ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนฯ โพสต์ไอจีล่าสุด หลังมีพระราชโองการ

หลังจากในหลวง ร.10 มีพระราชโองการ ห้ามทูลกระหม่อมฯ และพระบรมราชวงศ์ทุกพระองค์ ยุ่งเกี่ยวการเมือง ล่าสุดทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ทรงโพสต์ข้อความผ่านอินสตาแกรมครั้งล่าสุดในช่วงเช้าวันนี้

หลังจากเมื่อเวลา 22.40 น.วันที่ 8 ก.พ.62 สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า สถาบันพระมหากษัตริย์ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ความว่า สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร มีพระราชโองการโปรดเกล้าฯ ประกาศห้ามทูลกระหม่อมและพระบรมราชวงศ์ทุกพระองค์ ยุ่งเกี่ยวการเมือง ระบุมิบังควร ขัดต่อราชประเพณี ผิดเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ

ล่าสุดเมื่อช่วงเช้าวันนี้ ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดีทรงโพสต์โพสต์ข้อความทางอินสตาแกรมส่วนตัว ระบุว่า ขอขอบคุณพวกเราคนไทยทุกๆคน สำหรับความรักและน้ำใจที่มีต่อกันในวันที่ผ่านมา และขอบคุณที่ให้กำลังใจ และให้ความสนับสนุนดิฉันมาโดยตลอด อย่างไรก็ตาม ขอบอกอีกครั้งด้วยความจริงใจว่า อยากเห็นประเทศไทยเดินไปข้างหน้า เป็นที่ชื่นชมยอมรับของนานาประเทศ อยากเห็นพวกเราชาวไทยทุกคนมีสิทธิ์และโอกาส มีความกินดีอยู่ดี มีความสุขทั่วถึงกัน และขอขอบคุณด้วยความรักอย่างจริงใจนะคะทุกคน ขออวยพรให้ทุกคนโชคดีมีความสุข #ILoveYou

ย้อนลำดับเหตุการณ์

ก่อนหน้านี้ เมื่อช่วงเช้าวันที่ 8 ก.พ.2562 ร.ท.ปรีชาพล พงษ์พานิช หัวหน้าพรรคไทยรักษาชาติ(ทษช.) พร้อมด้วยกรรมการบริหารพรรคและแกนนำพรรค เดินทางมายื่นบัญชีรายชื่อนายกรัฐมนตรีของพรรคไทยรักษาชาติ ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) โดยมีพระนาม ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี เป็นนายกรัฐมนตรีบัญชีของพรรคไทยรักษาชาติ

หลังจากนั้น ในวันเดียวกันทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี  ซึ่งได้รับการเสนอพระนามให้เป็นนายกรัฐมนตรีบัญชีของพรรคไทยรักษาชาติ  ได้ทรงโพสต์ไอจีส่วนพระองค์ระบุว่า

“ขอขอบคุณสำหรับความรัก และทุกกำลังใจ และความสนับสนุนจากพวกเราคนไทยทุกคน ดิฉันรู้สึกซาบซึ้งที่สุด และอยากบอกว่าอยากเห็นพวกเราได้มีโอกาส มีสิทธิ์ที่จะมีโอกาสและมีความสุขในประเทศของเรา  และขอชี้แจงว่า ดิฉันได้ลาออกจากฐานันดรศักดิ์แห่งพระราชวงศ์ และอยู่ในฐานะสามัญชนแล้ว

ดิฉันจึงขอใช้สิทธิและเสรีภาพอย่างสามัญชนภายใต้รัฐธรรมนูญกฎหมาย และข้าพเจ้ายินยอมให้พรรคไทยรักษาชาติ ใช้ชื่อเพื่อเสนอตัวเป็นนายกรัฐมนตรีเป็นเพียงการแสดงสิทธิ เสรีภาพ และความไม่มีอภิสิทธิ์ใดๆเหนือปวงชนชาวไทยตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ หากแต่การกระทำครั้งนี้ข้าพเจ้าได้กระทำด้วยความจริงใจและความตั้งใจเสียสละในการขอโอกาสนำไปประเทศไปสู่ความเจริญรุ่งเรือง”

กรมอุตุฯ ชี้ พรุ่งนี้-13 ก.พ. เกิดฝนฟ้าคะนองก่อนจะหนาวลง 2-4 องศาในหลายพื้นที่

พยากรณ์อากาศวันที่ 9 ก.พ. 2562

กรมอุตุนิยมวิทยา เผยพยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อนในตอนกลางวัน โดยมีฝนฟ้าคะนองบางแห่งในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก สำหรับภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนยังคงมีอากาศเย็นถึงหนาว กับมีหมอกในตอนเช้าและมีหมอกหนาในบางพื้นที่ ขอให้ประชาชนบริเวณภาคเหนือระวังอันตรายในการสัญจรผ่านบริเวณที่มีหมอกหนาไว้ด้วย ส่วนภาคใต้มีฝนฟ้าคะนองบางพื้นที่

อนึ่ง ในช่วงวันที่ 10 – 13 ก.พ. 62 บริเวณความกดอากาศสูงจากประเทศจีนจะแผ่ปกคลุมประเทศไทยตอนบน ทำให้มีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้นในระยะแรกกับมีลมกระโชกแรง หลังจากนั้นอุณหภูมิจะลดลง 2-4 องศาเซลเซียส ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก ส่วนภาคใต้มีฝนเพิ่มขึ้น และบริเวณอ่าวไทยมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบนดูแลสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงและมีลมแรงไว้ด้วย

กรุงเทพฯและปริมณฑล

มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีอากาศร้อนในตอนกลางวันอุณหภูมิต่ำสุด 25-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-36 องศาเซลเซียส ลมใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม

ภาคเหนือ 

มีหมอกในตอนเช้า และมีหมอกหนาในบางพื้นที่ โดยมีอากาศร้อนในตอนกลางวัน ทางตอนบนของภาคอากาศหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 14-16 องศาเซลเซียส 

ทางตอนล่างของภาคอากาศเย็น อุณหภูมิต่ำสุด 19-21 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-38 องศาเซลเซียส สำหรับบริเวณยอดดอยมีอากาศหนาวถึงหนาวจัด อุณหภูมิต่ำสุด 4-14 องศาเซลเซียส ลมตะวันตก ความเร็ว 10-15 กม./ชม

ภาคอีสาน 

มีอากาศร้อนในตอนกลางวัน โดยมีฝนเล็กน้อยบางแห่ง ส่วนทางตอนบนของภาคมีอากาศเย็นในตอนเช้า อุณหภูมิต่ำสุด 17-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 36-37 องศาเซลเซียส สำหรับบริเวณยอดภูมีอากาศหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 9-14 องศาเซลเซียส ลมตะวันตก ความเร็ว 10-20 กม./ชม.

ภาคใต้

มีเมฆบางส่วน กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดระนอง และพังงา อุณหภูมิต่ำสุด 22-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 10-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นต่ำกว่า 1 เมตร

กกต. สรุปยอดผู้สมัคร ส.ส. จาก 78 พรรค

พันตำรวจเอก จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการ กกต. แถลงสรุปตัวเลขผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร วันสุดท้าย มีผู้มาสมัคร ส.ส.เขตเพิ่มเติม 985 คน รวมตลอดเวลา 5 วัน มีผู้สมัครทั้งสิ้น 10,207 คนจาก 78 พรรคการเมือง

ส่วนผู้สมัครแบบบัญชีรายชื่อวันนี้มีผู้มาสมัครเพิ่มเติม 34 พรรค รวมยอดผู้สมัครบัญชีรายชื่อทั้งสิ้น 57 พรรค กกต. รับสมัครแล้ว 22 พรรค ส่วนบัญชีรายชื่อหรือมีพรรคการเมืองเสนอทั้งสิ้น 37 พรรค มีผู้ถูกเสนอชื่อ 51 คน โดยหลังจากนี้ กกต. จะตรวจสอบคุณสมบัติของผู้สมัครทั้งแบบเขต และบัญชีรายชื่อ รวมถึงผู้ถูกเสนอชื่อเป็นนายกรัฐมนตรี ของแต่ละพรรค และจะประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิ์ลงสมัครรับเลือกตั้งให้ทราบในวันที่ 15 กุมภาพันธ์

เลขาธิการ กกต. กล่าวด้วยว่า ที่ประชุม กกต. กรรมการการเลือกตั้งพิจารณาคำร้อง กรณีการหาเสียงผ่านโซเชียลมีเดี่ย โดยมีมติให้ผู้โพสต์ข้อความลบเปลี่ยนแปลงแก้ไขข้อความที่โพสต์ใส่ร้ายป้ายสีผู้อื่น ซึ่งหากเป็นผู้สมัคร หรือพรรคการเมือง หากไต่สวนแล้วมีความผิดก็จะต้องส่งศาลพิจารณา เพื่อระงับสิทธิ์การสมัคร และเพิกถอนสิทธิการเลือกตั้งด้วย /คนทั่วไปก็ถือว่ามีความผิดตามกฏหมายอาญามีโทษปรับและจำคุก 1 – 10 ปี

ส่วนข้อสงสัยเรื่องคุณสมบัติของนายกรัฐมนตรี เลขาธิการ กกต. กล่าวว่า ข้อกฎหมายเขียนไม่ชัดเจนเรื่องคุณสมบัติของผู้ถูกเสนอชื่อเป็นนายกรัฐมนตรี ดังนั้นจึงเป็นเรื่องที่กรรมการการเลือกตั้งจะต้องพิจารณา และจะประกาศให้ทราบพร้อมกันเลยวันที่ 10 กุมภาพันธ์ ส่วนพรรคการเมืองจะนำรูป ผู้ถูกเสนอชื่อเป็นนายกของพรรคใส่ในป้ายหาเสียงก็สามารถทำได้ตามระเบียบระบุไว้