คิดต่าง! นำยางรถยนต์เก่าทำชุดโต๊ะเก้าอี้ ทำเอาขายดิบขายดีสุดๆ

เจ้าของร้านย่านตาขาวยางยนต์คิดต่าง นำยางรถยนต์เก่ามาใช้ใหม่ทำชุดโต๊ะเก้าอี้ กระถางต้นไม้ อ่างเลี้ยงปลา สีสันสวยงาม สร้างอาชีพเสริมให้ทางร้าน

วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2562 ที่ร้านย่านตาขาวยางยนต์ ตั้งอยู่เลขที่ 218 ม.4 ต.ย่านตาขาว อ.ย่านตาขาว จ.ตรัง น.ส.อัจธิมาภรณ์ บุญโยดม หรือตาล อายุ 30 ปี ซึ่งเป็นเจ้าของร้านย่านตาขาวยางยนต์ กล่าวว่า ตนเองเปิดร้านมานานกว่า 5 ปี แล้ว

ความคิดที่นำยางรถยนต์เก่านำกลับมาใช้ใหม่นั้น เนื่องจากเรามีหน้าร้านอยู่แล้ว ยางที่เปลี่ยนมาแล้วสามารถนำมาทำประโยชน์ได้อีกเยอะ จึงลองนำมารีไซเคิล นำยางรถยนต์เก่า ทำเป็นชุดโต๊ะเก้าอี้ กระถางต้นไม้ อ่างเลี้ยงปลา หรือจะเป็นที่อยู่ของสัตว์

โดยทางร้านสามารถตกแต่งสีสันต่างๆ ตามใจลูกค้าได้ อย่างเช่น ทำเป็นลายการ์ตูนต่างๆ ลายดอกไม้ โดยส่วนใหญ่ลูกค้าจะนิยมนำไปวางตามร้านค้าร้านอาหาร ร้านนั่งบาร์ริมชายทะเล รีสอร์ท และโรงแรม เพื่อต้อนรับนักท่องเที่ยว ซึ่งในส่วนที่เป็นเก้าอี้สามารถรองรับน้ำหนักได้ถึง 150 กิโลกรัม สำหรับยางรถยนต์เก่านั้น ทางร้านได้มีการรับซื้อเข้ามาด้วยบางส่วน มีการคัดขนาดยางรถ ตามความต้องการลูกค้าที่สั่งเข้ามา

โดยจะส่งขายใน จ.ตรัง จ.กระบี่ จ.พัทลุง จ.สงขลา จ.นครศรีธรรมราชและ จ.สตูล ซึ่งจะมีราคาตั้งแต่ 50 บาทไปจนถึง 1,200 บาท บริการส่งฟรี ในส่วนของรายได้ น.ส.อัจธิมาภรณ์ ระบุว่า การทำตรงนี้เป็นเพียงงานเสริม ได้ประมาณ 20,000-30,000 บาทต่อเดือน เมื่อหักค่าใช้จ่ายค่าจ้างลูกน้อง ค่าสี เป็นต้น เหลืออยู่ที่ประมาณ 3,000 บาทต่อเดือน

สำหรับวิธีในการทำจะเริ่มตั้งแต่เริ่มเลือกคัด เลือกขนาดไซส์วัสดุประมาณ 3-4 วัน จนสีแห้งสนิท พร้อมส่ง บ้างก็ส่งให้ประมาณ1 สัปดาห์ หรือ 2 สัปดาห์ ขึ้นอยู่กับตามขนาดและจำนวน

ทั้งนี้ เนื่องจากลูกค้าสั่งเข้ามาเยอะทำให้ส่งสินค้าแทบไม่ทันอีกด้วย หากสนใจสามารถสั่งได้ทาง Facebook : ย่านตาขาวยางยนต์ตรัง หรือโทรศัพท์ 083-6630303, 083-6336393 ร้านอยู่ตรงข้ามอีซูซุย่านตาขาว ร้านจะเปิดตั้งแต่เวลา 08.00 -17.00 น.

ทูตออสเตรเลีย รับแล้วส่งหมายจับแดง ฮาคีม ให้ตม.ไทยจับกุม จนเกิดเรื่องวุ่น

บิ๊กโจ๊ก เผย ทูตออสเตรเลียประจำประเทศไทยยอมรับ ส่งหมายจับแดงให้ ตม.ไทยจับกุม

รายงานข่าวแจ้งว่า วานนี้ (6 ก.พ. 2562) พลตำรวจโทสุรเชษฐ์ หักพาล ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ได้ออกมาเปิดเผยถึงความคืบหน้ากรณี นายฮาคีม อัล อาไรบี อายุ 25 ปี อดีตนักฟุตบอลทีมชาติบาห์เรน ที่มีสถานะผู้ลี้ภัยอยู่ที่ประเทศออสเตรเลีย ถูกเจ้าหน้าที่ สตม.กักตัวไว้ ขณะมาฮันนีมูนกับภรรยาที่ประเทศไทย เนื่องจากมีหมายจับของตำรวจสากล (อินเตอร์โพล)

กรณีหนีคดีที่ถูกศาลบาห์เรนตัดสินจำคุก 10 ปี ข้อหาทำลายทรัพย์สินของรัฐระหว่างการชุมนุมประท้วงรัฐบาลที่บาห์เรนเมื่อปี 2555 ก่อนที่พนักงานอัยการสำนักต่างประเทศ ยื่นคำร้องขอศาล อาญา ส่ง “ฮาคีม” เป็นผู้ร้ายข้ามแดนกลับไปรับโทษที่บาห์เรน จนเกิดเป็นกระแสดราม่าการต้องการตัวของนักฟุตบอลคนดังกล่าวของทั้งออสเตรเลียและบาห์เรน ว่า

หลังการพบปะพูดคุยกับเอกอัครราชทูตออสเตรเลียประจำประเทศไทย ว่าการพูดคุยเป็นไปในแนวทางที่ดี โดยเอกอัครราชทูตออสเตรเลียประจำประเทศไทยยอมรับกับตำรวจตรวจคนเข้าเมือง ว่าเป็นผู้แจ้งหมายจับแดงของนายฮาคีม มาให้ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองเป็นผู้ควบคุมตัวไว้เอง นี่จึงเป็นเหตุให้ต้องทำทุกวิถีทางเพื่อแก้ไขข้อผิดพลาด จึงจำเป็นต้องกดดันให้รัฐบาลไทยส่งตัวนายฮาคีม กลับไปยังประเทศออสเตรเลียให้ได้ โดยหวังว่าทุกฝ่ายจะพิจารณาจากความจำเป็น และข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้น

ทั้งยังเรียกร้องให้ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองใช้อำนาจบริหารเข้าสนับสนุนในการให้ข้อมูลแก่ศาล เพื่อประกอบการไต่สวน ซึ่งทางตำรวจตรวจคนเข้าเมืองได้แจ้งให้ทางเอกอัครราชทูตทราบว่า ในประเทศไทยอำนาจบริหารไม่อาจก้าวล่วงอำนาจศาลได้ สถานทูตจะต้องเป็นฝ่ายดำเนินการส่งข้อมูลความจำเป็นทั้งหมดในกระบวนการไต่สวน เพื่อประกอบการตัดสินใจของศาล

ขอบคุณข้อมูลข่าวจาก สำนักข่าวไทย

หัวอกแม่! อยากถามหนุ่มใหญ่ ซิ่งจยย. ชนรถลูกชาย ก่อนยกรถขับหลบหนี

หัวอกแม่!!! อยากถามหนุ่มใหญ่ ซิ่งรถจักรยานยนต์ออกจากซอย พุ่งชนรถจักรยานยนต์ลูกชายได้รับบาดเจ็บ ก่อนยกรถขับหลบหนี

วันที่ 6 ก.พ.62 นางขนิษฐา แย้มสี อายุ 45 ปี ชาวบ้าน ต.ในเมือง อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวทั้งน้ำตาด้วยความสงสารลูกชาย หลังจากถูกรถจักรยานยนต์ชนได้รับบาดเจ็บและต้องหยุดเรียน 7 วัน เมื่อช่วงเช้าวันที่ 6 ก.พ.ที่ผ่านมา

นายณัฐพงษ์ แย้มสี บุตรชายคนโตของตน ขับรถจักรยานยนต์มุ่งหน้าไปเรียนหนังสือที่โรงเรียนสาธิตเพชรจริก แต่ระหว่างทางบริเวณหน้าซอยหัวหลาง ถนนราชดำเนิน บุตรชายของตนถูกรถจักรยานยนต์ ซึ่งมีคนขับเป็นชายอายุประมาณ 40- 45 ปี ผิวคล้ำ รูปร่างท้วม มีผ้าขาวม้าพาดบ่า ขับรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮออนด้า รุ่นเวฟ ไม่ทราบหมายเลขทะเบียน ขับพุ่งออกจากปากซอยหัวหลางอย่างรวดเร็ว และตัดหน้ารถจักรยานยนต์ลูกชายของตนอย่างกระชั้นชิด

จนเกิดเฉี่ยวชนเสียหลักล้มทั้งสองคัน แต่ลูกชายของตนได้รับบาดเจ็บหลายแห่ง ทั้ง หัวเข่าขาว ข้อศอกขวา แก้มขาว โดยเฉพาะบริเวณปาก แพทย์ต้องเย็บถึง 6 เข็ม อย่างไรก็ตามหลังจากชายคนดังกล่าว ขับรถจักรยานยนต์ตัดหน้าและชนรถจักรยานยนต์ของลูกชาย แทนที่จะเข้าช่วยเหลือนำลูกชายของตนส่งโรงพยาบาล แต่ปรากฏว่าชายคนดังกล่าวกลับฉวยโอกาสขับรถจักรยานยนต์หลบหนีไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

นางขนิษฐา กล่าวอีกว่า ตนอยากถามชายคนดังกล่าวว่า หัวใจทำด้วยอะไร ไม่มีน้ำใจที่จะถามหรือดูแลลูกชายของตนว่า เป็นอะไรมากไหม เจ็บมากไหม ไปโรงพยาบาลไหม ทั้งๆ ที่เห็นอยู่ว่าลูกชายของตนได้รับบาดเจ็บเลือดไหล หรืออย่างน้อยก็นน่าจะอยู่ในเหตุการณ์จนกว่า พ่อ แม่ หรือ ญาติ ผู้บาดเจ็บ จะเดินทางไปถึง ไม่ใช่ยกรถแล้วขับหลบหนี หากเป็นลูกหลานของคุณถูกรถขับชนแล้วหลบหนี คุณจะรู้สึกอย่างไร

ล่าสุดตนไปแจ้งความที่ สภ.เมืองนครศรีธรรมราช พร้อมกับนำหลักฐานเป็นกล้องวงจรปิดหน้ารถยนต์ของพลเมืองดี และกล้องวงจรปิดของเทศบาล ที่บันทึกเหตุการณ์เอาไว้ไป ไปมอบให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อติดตามชายคนดังกล่าวมาดำเนินคดีตามกฎหมาย

ด้านนายณัฐพงษ์ แย้มสี ผู้บาดเจ็บ เล่าว่า เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ตนขับรถจักรยานยนต์ออกจากบ้านไปตามถนนราชดำเนิน มุ่งหน้าไปเรียนหนังสือ ที่โรงเรียนสาธิตเพชรจริก เมื่อถึงปากซอยหัวหลาง ที่เกิดเหตุ ระหว่างนั้นมีชายคนหนึ่ง ขับรถจักรยานยนต์ออกจากซอย พยายามข้ามถนนมุ่งหน้าเข้าซอยหัวหว่อง ซึ่งอยู่ตรงข้าม นาทีนั้นตนคิดว่าชายคนดังกล่าวจะชะลอหรือหยุดรถ บริเวณปากซอยหัวหลาง เพื่อให้รถที่วิ่งมาทางตรงผ่านไปก่อน

แต่ปรากฏว่าชายคนดังกล่าวกลับขับรถพุ่งออกจากซอยตัดหน้ารถของตน โดยตนพยายามเบรกรถและหักหลบแล้วแต่ไม่ทัน จึงถูกรถจักรยานยนต์คันดังกล่าวชนเข้าทางด้านซ้ายของรถ จนเสียหลักล้มกลางถนนทั้งสองคัน หลังถูกชนตนรีบโทรศัพท์บอกพ่อกับแม่ จากนั้นชายคนดังกล่าวก็ลุกขึ้น ก่อนจะเดินมาพูดกับตน ว่าจะขอยกรถออกจากกลางถนน สุดท้ายขับรถหลบหนีไปอย่างรวดเร็วทางซอยหัวหว่อง

ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า จากการตรวจสอบกล้องหน้ารถและกล้องวงจรปิดของเทศบาล พบว่า ระหว่างที่นายณัฐพงษ์ ผู้บาดเจ็บ ซึ่งอยู่ในชุดนักเรียน และสวมหมวกนิรภัย โดยขับรถจักรยานยนต์มาตามถนนราชดำเนิน เมื่อถึงที่เกิดเหตุได้มีชายคนหนึ่ง อายุประมาณ 40 – 45 ปี ผิวดำ สวมเสื้อยืดคอกลมสีฟ้า นุ่งกางเกงยีนส์ขาสั้น สวมรองเท้าแตะ และมีผ้าขาวม้าพาดบ่า

ขับรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮออนด้าเวฟ ไม่ทราบสีและป้ายทะเบียน พุ่งออกจากซอยหลาง พยายามตัดหน้ารถจักรยานยนต์ของผู้บาดเจ็บ เพื่อข้ามถนนไปยังซอยหัวหว่อง กระทั่งเกิดการเฉี่ยวชนกัน จนรถจักรยานยนต์และคนขับทั้งสองคน เสียหลักล้มกลางถนนเป็นเหตุให้นายณัฐพงษ์ ได้รับบาดเจ็บ ส่วนชายคู่กรณีหลังเกิดเหตุ ได้ขับรถหลบหนีไป