเอกชน เตรียมเชิญโรงพยาบาลเอกชนเข้าชี้แจงรายละเอียดต้นทุนราคายา ก่อนพิจารณากำหนดราคาที่เป็นธรรม

นายประโยชน์ เพ็ญสุต รองอธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า ในสัปดาห์นี้ คณะทำงานเพื่อพิจารณาโครงสร้างต้นทุนค่ารักษาพยาบาลของโรงพยาบาลเอกชน โดยเชิญตัวแทนจากกระทรวงสาธารณสุข และโรงพยาบาลเอกชน มาสอบถามเกี่ยวกับต้นทุนของยา ทั้งที่เป็นยาในประเทศและยานำเข้าจากต่างประเทศมาเก็บไว้เป็นข้อมูล

และหลังจากได้ข้อมูลครบถ้วน จะมีการพิจารณาค่ายาที่โรงพยาบาลเอกชนแต่ละแห่งคิดกับผู้ใช้บริการ โดยกรณีที่เห็นว่า ราคายาแพงเกินไป และคณะทำงานเห็นว่า โรงพยาบาลมีการชี้แจงต้นทุนไม่สมเหตุสมผล จะมีการเข้าไปดูแลราคาเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับผู้บริโภค

รองอธิบดีกรมการค้าภายใน ยืนยันว่า การดูแลราคายา จะต้องให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ทั้งประชาชนและโรงพยาบาล แต่ยอมรับว่า โรงพยาบาลแต่ละแห่ง อาจมีต้นทุนราคาไม่เท่ากัน เช่น โรงพยาบาลที่มีเครือข่ายมาก ก็สามารถสั่งยาครั้งละมากๆ ต้นทุนต่ำกว่า โรงพยาบาลที่มีสาขาน้อยและซื้อตัวยามาไม่มาก

สำหรับการพิจารณาเรื่องของโครงสร้างราคายา เบื้องต้นจะมีการเน้นตัวยาที่ประชาชนเข้ามาใช้บริการกันมากๆ ก่อนนำร่องประมาณ 1,000 รายการ จากทั้งหมดที่มีตัวยากว่า 1 หมื่นรายการ

ด้านนางสาวชุติมา บุณยประภัศร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า จะเข้ามาเป็นประธานคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ หรือ กกร. ซึ่งในส่วนของการดูเรื่องของยาและค่ารักษาพยาบาลนั้น จะเดินหน้าในเรื่องนี้ต่อไป และให้ความสำคัญด้านความโปร่งใสในการคิดราคาและความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย

ขณะที่ นายวิชัย โภชนกิจ อธิบดีกรมการค้าภายใน กล่าวว่า มติคณะอนุกรรมการฯ เมื่อวันที่ 31 มกราคม กำหนดให้โรงพยาบาลเอกชนต้องปิดป้ายแสดงราคายาให้ชัดเจนและเปิดเผย เพื่อให้ผู้บริโภคได้เปรียบเทียบราคาก่อนตัดสินใจเข้ารับบริการ

ปัจจุบันโรงพยาบาลปิดป้ายแสดงราคาอยู่แล้ว แต่จะขายตามราคาที่ปิดป้ายไว้หรือไม่เป็นอีกเรื่องหนึ่ง หากจะให้ได้ผลทางกฎหมายต้องออกประกาศให้ชัดเจน ถ้าไม่ดำเนินการจะมีความผิดตาม พ.ร.บ. ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ. 2542

วิษณุชี้! กรรมการบริหาร ทษช. หนีความผิดไม่ได้ หากความผิดสำเร็จแล้ว

นายวิษณุ เครืองาม ชี้กรรมการบริหารพรรคไทยรักษาชาติ ที่ทยอยลาออก หลังถูกยื่นร้องยุบพรรค ไม่สามารถหนีความผิดได้ หากความผิดสำเร็จแล้ว

นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย กล่าวถึงกรณี คณะกรรมการบริหารพรรคไทยรักษาชาติ ทยอยลาออก หลังถูกยื่นร้องยุบพรรค ว่าหากความผิดที่สำเร็จแล้ว ก็ไม่สามารถหนีได้ แต่ไม่ขอให้ความเห็นว่า การกระทำของพรรคไทยรักษาชาติ เข้าข่ายความผิดตามมาตรา 92 พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมืองหรือไม่ แต่หากมีคนนอกเข้ามาเกี่ยวข้องกับการเสนอชื่อหัวหน้าพรรคไทยรักษาชาติ ก็จะมีความผิดมาก และถือเป็นการกระทำที่สุ่มเสี่ยง

นายวิษณุ กล่าวถึงกรณีนายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ สมาชิกพรรคไทยรักษาชาติ ยื่นให้ กกต.พิจารณากรณี พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่อยู่ในบัญชีรายชื่อนายกรัฐมนตรีของพรรคพลังประชารัฐ ว่าเป็นเรื่องที่พรรคต้องชี้แจงกับ กกต. ซึ่งหากไม่มีข้อยุติ ก็สามารถส่งเรื่องให้ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง หรือศาลรัฐธรรมนูญ ชี้ขาดได้

สำหรับความเคลื่อนไหวของพรรคไทยรักษาชาติ วานนี้ มีการเรียกประชุมคณะกรรมการบริหาร และแกนนำของพรรค โดยมีรายงานว่า เพื่อเตรียมข้อมูลและเอกสารหลักฐาน ในการอ้างอิงการเสนอชื่อนายกรัฐมนตรีในบัญชีของพรรค ว่าเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ และกฎหมายลูกที่เกี่ยวข้อง เพื่อแก้ข้อกล่าวหา กรณีคำร้องยุบพรรค

แต่ปรากฏว่า ภายหลังประมาณ 17 นาฬิกา 30 นาที ได้มีการแจ้งว่า องค์ประชุมไม่ครบ จึงประกาศเลื่อนออกไปโดยไม่มีกำหนด แต่ก็ไม่ได้แจ้งกำหนดการใหม่