นาซ่า รับรองแล้ว เกาะใหม่ โผล่ที่ตองกาแล้ว

นักวิทยาศาสตร์ NASA รับรองเกาะ Hunga Tonga ในตองกาเป็นเกาะเกิดใหม่ล่าสุดของโลก หลังรอดพ้นจากการถูกกัดเซาะมาถึง 4 ปี 

สำนักข่าวต่างประเทศได้รายงานว่า องค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติของสหรัฐฯ หรือ NASA ได้มีการประกาศรับรองให้เกาะ Hunga Tonga ในตองกา เป็นเกาะเกิดใหม่ล่าสุดของโลก หลังจากที่อยู่รอดมาตั้งแต่ที่เกาะแห่งนี้ปรากฏให้เห็นเมื่อปี 2014

โดยรายงานเผยว่า เกาะ Hunga Tonga เป็นเกาะที่เกิดจากการปะทุของภูเขาไฟ ซึ่งการเกิดเกาะลักษณะนี้ถือว่ามีโอกาสน้อยมากที่จะอยู่รอดได้ เนื่องจากมันจะถูกน้ำทะเลกัดเซาะ หรือไม่ก็จมหายไปภายในไม่กี่เดือน แต่มันกลับคงยืนหยัดไม่ถูกกลืนลงทะเลมาได้ถึง 4 ปี จึงทำให้เป็นเพียง 1 ใน 3 เกาะของโลกในรอบ 150 ปีที่รอดมาได้

ขณะที่นักวิทยาศาสตร์จากนาซ่า ได้ลงพื้นที่สำรวจเกาะดังกล่าวแล้ว เพื่อนำตัวอย่างหิน กรวด และแร่ธาตุต่างๆ มาศึกษา จะได้เข้าใจธรณีวิทยาของเกาะแห่งนี้มายิ่งขึ้น

รวมถึงวิเคราะห์ผลกระทบต่อการพังทลายของคลื่นจากมหาสมุทรแปซิฟิกในอนาคต และจะได้เข้าใจได้ว่าธรณีวิทยาเริ่มก่อตัวเป็นมวลบกใหม่ได้อย่างไร เพื่อนำไปเป็นเบาะแสเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ทางธรณีวิทยาของดาวอังคารได้

ครม.ไฟเขียว ห้าม!!รถยนต์มลพิษสูง วิ่งใน กทม.ชั้นกลาง-ชั้นนอก แก้ปัญหาฝุ่น

ครม.เห็นชอบ มาตรการระยะเร่งด่วน ห้ามรถยนต์มลพิษสูงวิ่งในกทม.ชั้นกลาง-ชั้นนอก แก้ปัญหาฝุ่นละออง จ่อเพิ่มภาษีรถเก่า ลดภาษีรถยนต์ไฟฟ้า

รายงานข่าวแจ้งว่า วานนี้ (5 ก.พ. 2562) ที่ประชุมคระรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบมาตรการแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 ในกรุงเทพมหานคร ปริมณฑล และในพื้นที่จังหวัดต่างๆ ตามที่กระทรวงกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเสนอ โดยให้แบ่งเป็น 3 ระยะได้แก่ ระยะเร่งด่วน ระยะปานกลาง และระยะยาว

ซึ่ง มาตรการระยะเร่งด่วน มีแนวทางการปฏิบัติ 3 ขั้นตอน คือ
1. เตรียมการ(ช่วงก่อนเกิดสถานการณ์ : ก.ย.-พ.ย.) ให้แก่ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตรวจสอบแหล่งกำเนิดมลพิษในพื้นที่กรุงเทพฯ และ 5 จังหวัดปริมณฑล จัดหาเครื่องมือและอุปกรณ์ในการตรวจวัดคุณภาพอากาศ เพื่อติดตามเฝ้าระวังสถานการณ์ และเตรียมพร้อมเพื่อสั่งการ หากปริมาณฝุ่นละอองในพื้นที่มีปริมาณสูงขึ้น

2. ขั้นปฏิบัติการ (ช่วงเกิดสถานการณ์ : ธ.ค.-เม.ย.) เป็นการปฏิบัติการช่วงเกิดสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM 2.5) เกินมาตรฐาน ซึ่งได้ปรับปรุงแผนปฏิบัติการในกรุงเทพฯ ปริมณฑล และในพื้นที่จังหวัดต่างๆ โดยได้กำหนดระดับการยกระดับความเข้มข้นของมาตรการตามความรุนแรงของสถานการณ์ฝุ่นละอองเป็น 4 ระดับ ดังนี้

ระดับที่ 1 เป็นระดับที่ปริมาณฝุ่นละออง มีค่าไม่เกิน 50 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ให้ส่วนราชการทุกหน่วยต้องดำเนินการตามภารกิจ เพื่อควบคุมรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมในกรุงเทพฯ ปริมณฑล และพื้นที่จังหวัดต่างๆ ให้อยู่ในระดับปกติ

ระดับที่ 2 เป็นระดับที่ปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็ก มีค่ามากกว่า 50 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ให้ทุกส่วนราชการต้องดำเนินการเพิ่มและยกระดับมาตรการต่างๆ ให้เข้มงวดขึ้น

โดยผู้ว่าฯ กทม. และผวจ.ที่มีปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก เพิ่มจุดตรวจจับควันดำเป็น 20 จุด เข้มงวดตรวจสอบตรวจจับรถโดยสารขององค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพก่อนออกให้บริการ และบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด ไม่ให้มีรถควันดำวิ่งโดยเด็ดขาด ห้ามจอดในที่ห้าม ลากและปรับรถที่จอดผิดกฎหมาย

ปรับเปลี่ยนไปใช้น้ำมัน B20 ในรถโดยสารดีเซล การเฝ้าระวังและปฏิบัติการทำฝนเทียม ให้หน่วยงานภาครัฐพิจารณาการทำงานที่บ้านและขอความร่วมมือจากบริษัทเอกชนให้ทำงานที่บ้านเช่นกัน

เข้มงวดตรวจโรงงานอุตสาหกรรมป้องกันและควบคุมการระบายฝุ่นละอองเกินมาตรฐาน ขอความร่วมมือโรงงานอุตสาหกรรมดูแลตรวจสอบอุปกรณ์และเครื่องจักรให้มีประสิทธิภาพตรวจสอบสภาพรถบรรทุกทั้งขาออกและขาเข้าโรงงานหยุดหรือลดกำลังการผลิต และห้ามรถยนต์ที่มีมลพิษสูงสัญจรในพื้นที่กรุงเทพชั้นกลางและชั้นนอก

ระดับที่ 3 เป็นระดับที่ปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) ยังไม่ลดลงและมีแนวโน้มสูงขึ้น หลังจากที่ได้มีการดำเนินการในระดับที่ 2 แล้ว ให้เป็นอำนาจและหน้าที่ของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครและผู้ว่าราชการจังหวัดที่มีปัญหาฝุ่นละออง ใช้กฎหมายที่มีอยู่เข้าไปควบคุมพื้นที่หรือควบคุมแหล่งกำเนิดที่ก่อให้เกิดเหตุรำคาญหรือมีผลกระทบต่อประชาชนเพื่อระงับยับยั้งสถานการณ์ค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) ที่มีแนวโน้มสูงขึ้น

ระดับที่ 4 เป็นระดับที่ปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) ยังไม่ลดลง และมีแนวโน้มสูงขึ้นต่อเนื่องกำหนดให้มีการประชุมคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติเป็นกรณีเร่งด่วนพิเศษ และพิจารณากลั่นกรองแนวทางในการแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็กโดยจะต้องนำกราบเรียนนายกรัฐมนตรีเป็นการเร่งด่วน เพื่อพิจารณาในการสั่งการอย่างใดอย่างหนึ่งที่เป็นแนวทางหรือมาตรการในการลดมลพิษ

มาตรการระยะกลาง (พ.ศ. 2562 – 2564) เป็นการลดการระบายมลพิษและลดจำนวนแหล่งกำเนิด โดยประกาศใช้มาตรฐานน้ำมันเชื้อเพลิงให้มีกำมะถันไม่เกิน 10 ppm พัฒนาโครงข่ายการให้บริการขนส่งสาธารณะให้เชื่อมโยงทุกระบบ เร่งรัดแผนการเปลี่ยนรถโดยสารขององค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพฯให้เป็นรถยนต์ที่มีมลพิษต่ำ

พิจารณาปรับวิธีการและปรับลดอายุรถที่เข้ารับการตรวจสภาพรถยนต์ประจำปี พิจารณาการเพิ่มภาษีรถยนต์เก่า การลดภาษีรถยนต์ไฟฟ้า การซื้อ-ทดแทนรถราชการด้วยรถยนต์ไฟฟ้า และการจัดโซนนิ่งจำกัดจำนวนรถเข้าเมือง การพัฒนาระบบเฝ้าระวังผลกระทบต่อสุขภาพ เพิ่มพื้นที่สีเขียว พัฒนาศักยภาพท้องถิ่นในการดำเนินการติดตามการตรวจสอบคุณภาพอากาศในพื้นที่ และการควบคุมเป็นระบบ Single Command

มาตรการระยะยาว (พ.ศ. 2565 – 2567) เป็นการลดการระบายมลพิษและลดจำนวนแหล่งกำเนิด โดยปรับปรุงมาตรฐานการระบายมลพิษทางอากาศจากรถยนต์ใหม่ให้เป็นไปตามมาตรฐาน EURO 6

ห้ามนำเข้าเครื่องยนต์ใช้แล้วมาเปลี่ยนแทนเครื่องยนต์เก่าในรถยนต์ พัฒนาโครงข่ายการให้บริการขนส่งสาธารณะให้เชื่อมโยงทุกระบบและครอบคลุมพื้นที่ กำหนดมาตรฐานระบายอากาศเสียจากโรงงานอุตสาหกรรมให้เทียบเท่า EU และ USA

นายกฯ ยังไม่ตัดสินใจร่วมงานกับพรรคพลังประชารัฐ

พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ยังไม่ตัดสินใจเป็น 1 ในบัญชีรายชื่อนายกรัฐมนตรีของพรรคพลังประชารัฐ โดยระบุว่า ยังมีเวลาพิจารณาถึงวันที่ 8 กุมภาพันธ์

พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงความเป็นไปได้ในการร่วมงานกับพรรคพลังประชารัฐ โดยระบุว่า อยู่ระหว่างศึกษานโยบาย เพื่อประกอบการตัดสินใจว่า จะตอบรับเป็น 1 ใน 3 รายชื่อนายกรัฐมนตรี ของพรรคพลังประชารัฐ หรือไม่ ซึ่งยังมีเวลาพิจารณาถึงวันศุกร์นี้ พร้อมยืนยันว่า การจัดทำรายชื่อผู้สมัคร ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อของพรรคพลังประชารัฐ ไม่เกี่ยวข้องกับการตัดสินใจตอบรับเป็นนายกรัฐมนตรีในบัญชีของพรรคหรือไม่

พลเอกประยุทธ์ ยอมรับด้วยว่า ได้เผื่อใจไว้แล้ว หากไม่ได้เป็นนายกรัฐมนตรีต่อหลังการเลือกตั้ง แต่ยืนยัน ตลอดการทำงานที่ผ่านมา ขับเคลื่อนงานหลายอย่าง แต่มีอีกหลายเรื่องที่ยังไม่ได้ทำ

ขณะเดียวกัน วานนี้ นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ฝ่ายการเมือง ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้แถลงข่าวลาออกจากตำแหน่ง

โดยนายพุทธิพงษ์ เปิดเผยว่า ได้เข้าพบนายกรัฐมนตรี และยื่นหนังสือลาออก เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ซึ่งมีผลวานนี้ (5 ก.พ.) ทันที พร้อมยืนยันถึงการลาออกครั้งนี้ ว่าเกี่ยวข้องกับข้อกฎหมาย เนื่องจากเป็นหนึ่งในรายชื่อว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ จึงไม่อยากทำงาน 2 ด้าน และไม่อยากให้เกิดความสับสน อีกทั้งไม่เกี่ยวข้องกับการที่มีคดีชุมนุม กปปส. ปี 2557 ติดตัว เพราะทุกอย่างเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมตามปกติ

สำหรับในเรื่องนี้ นายกรัฐมนตรี ยืนยันว่า การลาออกจากตำแหน่งของนายพุฒิพงษ์ จะไม่ส่งผลต่อการทำงาน และจะไม่มีการแต่งตั้งบุคคลใหม่มาทำหน้าที่