รฟม. ติดตั้งระบบพ่นละอองน้ำลดฝุ่นละออง ในพื้นที่ก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้า

รฟม. ติดตั้งระบบพ่นละอองน้ำลดฝุ่นละออง ในพื้นที่ก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าเพื่อบรรเทาปัญหาฝุ่นละอองPM 2.5

การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) กระทรวงคมนาคม ดำเนินการตามนโยบาย “One Transport ปลอดฝุ่น PM2.5” คมนาคมรวมใจช่วยลดฝุ่น เพื่อความสุข สุขภาพดีของประชาชน

ซึ่งนายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้มีข้อสั่งการให้ทุกหน่วยงานในสังกัดกระทรวงฯ ดำเนินการแก้ไขและรับมือสถานการณ์ค่าฝุ่นละอองขนาดPM 2.5 ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลเกินมาตรฐานโดย รฟม. และผู้รับจ้างก่อสร้าง

โครงการรถไฟฟ้าในความรับผิดชอบร่วมกันบูรณาการแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองดังกล่าวดังนี้

1. โครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ได้ติดตั้งตั้งระบบพ่นละอองน้ำลดฝุ่นละอองในพื้นที่ก่อสร้างรถไฟฟ้า โดยเริ่มนำร่องจากช่วงศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย-มีนบุรี ประกอบด้วย สถานีศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย ฝั่งถนนรัชดาภิเษกสถานี รฟม.สถานีวัดพระราม 9ภายในพื้นที่ก่อสร้างศูนย์ซ่อมบำรุง (Depot) ถนนวัฒนธรรม และสถานี กกท. ถนนรามคำแหง

2. โครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว ช่วงหมอชิต–สะพานใหม่-คูคต ได้ดำเนินการติดตั้งระบบละอองน้ำที่บริเวณหัว-ท้ายของสถานีรัชโยธิน (ใกล้เชิงทางลาดสะพานรถยนต์ข้ามแยกรัชโยธิน) โดย รฟม. จะติดตั้งระบบพ่นละอองน้ำตามสถานีรถไฟฟ้าอื่นๆ ในโครงการที่อยู่ระหว่างดำเนินการก่อสร้างต่อไป

ทั้งนี้ประชาชนสามารถใช้บริการที่จอดรถยนต์สำหรับผู้ใช้บริการรถไฟฟ้ามหานคร สายฉลองรัชธรรม (MRT สายสีม่วง) ณ จุดจอดแล้วจรทั้ง 4 แห่ง โดยไม่เสียค่าบริการ ได้แก่อาคารจอดแล้วจร สถานีคลองบางไผ่ สถานีสามแยกบางใหญ่ สถานีบางรักน้อยท่าอิฐ และสถานีแยกนนทบุรี 1 สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ รฟม. www.mrta.co.th เฟซบุ๊กแฟนเพจการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย และ Call Center รฟม. โทร. 0 2716 4044

พยากรณ์อากาศ ประจำวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2562

เตือน! ประชาชนบริเวณภาคเหนือ ระวังอันตรายในการสัญจรผ่านบริเวณที่มีหมอกหนา

พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ประจำวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2562 ลักษณะอากาศทั่วไป บริเวณภาคเหนือมีอากาศเย็นถึงหนาวกับมีหมอกในตอนเช้าและมีหมอกหนาในบางพื้นที่ ขอให้ประชาชนบริเวณภาคเหนือระวังอันตรายในการสัญจรผ่านบริเวณที่มีหมอกหนาไว้ด้วย สำหรับภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออกมีอากาศร้อนในตอนกลางวัน โดยมีฝนฟ้าคะนองบางพื้นที่

ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา ลมตะวันตกเคลื่อนเข้าปกคลุมภาคเหนือ ทำให้ภาคเหนือมีอากาศเย็นถึงหนาวในตอนเช้า ในขณะที่ลมตะวันออกเฉียงใต้พัดนำความชื้นจากทะเลจีนใต้และอ่าวไทยเข้ามาปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณดังกล่าวมีหมอกในตอนเช้า กับมีฝนฟ้าคะนองบางพื้นที่ สำหรับมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือกำลังอ่อนพัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้ ทำให้ภาคใต้ยังคงมีฝนฟ้าคะนองบางพื้นที่

พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยตั้งแต่เวลา 06:00 วันนี้ ถึง 06:00 วันพรุ่งนี้.
  • ภาคเหนือ

ตอนบนของภาคอากาศหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 12-15 องศาเซลเซียส
ตอนล่างของภาคอากาศเย็นกับมีหมอกในตอนเช้า และมีหมอกหนาในบางพื้นที่
โดยมีอากาศร้อนในตอนกลางวัน
อุณหภูมิต่ำสุด 18-20 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-38 องศาเซลเซียส
สำหรับบริเวณยอดดอยมีอากาศหนาวถึงหนาวจัด อุณหภูมิต่ำสุด 4-14 องศาเซลเซียส
ลมตะวันตก ความเร็ว 10-15 กม./ชม.

  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

อากาศเย็นกับมีหมอกในตอนเช้า และมีอากาศร้อนในตอนกลางวัน
โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่
ส่วนมากบริเวณจังหวัดนครราชสีมา ชัยภูมิ บุรีรัมย์ และสุรินทร์
อุณหภูมิต่ำสุด 18-24 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 35-37 องศาเซลเซียส
สำหรับบริเวณยอดภูมีอากาศหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 9-14 องศาเซลเซียส
ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.

  • ภาคกลาง

มีเมฆบางส่วน กับมีอากาศร้อนในตอนกลางวัน
โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่
ส่วนมากบริเวณจังหวัดพระนครศรีอยุธยา และสระบุรี
อุณหภูมิต่ำสุด 24-25 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 36-37 องศาเซลเซียส
ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.

  • ภาคตะวันออก

มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่
ส่วนมากบริเวณจังหวัดชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด
อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 33-37 องศาเซลเซียส
ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.
ทะเลมีคลื่นต่ำกว่า 1 เมตร

  • ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก)

มีเมฆบางส่วน กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่
ส่วนมากบริเวณจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร และสุราษฎร์ธานี
อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 32-35 องศาเซลเซียส
ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม./ชม.
ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูง 1-2 เมตร

  • ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก)

มีเมฆบางส่วน กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่
ส่วนมากบริเวณจังหวัดระนอง และพังงา
อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 33-36 องศาเซลเซียส
ลมตะวันออก ความเร็ว 10-30 กม./ชม.
ทะเลมีคลื่นต่ำกว่า 1 เมตร

  • กรุงเทพมหานครและปริมณฑล

มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีอากาศร้อนในตอนกลางวัน โดยมีฝนเล็กน้อยบางแห่ง
อุณหภูมิต่ำสุด 25-27 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 34-36 องศาเซลเซียส
ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.

ครูหมอนวดแผนไทย เผย บุคคล 8 ประเภทที่ต้องห้ามทำการนวด

ครูหมอนวดแผนไทย ชี้ นวดคนท้องต้องผู้เชี่ยวชาญ-ครรภ์อ่อนควรเว้น พร้อมเผยบุคคล 8 ประเภทที่ต้องห้ามทำการนวด

วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2562 จากกรณีที่พริตตี้สาวท้อง 6 เดือนไปใช้บริการร้านนวดแผนไทยใน จ.เชียงใหม่ แล้วเกิดอาการช็อกจนแท้งลูกจนเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์ถึงศาสตร์การนวดแผนไทยในแง่มุมต่างๆ ล่าสุดนายกำพล ปาลกะวงศ์ ณ อยุธยา ครูสอนนวดแผนไทยชื่อดังของ จ.ชัยนาท ได้ออกมาให้ความเห็นกับเรื่องดังกล่าวว่า

โดยปกติแล้วตนจะสอนลูกศิษย์ทุกคนว่าก่อนทำการนวดให้ลูกค้าทุกราย จะต้องทำการซักประวัติก่อน เพราะมีกลุ่มบุคคล 8 ประเภทที่ต้องห้ามทำการนวด คือ

1.กลุ่มคนที่มีโรคประจำตัวเกี่ยวกับการแข็งตัวของเลือด

2.กลุ่มคนที่มีบริเวณที่เป็นมะเร็งที่ต้องหลีกเลี่ยง

3.กลุ่มบุคคลที่เป็นโรคติดต่อ เช่น โรคเอดส์ โรคอีสุกอีใส โรคงูสวัด และผู้ป่วยวัณโรค

4.กลุ่มบุคคลที่มีไข้สูงกว่า 38.5 องศาเซลเซียส

5.กลุ่มบุคคลทีมีอาการอักเสบบวมแดงปรากฏให้เห็น

6.กลุ่มผู้ป่วยโรคกระดูก

7.กลุ่มผู้ป่วยที่เพิ่งประสบอุบัติเหตุมาใหม่ๆ

8.กลุ่มบุคคลที่อายุครรภ์ต่ำกว่า 8 เดือน

ซึ่งเมื่อถามว่ากรณีที่สตรีมีอายุครรภ์ 6 เดือนสามารถนวดแผนไทยได้หรือไม่ ครูกำพล กล่าวว่า จริงๆ แล้วสตรีมีครรภ์สามารถนวดได้ แต่จะต้องเป็นการนวดเพื่อผ่อนคลาย หรือนวดแบบเบาๆ เท่านั้น ห้ามนวดบริเวณท้องโดยเด็ดขาด และจะต้องจัดท่าการนอนนวดให้เหมาะสม จะต้องไม่มีการกดทับที่ท้องโดยเด็ดขาด

ที่สำคัญจะต้องนวดโดยผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น ซึ่งตนเองตามประสบการณ์แล้วจะรับนวดในกลุ่มที่มีอายุครรภ์ 8 เดือนขึ้นไปเท่านั้น ซึ่งเรียกว่า “นวดกล่อมเด็ก” ส่วนอายุครรภ์ที่ต่ำกว่านี้ตนไม่แนะนำให้นวด เพราะมีความเสี่ยงสูงต่อภาวะการตั้งครรภ์