หนุ่ม 25 ปี เข้ามอบตัวแล้ว หลังเตะก้านคอคู่กรณีจนตาย ยันไม่ได้รุมทำร้าย

หนุ่มวัย 25 ปี มอบตัวถูกแจ้งข้อหาหนัก หลังเตะก้านคอคู่กรณีจนตาย ปฎิเสธไม่ได้รุมทำร้าย แต่คนตายท้าทายขอตัวต่อตัว ยอมรับเสียใจ พร้อมเยียวยาครอบครัวผู้เสียชีวิต

วันที่ 27 ก.พ. 2562 ชุดสืบสวน สภ.ช้างเผือก ควบคุมตัวนายณธีพัฒน์ รตะเฉลิมพล อายุ 25 ปี ชาวอ.หางดง จ.เชียงใหม่ มาสอบปากคำ หลังชกต่อยกับ นายชาย ลุงคำ อายุ 29 ปี ที่บริเวณถนนหน้าโรงแรมรัตนโกสินทร์ ต.ช้างเผือก อ.เมือง จ.เชียงใหม่ เมื่อช่วงเวลา 05.50 น.วันที่ 26 ก.พ. กระทั่งนายชายถูกเตะก้านคอจนสลบ ก่อนถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลแมคคอร์มิกและเสียชีวิตในช่วงค่ำวานนี้ เบื้องต้นพนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อหากับนายณธีพัฒน์ “ทำร้ายร่างกายผู้อื่น จนเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย”

ขณะที่นายณธีพัฒน์ เปิดเผยว่า ตนเองทำงานเป็นการ์ดสถานบันเทิงแห่งหนึ่งใน อ.หางดง หลังสถานบันเทิงปิด ตนพร้อมเพื่อนได้เดินทางมาเที่ยวสถานบันเทิงที่โรงแรมดังกล่าวต่อ จนถึงเวลาสถานบันเทิงปิดจึงมานั่งกินกันต่อหน้าร้าน โดยตนเองได้มีเรื่องราวกับเพื่อนผู้ตาย จนกระทบกระทั่งกันเล็กน้อย ขณะที่ผู้ตายได้เข้ามาห้ามและท้าทายขอชกกับตนเองตัวต่อตัว

ซึ่งฝ่ายนั้นมีกว่า 10 คน ฝ่ายตนมีตนกับเพื่อนชายและหญิงสาวอีกสองคนเท่านั้น ตนจึงตกลงชกกับผู้ตายตัวต่อตัว ระหว่างที่ชกกันอยู่ได้แตะไปที่ก้านคอผู้ตายหนึ่งครั้งจนสลบไป ครั้งแรกไม่คิดว่าผู้ตายจะเป็นอะไรมาก จนมารู้ข่าวอีกทีว่าเสียชีวิตแล้วที่โรงพยาบาล ตนเองจึงเดินทางมาพบพนักงานสอบสวน เพื่ออยากจะช่วยเหลือครอบครัวผู้เสียชีวิต โดยส่วนตัวเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

ด้านหญิงสาวที่เป็นเพื่อนกับนายณธีพัฒน์ ที่อยู่ในคืนเกิดเหตุ เล่าว่า คืนเกิดเหตุมีหลายคนที่อยู่ในเหตุการณ์ เห็นผู้ตายท้าทายขอชกกับนายณธีพัฒน์ ไม่ได้มีการรุมทำร้ายเหมือนที่เป็นข่าวออกไปก่อนหน้านั้น

โดยหลังชกต่อยกันผู้ตายสลบไปครั้งหนึ่ง แต่ก็ลุกขึ้นมาท้าทายขอชกอีก แม้ทุกคนจะพยายามห้ามปรามแล้วก็ตาม ซึ่งผู้ตายก็รู้จักกับกลุ่มคนตนเอง เพราะทำงานเป็นเด็กเสริฟ์สถานบันเทิงชื่อดังแห่งหนึ่งกลางเมืองเชียงใหม่

พ.ต.ท.วิสูตร วงศ์ใหญ่ รองผู้กำกับการ สภ.ช้างเผือก กล่าวว่า วันนี้ผู้ต้องหามาพบพนักงานสอบสวนด้วยตนเอง ไม่มีเจตนาหลบหนี จึงแจ้งข้อกล่าวหาและจะรวบรวมพยานหลักฐานส่งฟ้องต่อศาล ส่วนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นการเจตนาทำร้ายร่างกาย

แต่ไม่ได้เจตนาจะให้ถึงแก่ความตาย อย่างไรก็ตามผลของการกระทำดังกล่าวเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย เจ้าหน้าที่ก็ต้องแจ้งข้อกล่าวหาและดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

จส.100 ร่วมกับธนาคารกรุงเทพแจกเงินขวัญถุงปีหมูทอง 2562

สถานีวิทยุ จส.100 ร่วมกับธนาคารกรุงเทพจัดกิจกรรมมอบเงินขวัญถุงปีหมูทอง 2562

สถานีวิทยุ จส.100 “วิทยุข่าวสารและการจราจร” จัดกิจกรรมรับเงินขวัญถุงปีหมูทอง 2562 โดยมีการจัดกิจกรรมจาก จส.100 ซึ่งร่วมกับธนาคารกรุงเทพ” มอบ Gift Voucher มูลค่า 2,000 บาท จำนวน 28 รางวัล ให้ประชาชนไปใช้ในปีหมูทองสำหรับผู้ที่สนใจร่วมกิจกรรม สามารถทำตามกติกาการเข้าร่วมตามขั้นตอนดังนี้

1. ดาวน์โหลด Application JS100 ที่ Link ด้านล่าง พร้อม Login (แสดงในวันรับรางวัล)
2. มีบัญชีธนาคารกรุงเทพ และ Application บัวหลวง เอ็มแบงก์กิ้ง (แสดงในวันรับรางวัล)
3. “ตอบคำถามเพื่อให้กรรมการพิจารณาคัดเลือกรับรางวัลของJS100”
โดยพิจารณาจากคำตอบในหัวข้อ “เงินขวัญถุงนี้ต้องการมอบให้กับใคร หรือให้ตัวเองด้วย เหตุผลอะไร”

ทั้งนี้ผู้ที่ทำถูกต้องตามกติกาและตอบคำถาม โดนใจคณะกรรมการที่สุด มีสิทธิรับ Gift Voucher มูลค่า 2,000 บาท จำนวน 28 รางวัลไปเลย โดยมีระยะเวลากิจกรรม ตั้งแต่วันที่ 26 กุมภาพันธ์ – 8 มีนาคม 2562 และจำทำการประกาศรายชื่อผู้โชคดีวันที่ 15 มีนาคม 2562 ทางเพจ Facebook: JS100 Radio และ บน Application JS100

อย่างไรก็ตาม จส.100 ซึ่งเป็นแอปพลิเคชั่นเน้นความปลอดภัยในด้านต่างๆ ตลอดถึงเป็นศูนย์ข้อมูลรับแจ้งปัญหาจากประชาชน ทั้งนี้ ทางธนาคารกรุงเทพมีเจตนารมย์ช่วยสนับสนุนองค์กรที่ให้ความปลอดภัย อย่าง จส.100 จึงได้คิด แคมเปญ “ห่วงใย ใครให้บอกต่อ” โดยแคมเปญนี้ คือ “จส.100 มอบ Gift Voucher เป็นเงินขวัญถุงให้กับคนที่คุณห่วงใย”ขึ้น

เลือกตั้ง62 : “อนุทิน” มั่นใจเสียงประชาชน กำหนดตัวนายกฯ ไม่กังวล “บิ๊กป้อม” คุม ส.ว.

“อนุทิน” มั่นใจเสียงประชาชน กำหนดตัวนายกฯ ไม่กังวล “บิ๊กป้อม” คุม ส.ว.

วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2562 นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวภายหลังร่วมบันทึกเทปดีเบตพรรคการเมืองที่จัดโดย กกต. ว่า บรรยากาศการพูดคุยเป็นไปอย่างราบรื่น ทั้งหัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แต่ละท่านต่างเตรียมตัวเพื่อนำเสนอนโยบาย สำหรับพรรคภูมิใจไทย สิ่งที่เราต้องการนำเสนอแก่ประชาชน คือ การทำลายทุกข้อจำกัด ลดอำนาจรัฐ เพื่อปากท้องประชาชน หรือการทำลายกฎกรอบที่เอื้อต่อการผูกขาดโดยรัฐ หรือเอกชน ให้ประชาชนมีโอกาสในการทำมาหากินเพิ่มขึ้น

ส่วนตัวนายอนุทินเคยบริหารธุรกิจมาก่อน เคยเห็นบริษัทเป็นหนี้มหาศาลอันเกิดจากปัญหาวิกฤติปี 2540 แต่ตราบใดที่โครงสร้างบริษัทยังแกร่ง เราสามารถแก้ไขและพัฒนาให้ทำกำไรได้ ประเทศไทยก็เช่นกัน ตนมั่นใจว่าโครงสร้างเศรษฐกิจเราเข้มแข็ง แต่ต้องได้การบริหารจัดการที่ดี จัดลำดับความสำคัญในการใช้จ่าย ที่สำคัญเงินต้องหมุนในประเทศไทย

ระหว่างรถไฟฟ้าความเร็วสูงที่ต้องจ้างต่างชาติเกือบทั้งหมด กับการสร้างสาธารณูปโภค อาทิ ถนน 12 เลน คุณภาพดี ซึ่งทุกคนใช้ร่วมกันได้ ที่สำคัญเงินอยู่กับคนไทย คนไทยทำ ของคนไทย คนไทยใช้ เราต้องเลือกให้ดี ส่วนตัวสนับสนุน Thailand First อยู่แล้ว ทั้งนี้ ในประเด็นการเมือง ตนเชื่อมั่นในระบอบประชาธิปไตย และขอวิงวอนให้ทุกคนช่วยกันรักษาระบอบนี้ให้อยู่รอดปลอดภัย

เมื่อถามถึงกรณีที่พลเอกประวิตร วงศ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ได้ดำรงตำแหน่งประธานคณะกรรมการคัดเลือก ส.ว. นายอนุทิน กล่าวว่า ตนไม่กังวลว่าใครจะมานั่งในตำแหน่งไหน หรือจะมีอำนาจอย่างไร เรื่องเหล่านี้ ตนไม่อยากคิดมาก หน้าที่ของพรรคการเมืองคือชูนโยบาย สร้างความมั่นใจแก่ประชาชน และที่สำคัญเชื่อว่า เสียงของประชาชนมีพลังมากพอจะกำหนดทิศทางประเทศ รวมถึงชี้ว่าใครจะเป็นนายกฯ

นอกจากนั้น นายอนุทิน ยังกล่าวถึงกฎหมายกัญชาของภาครัฐว่า กฎหมายที่ภาครัฐเพิ่งออกมา ไม่กระทบกับภูมิใจไทย เพราะทางนั้น กำหนดให้เพียงบางหน่วยงานที่ปลูกได้ จำหน่ายได้ เรียกให้ง่ายคือ ยังไม่เป็นเสรี แต่พรรคภูมิใจไทยให้ทุกครัวเรือนมีสิทธิ์ปลูก และหารายได้อย่างเท่าเทียม ไม่มีกลุ่มทุนใด องค์กรใดเข้ามาครอบงำ หรือได้ประโยชน์เหนือประชาชน

ส่วนกรณีที่พลเอกประยุทธ์ ปฏิเสธร่วมดีเบต นายอนุทิน กล่าวว่า เป็นสิทธิ์ของท่าน แต่สำหรับเรา การดีเบต ก่อให้เกิดประโยชน์ 2 ฝ่าย ประชาชนได้ทราบนโยบาบ และพรรคได้มีโอกาสเสนอนโยบาย ผู้ที่ปฏิเสธโอกาสตรงนี้ ตนเสียดายแทน