กรมการขนส่งฯ เผยตรวจควันดำ 1-10 ก.พ.62 เกินมาตรฐาน 412 คัน

กรมการขนส่งทางบก เผยผลการตรวจควันดำรถบรรทุกและรถโดยสาร 1-10 ก.พ.62 จำนวน 14,663 คัน พบควันดำเกินมาตรฐาน 412 คัน

นายพีระพล ถาวรสุภเจริญ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก เปิดเผยว่า กรมการขนส่งทางบกดำเนินการตามมาตรการ “One Transport ปลอดฝุ่น PM2.5” ของกระทรวงคมนาคม เพื่อลดปัญหาฝุ่นละออง PM2.5 ในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล อาทิ การลงพื้นที่สุ่มตรวจสอบรถโดยสารประจำทางในพื้นที่ที่มีค่าฝุ่นละอองสูงและสุ่มตรวจสอบ ณ อู่รถโดยสารทั้งของ ขสมก. และรถร่วมบริการ ขสมก. และการตั้งจุดตรวจควันดำรถบรรทุกและรถโดยสาร บนถนนสายหลักโดยรอบกรุงเทพฯ ครอบคลุมพื้นที่ 15 จังหวัด

และจุดสำคัญต่างๆ เช่น สถานีขนส่งสินค้าชานเมือง ท่าเรือกรุงเทพและท่าเรือแหลมฉบัง เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2562 จนถึงปัจจุบัน และดำเนินการต่อเนื่องจนกว่าปัญหาฝุ่นละออง PM2.5 จะคลี่คลาย สำหรับผลการตรวจควันดำรถบรรทุกและรถโดยสารระหว่างวันที่ 1-10 กุมภาพันธ์ 2562 เรียกรถเข้าตรวจจำนวนทั้งสิ้น 14,663 คัน พบรถที่มีค่าควันดำเกินร้อยละ 45 จำนวน 412 คัน เป็นรถบรรทุก จำนวน 357 คัน และเป็นรถโดยสาร จำนวน 55 คัน เปรียบเทียบปรับ 5,000 บาท และพ่น “ห้ามใช้” ทันที

โดยจะไม่สามารถใช้งานรถได้จนกว่าจะแก้ไขปัญหาเรียบร้อยและนำรถเข้าตรวจสภาพที่สำนักงานขนส่ง และออกใบเตือนรถที่มีค่าควันดำระหว่างร้อยละ 30-45 จำนวน 481 คัน เพื่อให้ดำเนินการแก้ไขให้ค่าควันดำลดลง ทั้งนี้ ขอความร่วมมือผู้ประกอบการนำรถเข้าตรวจสอบประสิทธิภาพการทำงานของเครื่องยนต์ ณ สำนักงานขนส่งจังหวัดและสำนักงานขนส่งสาขาทั่วประเทศได้ทุกวันทำการ เพื่อป้องกันสาเหตุการเกิดควันดำและก่อให้เกิดฝุ่นละออง PM2.5

อธิบดีกรมการขนส่งทางบก กล่าวเพิ่มเติมว่า ได้สั่งการให้สำนักงานขนส่งดำเนินการตามมาตรการ “One Transport ปลอดฝุ่น PM2.5” ของกระทรวงคมนาคม อย่างเข้มข้นต่อเนื่อง และได้มีการขอความร่วมมือไปยังภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องหลากหลายภาคส่วนในการร่วมกันบรรเทาปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ซึ่งได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ประกอบการขนส่งทั้งรถบรรทุกและรถโดยสารที่ใช้รถเครื่องยนต์ดีเซล ขอให้นำรถเข้ารับการตรวจสภาพก่อนถึงกำหนดรอบชำระภาษีรถ ตั้งแต่วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2562 ที่ผ่านมา เพื่อตรวจสอบประสิทธิภาพการทำงานของเครื่องยนต์ได้ที่สำนักงานขนส่งจังหวัดทั่วประเทศ เพื่อป้องกันปัญหาการเผาไหม้ไม่สมบูรณ์

ซึ่งอาจเป็นสาเหตุให้เกิดฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ในกรณีที่ไม่ผ่านการตรวจสภาพตามเกณฑ์ให้ดำเนินการแก้ไขและนำกลับเข้ามารับการตรวจสภาพใหม่ พร้อมกำชับห้ามใช้รถที่มีควันดำโดยเด็ดขาด รวมถึงสุ่มตรวจสอบการดำเนินการของสถานตรวจสภาพรถ (ตรอ.) หากพบสถานตรวจสภาพรถใด ละเลยไม่ทำการตรวจสภาพรถให้เป็นไปตามเงื่อนไขที่กำหนด พิจารณาสั่งพักใช้หรือเพิกถอนใบอนุญาตประกอบการ

กกต. ประกาศ แคนดิเดตนายกฯ ของแต่ละพรรคแล้ว ไร้ชื่อ ไทยรักษาชาติ

กกต. ประกาศ แคนดิเดตนายกฯ ของแต่ละพรรคแล้ว ไร้ชื่อจากพรรคไทยรักษาชาติ

รายงานข่าวแจ้งว่า วันนี้ (11 ก.พ. 2562) ที่ สำนักงานคณะกรรมการเลือกตั้ง ได้มีการออกประกาศรายชื่อแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของแต่ละพรรคการเมือง ในการสู้ศึกเลือกตั้งในวันที่ 24 มี.ค. 2562 แล้ว โดยมีแคนดิเดตนายกฯ ทั้งหมด 45 พรรค ส่วนพรรคไทยรักษาชาติที่มีการเสนอชื่อไปก่อนหน้านี้ไม่มีชื่อแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีแต่อย่างใด

สำหรับข้อความในประกาศของ กกต. ระบุว่า กกต.แจ้งรายชื่อบุคคล เพื่อพิจารณาแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี

สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง โดยสำนักประชาสัมพันธ์ แจ้งว่า คณะกรรมการการเลือกตั้งได้มีประชุมเพื่อพิจารณาในประเด็น การแจ้งรายชื่อบุคคลเพื่อเสนอชื่อให้รัฐสภา ให้ความเห็นชอบแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี และได้มีประกาศคณะกรรมการการเลือกตั้ง เรื่องการแจ้งรายชื่อบุคคลที่พรรคการเมือง จะเสนอให้รัฐสภาพิจารณาแต่งตั้งให้เป็นนายกรัฐมนตรี ลงวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2562 แล้ว

โดยไม่รวมถึงพระนามของทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนา พรรณวดี ซึ่งได้รับการเสนอชื่อโดยพรรคไทยรักษาชาติ เพราะพระบรมราชวงศ์ทุกพระองค์ ทรงอยู่ในหลักการเกี่ยวกับการดำรงอยู่เหนือการเมือง และความเป็นกลางทางการเมืองของพระมหากษัตริย์ด้วย

และไม่สามารถดำรงตำแหน่งใดๆ ทางการเมืองได้ เพราะจะเป็นการขัดกับเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญและประเพณีการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ทั้งนี้ตามพระราชโองการ ประกาศสถาบันพระมหากษัตริย์ ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ซึ่งประกาศ ณ วันที่ 8 กุมภาพันธ์ พุทธศักราช 2562 ประกอบรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560

สำหรับรายชื่อแคนดิเดต ของแต่ละพรรคที่ กตต. รับรองประกอบด้วย

1. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จากพรรคพลังประชารัฐ
2.คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์, นายชัชชาติ สิทธิพันธ์ และนายชัยเกษม นิติสิริ จากพรรคเพื่อไทย

3.นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ จากพรรคประชาธิปัตย์
4.พล.ต.อ.เสรีพิสุทธิ์ เตมียเวช จากพรรคเสรีรวมไทย

5.นายธนากร จึงรุ่งเรืองกิจ จากพรรคอนาคตใหม่
6.นายอนุทิน ชาญวีรกูล จากพรรคภูมิใจไทย

7.นางสาวกัญจนา ศิลปอาชา จากพรรคชาติไทยพัฒนา
8.นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ, นายวรรณรัตน์ กาญนุกุล และนายเทวัญ ลิปตพัภลภ จากพรรคชาติพัฒนา เป็นต้น

สลด!! หนุ่มน้อยใจแฟนสาวคบ 3ปี พึ่งรู้มีครอบครัวแล้วโดดคลองดับ

หนุ่มน้อยใจแฟนสาวหลังคบกันมา 3 ปี มาทราบทีหลังแฟนสาวมีครอบครัวแล้ว ดื่มสุราโดดคลองฆ่าตัวตาย

วันที่ 11 ก.พ.62 พ.ต.ท.มนัส กันเที๊ยะ สว.สอบสวนสภ.ธัญบุรี รับแจ้งจากพลเมืองดีพบผู้เสียชีวิตสาเหตุลอยน้ำที่เกิดเหตุถนนรังสิต-นครนายกคลอง7 หน้าหมู่บ้านสัมมากร ม.1 ต.ลำผักกูด อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี หลังรับแจ้งจึงรุดไปที่เกิดเหตุพร้อมด้วยอาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง

ที่เกิดเหตุภายในคลองส่งน้ำพบผู้เสียชีวิต 1 ราย ลอยอยู่ภายในกลางคลองส่งน้ำสภาพสวมเสื้อแขนยาวสีน้ำตาล สวมกางเกงยีนส์ จึงนำขึ้นมาริมฝั่ง จากการชันสูตรเบื้องต้นเสียชีวิตมาแล้วมากกว่า 24 ชม. ทราบชื่อต่อมานายจิรานุวัฒน์ แก้วเสถียร อายุ 25 ปี ไม่พบบาดแผลการถูกทำร้าย

ทางด้านนายสมใจ สุทธิ อาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งเปิดเผยว่า มีพลเมืองดีแจ้งว่ามีศพลอยน้ำตนเองจึงเดินทางมาตรวจสอบ และประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจพร้อมนำศพขึ้นมาไว้ริมฝั่ง

ทางด้านนายสมรักษ์ บุศสโร อายุ 29ปี ลูกพี่ลูกน้องผู้เสียชีวิตเปิดเผยว่า เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาเวลาประมาณ01.30น.ผู้ตายได้แชทมาหาตนเอง บอกว่าจะฆ่าตัวตายบริเวณที่เกิดเหตุ เพราะมีเรื่องน้อยใจหลังแฟนสาวหลอกคบกันมานาน 3 ปี กระทั่งมาทราบว่าแฟนสาวมีครอบครัวอยู่แล้ว จึงเสียใจ กระทั่งในเฟซบุ๊กของผู้ตายขึ้นพิกัดระยะห่างประมาณ 4 กม. รุ่งเช้าตนเองมาส่งลูกที่โรงเรียน ซึ่งอยู่ใกล้เคียงจึงมาขับรถวนหากระทั่งพบรถจยย.ยี่ห้อซูซูกิของผู้ตาย จอดอยู่ริมเขื่อนเลียบคลองพร้อมกับขวดเบียร์จำนวนหนึ่ง จึงประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจร่วมตรวจสอบแต่ไม่พบผู้เสียชีวิต จึงขอรับรถกลับไป กระทั่งบ่ายวันนี้มีพลเมืองดีโทรแจ้งว่ามีศพลอยอืดตนเองจึงเดินทางมาตรวจสอบ ก็พบว่าเป็นญาติตนเองคาดว่าน้อยใจและกระโดดน้ำฆ่าตัวตายเสียชีวิต

พ.ต.ท.มนัส กันเที๊ยะ สว.สอบสวนสภ.ธัญบุรี เปิดเผยว่า เบื้องต้นได้ให้เจ้าหน้าที่อาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งนำร่างผู้เสียชีวิตส่งสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ รพ.ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ เพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริง พร้อมทั้งให้ฝ่ายสืบสวนเร่งตรวจสอบกล้องวงจรปิด เพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริงต่อไป