จับสาวหลอกผู้เสียหายรับซื้อเงินดิจิตอลสกุล FOIN แล้วไม่จ่ายเงิน

จับสาวหลอกรับซื้อเงินดิจิตอลสกุล FOIN แล้วไม่จ่ายเงิน ผู้เสียหายหลายราย ความเสียหายกว่า 7 ล้านบาท

ตามนโยบายรัฐบาลนำโดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ นำโดย พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ปราบปรามอาชญากรรมที่ได้เกิดขึ้นหลายรูปแบบ มีการขยายตัวเป็นวงกว้างและมีผลกระทบต่อประชาชนจำนวนมากที่เป็นปัญหาสำคัญที่รัฐบาลเร่งดำเนินการแก้ไขอย่างจริงจัง

พ.ต.อ.สุรศักดิ์ สุรินทร์แก้ว ผกก.กก.ควบคุมธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ ได้สั่งการให้ เจ้าหน้าที่ ศปอส.ตร.ชุดปฎิบัติการที่ 14 และ 31 ทำการสืบสวนติดตามจับกุมตัวคนร้าย ใช้สื่อโซเซียลหลอกซื้อเงินสกุล FOIN แล้วไม่จ่ายเงินหรือจ่ายเงินไม่ครบตามจำนวนที่ตกลงกันไว้ มีผู้เสียหายตกเป็นเหยื่อหลายราย ความเสียหายรวม 7,637,680 บาท

โดยเมื่อประมาณเดือนสิงหาคม – ธันวาคม 2561 น.ส.พิชฎา โพธิ์แก้ว ได้หลอกลวงผู้เสียหายผ่านสื่อโซเชี่ยล ( แอพพลิเคชั่น LINE ) จำนวน 7 ราย ว่าต้องการจะรับซื้อเงินสกุล FOIN ซึ่งเป็นเงินสกุลดิจิตอลสกุลหนึ่ง โดยรับซื้อเป็นเงินสกุลบาท เมื่อผู้เสียหายได้โอนเงินสกุล FOIN ให้ น.ส.พิชฎา เรียบร้อยแล้ว ปรากฎว่า น.ส.พิชฎา ไม่จ่ายเงินให้กับผู้เสียหาย หรือจ่ายเงินให้กับผู้เสียหายไม่ครบถ้วนตามจำนวนที่ตกลงกันไว้

และเมื่อผู้เสียหายติดตามทวงถามการจ่ายเงิน ปรากฎว่าไม่สามารถติดต่อน.ส.พิชฎาได้ ผู้เสียหายจึงได้รวมตัวกันเข้าร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน สน.ห้วยขวาง ให้ดำเนินคดีกับน.ส.พิชฎาจนกว่าคดีจะถึงที่สุด ซึ่งต่อมาพนักงานสอบสอน สน.ห้วยขวาง ได้รวบรวมพยานหลักฐานและขออนุมัติหมายจับต่อศาลอาญา

ซึ่งศาลอาญาได้อนุมัติหมายจับ น.ส.พิชฎา โพธิ์แก้ว ตามหมายจับศาลอาญา ที่ 186/2562 ลงวันที่ 1 ก.พ. 2562 ในความผิดฐาน “ฉ้อโกงประชาชน” ต่อมาวันที่ 7 ก.พ. 62 ชุดจับกุมประกอบด้วย พ.ต.ท.ชาญณรงค์ มากพิสุทธิ์ รอง ผกก.ป.สภ.โพธิ์ทอง พ.ต.ท.นิคม ชัยเจริญ รอง ผกก.สส.สภ.นครไชยศรี

พ.ต.ท.ธนกร พัฒนนันแก้ว รอง ผกก.กก.ควบคุมธุรกิจ นำเที่ยวและมัคคุเทศก์ , พ.ต.ต.ภาคิน ไกรกิตติชาญ สว.สส.สน.ห้วยขวาง , พ.ต.ต.จิฑาวัฒน์ ประสงค์กุล สว.สส.สภ.คูบางหลวง พร้อมพวก ได้ร่วมกันจับกุมตัว นางสาวพิชฎา โพธิ์แก้ว อายุ 23 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาที่ 186/2562 ลงวันที่ 1 ก.พ. 2562

ในความผิดฐาน “ฉ้อโกงประชาชน” ได้ที่บริเวณหน้า ดีดี ออล เพลส เลขที่ 35 ถ.โชคชัย 4 ซอย 37 แขวงลาดพร้าว เขตลาดพร้าว กรุงเทพฯ จึงขอประชาสัมพันธ์ ให้ผู้เสียหายที่ถูกคนร้ายรายนี้ หลอกลวงในลักษณะดังกล่าว มาแจ้งความดำเนินคดีกับคนร้ายรายนี้ ได้ที่ ศูนย์ ศปอส.ตร. หรือ ที่ สน.ห้วยขวาง ต่อไป

พระราชโองการ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ‘ทูลกระหม่อมหญิง’ ต้องอยู่เหนือการเมือง

ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่พระราชโองการ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ‘ทูลกระหม่อมหญิง’ ต้องอยู่เหนือการเมือง

วันที่ 8 ก.พ.2562 สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร มีพระราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ประกาศว่า สถาบันพระมหากษัตริย์ไทยเป็นศูนย์รวมและเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจของประชาชนชาวไทย พระมหากษัตริย์และพระบรมราชวงศ์ทุกพระองค์ทรงดำรงสถานะอยู่เหนือการเมือง และทรงประกอบพระราชกรณียกิจเพื่อประเทศชาติและประชาชนมาโดยตลอด ดังเป็นที่ประจักษ์ชัดแจ้งว่า

ตลอดระยะเวลา ๗๐ ปี แห่งการครองสิริราชสมบัติของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจนานัปการเพื่อความผาสุกและความอยู่ดีกินดีของประชาชน ทรงปกครองประเทศด้วยทศพิธราชธรรม และนาพาประเทศให้ผ่านพ้นวิกฤตต่าง ๆ

ไม่ว่าจะเป็นภัย ก่อการร้าย ภัยพิบัติ และภัยที่เกิดจากวิกฤตการณ์ทางการเมืองในประเทศ ทรงบำบัดทุกข์บารุงสุข และดูแลปกป้องประชาชนด้วยนำพระราชหฤทัยที่เปี่ยมด้วยพระมหากรุณาอย่างมิอาจประมาณได้ ประชาชนทุกหมู่เหล่าเคารพรัก และเทิดทูนพระองค์เสมือนด้วยบิดา จึงทรงเป็น “พ่อแห่งแผ่นดิน” โดยแท้จริง

ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี เป็นพระราชธิดาพระองค์ใหญ่ ในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ทั้งยังเป็นพระเชษฐภคินีในสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และพระบรมราชวงศ์ทุกพระองค์ แม้จะทรงกราบถวายบังคมลาออกจากฐานันดรศักดิ์ไปแล้วตาม

กฎมณเฑียรบาล โดยได้กราบบังคมทูล พระกรุณาเป็นลายลักษณ์อักษร หากยังทรงสถานะและดำรงพระองค์ในฐานะสมาชิกแห่งพระบรมราชจักรีวงศ์ ทรงเป็นที่รักใคร่ของสมเด็จพระบรมชนกนาถ และสมเด็จพระบรมราชชนนี ตลอดจนเป็นที่เคารพยกย่อง ของพระบรมราชวงศ์ทุกพระองค์และประชาชนชาวไทยมาอย่างต่อเนื่องยาวนาน ด้วยทรงประกอบพระกรณียกิจเพื่อประโยชน์สุขของประชาชน

โดยในการดำรงพระองค์และการประกอบพระกรณียกิจต่าง ๆ นั้น ทรงปฏิบัติด้วยการถวายงานของข้าราชการในพระองค์ และหน่วยราชการต่าง ๆ ของหน่วยราชการ ในพระองค์ตลอดมา การนำสมาชิกชั้นสูงในพระบรมราชวงศ์มาเกี่ยวข้องกับระบบการเมือง ไม่ว่าจะโดยทางใดก็ตาม จึงเป็นการกระทาที่ขัดต่อโบราณราชประเพณี ขนบธรรมเนียม และวัฒนธรรมของชาติ ถือเป็นการกระทำที่มิบังควรไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง

อนึ่ง บทบัญญัติของรัฐธรรมนูญทุกฉบับรวมทั้งฉบับปัจจุบัน มีหมวดว่าด้วยพระมหากษัตริย์เป็นการเฉพาะ ซึ่งเป็นบทบัญญัติที่รองรับสถานะพิเศษของสถาบันพระมหากษัตริย์ ตามประเพณีการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข พระมหากษัตริย์ทรงดำรงอยู่เหนือการเมืองและทรงดำรงอยู่ในฐานะอันเป็นที่เคารพสักการะ ผู้ใดจะละเมิด กล่าวหา หรือฟ้องร้อง พระมหากษัตริย์ในทางใด ๆ มิได้

ซึ่งบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญดังกล่าวย่อมครอบคลุมถึงพระราชินี พระรัชทายาทและพระบรมราชวงศ์ซึ่งมีความใกล้ชิดกับพระมหากษัตริย์ ดังที่ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ปฏิบัติพระราชกรณียกิจร่วมกับพระองค์หรือแทนพระองค์อยู่เป็นนิจ ดังนั้นพระราชินี พระรัชทายาท

และพระบรมราชวงศ์ทุกพระองค์ จึงอยู่ในหลักการเกี่ยวกับการดำรงอยู่เหนือการเมือง และความเป็นกลางทางการเมืองของพระมหากษัตริย์ด้วย และไม่สามารถดำรงตำแหน่งใด ๆ ในทางการเมืองได้ เพราะจะเป็นการขัดกับเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ และประเพณีการปกครองระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

รวบ 2 พ่อค้ายาหัวใส ลักลอบส่งยาแก้ไอ–กัญชา ผ่านรถขนส่งเอกชนชื่อดัง

ตำรวจ สภ.จุฬาภรณ์เมืองคอน รวบ 2 พ่อค้ายาหัวใส ลักลอบส่งยาแก้ไอ–กัญชา ผ่านรถขนส่งเอกชนชื่อดัง

วันที่ 8 ก.พ. 62 พ.ต.อ. สมยศ สีหาบัว ผกก.สภ.จุฬาภรณ์ อ.จุฬาภรณ์ จ.นครศรีธรรมราช , พล.ต.กฤษาดา พงษ์สามารถ ผบ.พล.ร.5 ค่ายเทพสตรีศรีสุนทร กระปาง อ.ทุ่งสง พล.ต.ต.ฐากูร เนตรพุกกณะ ผบก.ภ.จว.นครศรีธรรมราช ร่วมแถลงข่าวผลการตรวจค้นจับกุมยาเสพติดจำนวนมาก ตามมาตรการเพิ่มความเข็มข้นจุดตรวจความมั่นคง

ตามนโยบายของ พล.ท.พรศักดิ์ พูลสวัส แม่ทัพภาพที่ 4 เพื่อป้องกันการลักลอบนำสิ่งผิดกฎหมายและยาเสพติด โดยผลการตั้งด่านจุดตรวจความมั่นคงบนถนนสายเอเชีย (41) ขาล่องใต้ พื้นที่หมู่ 3 ต.นาหมอบุญ อ.จุฬาภรณ์ สามารถจับกุมกุมรถขนส่งพัสดุชื่อดัง พร้อมยาแก้ไอ และกัญชาอัดแทงเป็นจำนวนมาก

จากนั้นเจ้าหน้าที่ทำการขยายผลไปจับกุมผู้ที่ส่งยาเสพติดผ่านทางรถขนส่งได้จำนวน 2 ราย ประกอบด้วย นายมงคลชัย ขุนเดื่อ อายุ 24 ปี อยู่บ้านเลขที่ 64 หมู่ 8 ต.เกาะหมาก อ.ปากพะยูน จ.พัทลุง และนายธนกร ละอองเทพ อายุ 32 ปี อยู่บ้านเลขที่ 1/1 ซอยแสงจันทร์ ต.หาดใหญ่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา

โดยจากการสอบสวนผู้ต้องหาทั้งสอง ให้การรับสารภาพว่า เป็นเจ้าของยาเสพติดทั้งหมด ส่วนสาเหตุที่เลือกส่งรถขนส่งเอกชนนั้น เนื่องจากเพื่อต้องการหลบเลี่ยงการตรวจค้นสแกนของเจ้าหน้าที่ และขนส่งเอกชนมีความรวดเร็ว หลังจากนี้เจ้าหน้าที่จะทำการขยายผลเครือข่ายยาเสพติดต่อไป

พ.ต.อ.สมยศ กล่าวอีกว่า อยากฝากบริษัทขนส่งเอกชนต่างๆ ให้เพิ่มมาตรการตรวจรับพัสดุให้มากกว่านี้ เนื่องจากที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมสิ่งผิดกฎหมายได้อย่างต่อเนื่อง หลังจากนี้จะมีการเรียกบริษัทเอกชนต่างๆ เพื่อร่วมกันหามาตรการป้องกันการรับ – ส่งพัสดุที่ผิดกฎหมาย