วธ. เปิดตัว “หนังสือพระราชพิธีบรมราชาภิเษก” เผยแพร่สู่ความรู้สู่ประชาชน

กระทรวงวัฒนธรรมได้จัดพิมพ์ “หนังสือพระราชพิธีบรมราชาภิเษก” และ “หนังสือประมวลบทความ-องค์ความรู้พระราชพิธีบรมราชาภิเษก” เผยแพร่ความรู้ความเข้าใจโบราณราชประเพณี-เหตุการณ์สำคัญในประวัติศาสตร์ของชาติ

กระทรวงวัฒนธรรม อัญเชิญพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว และพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร เมื่อครั้งพระราชพิธีบรมราชาภิเษกในแต่ละสมัยรัชกาล ขึ้นปกหนังสือพระราชพิธีบรมราชาภิเษกที่รัฐบาล จัดพิมพ์ขึ้นเพื่อจดจารึกมรดกทางวัฒนธรรมตามโบราณราชประเพณีมาเผยแพร่เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจให้กับประชาชนถึงงานพระราชพิธีสำคัญทางประวัติศาสตร์ที่ปฏิบัติสืบต่อมาอย่างยาวนาน

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณา โปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้ตั้งการพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ระหว่างวันที่ 4 – 6 พฤษภาคม พุทธศักราช 2562 เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่บ้านเมือง ซึ่งการเป็นพระมหากษัตริย์โดยสมบูรณ์ตามแบบโบราณราชประเพณีต้องผ่านพระราชพิธีบรมราชาภิเษกเฉลิมพระปรมาภิไธยเป็นพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอันเป็นพระราชพิธีสำคัญ

หนังสือชุดนี้มีทั้งหมด 4 เล่ม แบ่งเป็นหนังสือพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ฉบับภาษาไทย ฉบับภาษาอังกฤษ ประมวลบทความ และองค์ความรู้อย่างละ 1 เล่ม เนื้อภายในหนังสือประกอบด้วยความเป็นมาของพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ลำดับพระราชพิธี การเตรียมพระราชพิธีและสถานที่ พระราชพิธีเบื้องต้น พระราชพิธีเบื้องปลาย และพระปฐมบรมราชโองการ รวมทั้งแหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์ ตลอดจนส่วนต่างๆที่เกี่ยวข้องกับงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษกในช่วงระหว่างวันที่ 4 – 6 พฤษภาคมที่จะถึงนี้ จะเป็นหนึ่งประวัติศาสตร์ที่สำคัญของประเทศไทย อันนำมาซึ่งความปลื้มปิติยินดีของพสกนิกรชาวไทยทั่วทุกพื้นที่ เหมือนดังเช่นที่เคยเกิดขึ้นในห้วงเวลาที่ผ่านมา

ประชาชนที่สนใจสามารถดาวน์โหลดหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ E-book ได้ที่เว็บไซต์ www.m-culture.go.th หรือสแกนคิวอาร์โค้ด สอบถามรายละเอียดสายด่วนวัฒนธรรม โทร.1765

คุยไม่ลงตัว ทีวีไดเร็ค ยกเลิกซื้อ สปริงนิวส์

บมจ.ทีวี ไดเร็ค หรือ TVD ยุติการเข้าซื้อหุ้นสปริงนิวส์ เทเลวิชั่น เพื่อเข้าดำเนินธุรกิจทีวีดิจิทัล ช่องสปริงนิวส์ (ช่อง 19) หลัง กสทช. เตรียมออกมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการทีวีดิจิทัล ส่งผลให้เกิดการเจรจาเงื่อนไขใหม่ที่ยังไม่ลงตัว ด้านผู้บริหารมั่นใจไม่กระทบการดำเนินธุรกิจ โชว์กำไรสุทธิปีที่ผ่านมา 57.57 ล้านบาท สูงสุดในรอบ 5 ปี 

นายทรงพล ชัญมาตรกิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทีวี ไดเร็ค จำกัด (มหาชน) หรือ TVD ผู้นำธุรกิจจำหน่ายสินค้าและบริการผ่าน Omni Channel เปิดเผยว่า บริษัทฯ ตัดสินใจยุติการเข้าลงทุนในสถานีโทรทัศน์ทีวีดิจิทัล ช่อง 19 (ช่องสปริงนิวส์) โดยล่าสุดที่ประชุมคณะกรรมการ (บอร์ด) บริษัทฯ วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2562 มีมติให้ยุติการเข้าซื้อหุ้นบริษัท สปริงนิวส์ เทเลวิชั่น จำกัด ในเครือ บมจ.นิวส์ เน็ตเวิร์ค คอร์ปอเรชั่น จำกัด ซึ่งเป็นผู้ดำเนินธุรกิจสถานีโทรทัศน์ระบบดิจิทัลช่อง 19 (ช่องสปริงนิวส์) เนื่องจากภายหลังที่ กสทช. เตรียมออกมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการทีวีดิจิทัล ส่งผลให้เกิดการเจรจาระหว่างกันภายใต้เงื่อนไขใหม่ ซึ่งยังไม่สามารถหาข้อสรุปร่วมกันได้

อย่างไรก็ตาม การยกเลิกเข้าลงทุนในช่อง 19 จะไม่ส่งผลกระทบกับการดำเนินงานและเป้าหมายการเติบโตในปี 2562 โดยทีวี ไดเร็คยังคงเป็นผู้เช่าเวลากับช่อง 19 เพื่อผลิตรายการโฮมช้อปปิ้งออกอากาศทางสถานี และเดินหน้าขยายการลงทุนในส่วนอื่นๆ เพื่อผลักดันการเติบโตและเพิ่มศักยภาพการขายสินค้าและบริการที่มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

ฮือฮา! ก้อนประหลาด คล้ายอ้วกวาฬ ของล้ำค่า ลอยติดชายหาดเกาะสมุย

หนุ่มเจ้าของร้านอาหารบนเกาะสมุย วอนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบ ก้อนประหลาดคล้ายอ้วกวาฬ หลังเก็บรักษามานานนับปี หวังการันตีเป็นของมีค่าหายาก

วันนี้ (27 ก.พ. 2562) ผู้สื่อข่าว MThai ได้เดินทางไปที่ร้านเบริลบาร์ ตั้งอยู่บริเวณอ่าวกากี เขาแหลมใหญ่ ต.อ่างทอง อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี หลังสืบทราบว่าที่ร้านดังกล่าวมีก้อนหินประหลาดคล้ายอ้วกวาฬถูกนำมาเก็บรักษาอยู่

โดยก้อนประหลาดนี้ มีลักษณะแข็งมีสีน้ำตาล ผิวชั้นในมีสีเหลืองและนิ่ม มีความมัน มีกลิ่นคาวเล็กน้อย มีขนาดความยาว 50 เซนติเมตร น้ำหนักประมาณ 10 กิโลกรัม ซึ่งสาเหตุที่มันมีความแปลกในครั้งนี้ เพราะเมื่อนำไฟมาลนจะพบว่ามันจะละลายย้อยเป็นหยดมันแต่เมื่อเย็นลงก็จะกลายสภาพเป็นเนื้อเดียวกันเหมือนเดิมสร้างความประหลาดใจให้กับผู้พบเห็นยิ่งนัก

ทั้งนี้จากการสอบถาม นายบุญยศ ตาละอุปะระ เจ้าของร้านและผู้เก็บรักษาก้อนประหลาดนี้ ได้ความว่า เมื่อประมาณปีที่แล้ว เขาพบกับก้อนประหลาดอยู่บนชายหาด ตรงถ้ำพระของแหลมกากี ทีแรกก็ไม่รู้ว่าเป็นอะไร แต่มีกลิ่นคาวจึงได้เอามาเก็บรักษาไว้ผ่านไป 1 ปี จึงได้เอาออกมาดู

เมื่อสัมผัสจะเหนียวๆ หนึบๆ พอกลุ่มเพื่อนทราบข่าว ได้แนะนำให้ไปหาข้อมูลในกูเกิล ก็พบว่ามีลักษณะคล้ายอ้วกวาฬจริง จึงได้เก็บไว้ในที่มิดชิดถ้าเกิดเป็นอ้วกวาฬจริงก็จะเป็นของมีค่า ทั้งนี้เพื่อความสบายใจอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาตรวจสอบเพื่อหาความกระจ่างด้วย

สำหรับอ้วกวาฬนั้น มีชื่อหนึ่งว่า อำพันทะเล จะมีลักษณะเป็นก้อนไขมันแข็งๆ มีสีเทาไล่ไปถึงสีดำ ติดไฟได้ สามารถพบได้ตั้งแต่ในช่องท้องของวาฬจนถึงลอยมาติดตามชายฝั่ง กลิ่นของมันเมื่อออกมาจากร่างกายของวาฬจะมีกลิ่นเหม็นอย่างรุนแรง

แต่เมื่อเก็บไว้จนผ่านไปช่วงระยะเวลาหนึ่งกลิ่นของมันจะค่อยๆ หอมขึ้นมา จึงนับเป็นของมีค่า ราคาแพง และหาได้ยากยิ่งตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน มีประโยชน์ในการทำเป็นหัวน้ำหอมและเครื่องสำอางหรือนำไปแต่งกลิ่นในอาหารหรือไวน์ ทำให้มีราคาซื้อขายกิโลกรัมละหลายหมื่นบาท