หนุ่มใหญ่อ้างเป็นลูกลับๆ ของเจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ ชี้เจ้าหญิงไดอานาจ่อเปิดโปงแต่สิ้นพระชนม์เสียก่อน

ชายวัย 52 อ้างเป็นลูกลับๆ ของเจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ และคามิลลา

วันที่ 5 ก.พ. 2562 สื่ออังกฤษหลายสำนักรายงานข่าวกรณีที่ นายไซมอน โดแรนที -เดย์ ชายชาวออสเตรเลีย วัย 52 ปี ซึ่งขณะนี้ กำลังพำนักอาศัยอยู่ในรัฐควีนส์แลนด์ ประเทศออสเตรเลีย ออกมาเปิดเผยผ่านสื่ออ้างว่า ตนเองเป็นบุตรชายลับๆ ของเจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ มกุฎราชกุมารแห่งอังกฤษ กับคามิลลา ดัชเชสแห่งคอร์นวอลล์ด้วยความมั่นใจ

มีการเปิดเผยภาพใบหน้าของนายไซมอน ที่มีความคล้ายคลึงกับเจ้าฟ้าชายชาร์ลส์และคามิลลา โดยนายไซมอนยังให้นักข่าวได้ดูรูปลักษณะโครงใบหน้าที่คล้ายคลึงกับสมาชิกหลายพระองค์ในราชวงศ์ บางเสียงชี้ว่าโครงใบหน้าของเขาคล้ายคลึงกับสมเด็จพระราชินีเอลิซาเบธที่ 2 รวมถึงนายไซมอน ที่ใช้ชื่อบัญชีผู้ใช้เฟซบุ๊ก @PrinceSimonCharles ยังมีการเปิดเผยภาพของตัวเองสมัยที่ยังเป็นหนุ่มอีกด้วย

เพื่อพิสูจน์และยุติการค้นหามานานนับ 40 ปีว่าใครคือพ่อแม่ที่แท้จริงของตนเอง นายไซมอน ยังยืนกรานว่าตนพร้อมจะตรวจดีเอ็นเอ เพื่อพิสูจน์ความจริง

นายไซมอน เล่าว่า เขาเกิดที่เมืองกอสปอร์ตประเทศอังกฤษ เมื่อ 5 เม.ย. 2509 ซึ่งขณะนั้นเจ้าฟ้าชายชาร์ลส์และคามิลลา ปาร์กเกอร์ โบว์ลส์ ยังเป็นวัยรุ่นหนุ่มสาว โดยเจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ มีพระชนม์ 17 พรรษา และคามิลลา อายุ 18 ปี โดยในขณะที่เขาอายุได้ 18 เดือน นางคาเร็นและเดวิด เดย์ สองสามีภรรยาชาวอังกฤษได้รับเขาเป็นบุตรบุญธรรม

อย่างไรก็ตาม นายไซมอน ยังอ้างว่า นางไวนิเฟร็ด ยายบุญธรรมของเขา และสามีชื่อ เออร์เนสต์ ได้ทำงานเป็นข้าราชบริพารของสมเด็จพระราชินีเอลิซาเบธที่ 2 และเจ้าชายฟิลิป พระราชสวามี นอกจากนี้ เขายังอ้างว่ายายบุญธรรมได้บอกกับเขาหลายครั้งว่า เขาคือลูกของเจ้าฟ้าชายชาร์ลส์และคามิลลา

นายไซมอน ยังให้สัมภาษณ์ผ่านนิตยสาร New Idea ในออสเตรเลีย ว่า เขาเชื่อว่าเจ้าหญิงไดอานาทรงทราบเกี่ยวกับเรื่องนี้ และเตรียมจะทรงเปิดเผยต่อสาธารณชน ก่อนที่พระองค์จะสิ้นพระชนม์โดยอุบัติเหตุทางรถยนต์ที่ฝรั่งเศสเมื่อปี 2540

อย่างไรก็ตาม ทางพระตำหนัก Clarence House ที่ประทับเจ้าฟ้าชายชาร์ลส์และคามิลลา ปฏิเสธที่จะแสดงความเห็นใดๆ ในกรณีนี้

ที่มา  www.in.com

สามีสุดทนคิดฆ่าตัวตาย หมดตัว-บ้านแตก หลังภรรยาหลงเชื่อสำนักปฎิบัติธรรม

ชีวิตจริงยิ่งกว่านิยาย สามีสุดทนคิดฆ่าตัวตาย หมดตัวสูญเงินนับล้าน-บ้านแตก หลังภรรยาหลงเชื่อสำนักปฎิบัติธรรม

รายการโหนกระแสได้เผยเรื่องราวของผู้ชายคนหนึ่ง ที่ร้องเรียนเรื่องภรรยากับแม่ยายเข้าไปอยู่ที่สำนักปฎิบัติธรรม แห่งหนึ่งที่ จ.พัทลุง แต่กลับถูกหลอกลวงจนหมดเนื้อหมดตัว สูญเงินไปนับล้านบาท ทั้งบ้านที่เป็นร้านอาหาร และที่ดินกว่า 11.5 ไร่ แถมครอบครัวยังแตกแยก

สุดทนถึงขั้นคิดจะฆ่าตัวตาย ซึ่งล่าสุดรายการโหนกระแส วันที่ 5 ก.พ. ดำเนินรายการโดย หนุ่ม กรรชัย กำเนิดพลอย ผลิตในนามบริษัท ดีคืนดีวัน จำกัด ออกอากาศทุกวันจันทร์- เวลา 13.30-14.10 น. ทางช่อง 28 ได้เชิญ คุณเจ (สามี ที่คิดฆ่าตัวตาย) และ คุณกวาง รษิกา (อดีตลูกศิษย์สำนักปฎิบัติธรรม) มาเปิดใจถึงเรื่องนี้

คุณเจเรื่องมันเป็นยังไงเล่าให้ฟังหน่อยครับ

เจ : ภรรยากับแม่ยายเข้าไปในสถานปฎิบัติธรรม โดยการชักนำของลูกศิษย์คนหนึ่งที่ทำงานขายประกันชีวิต โดยบอกว่าพ่อของภรรยาที่ตายมาหาเขา แล้วบอกว่าให้ภรรยากับแม่ยายไปหาเจ้าสำนัก พอไปเจ้าสำนักก็ให้ไปทำบุญให้พ่อ ซึ่งเขาบอกว่าเขาสามารถติดต่อกับวิญญาณ

เจ้าสำนักที่ว่าเป็นใคร

เจ : เป็นผู้หญิงใส่ชุดขาว ไม่ได้เป็นร่างทรง ไม่โกนหัว นุ่งขาวห่มขาว สุดท้ายภรรยาผมก็ไปกับแม่ยาย ซึ่งเขาบอกให้ไปทำบุญให้พ่อ โดยการถวายเงินสร้างกุฎิประมาณ 2 แสนบาท นี่เป็นครั้งแรก พอเขากลับมาก็ให้ผมไปถอนเงินมา แต่เขาไม่บอกว่าเอาไปให้สถานปฎิบัติธรรม เขาบอกเอาไปให้แม่ ผมก็ไปถอนไปให้หมด รู้ที่หลังว่าเขาเอาเงินไปให้เจ้าสำนักสร้างกุฎิ

แล้วได้สร้างมั้ยกุฎิ

เจ : ใครที่เข้าไปที่นั้นเขาก็บอกให้สร้างกุฎิทั้งหมด ซึ่งก็เป็นหลังนี้ แต่มีหลายคนที่ไม่ให้ก็มี

คุณอยู่ที่นั่นมาก่อนใช่ไหม

กวาง : ใช่ เมื่อปี 2555 ก็ขึ้นไปเอง ตอนนั้นไม่รู้จะไปไหน รู้สึกเบื่อๆ ก็ไปหาสถานที่ปฎิบัติธรรมอยู่ที่จังหวัดพัทลุง พอขึ้นไปครั้งแรกก็ไปเรื่อยๆ ลูกศิษย์เขาพยายามพูดให้เรากินของจากสำนักปฎิบัติธรรม เขาบอกว่าไม่กินจะไม่เป็นมงคล เราขึ้นไปปลายปี 55 ลงมาปลายปี 56 ก็ยังไปคุยกับภรรยาของน้องเขาเลยว่าอย่าขึ้นไปนะ มันไม่โอเค ซึ่งตอนนั้นเขายังไม่ได้ขึ้นไป

หลังจากให้เงินไป 2 แสนแล้วเขายังไปอีกไหม

เจ : เขาไปอีก พอกลับมาเขาก็บอกว่าปฎิบัติกิจกรรมกับเขาไหม เราก็บอกว่าอย่าไปเชื่อสถานปฎิบัติธรรมนะ เพราะเรารู้มาแล้วว่าเขาทำให้ครอบครัวแตกแยก ซึ่งคืนนั้นทั้งคืนเขาก็นอนร้องไห้ เพราะที่สำนักเขาบอกว่าสามีนอกใจ อีกวันเขาก็ไปอีก พอกลับมาเขาก็บอกว่าผมไม่ต้องอยู่ที่นี่แล้วนะ ซึ่งที่บ้านเปิดร้านอาหารอยู่ด้วย

เขาก็บอกว่าเขายกให้แม่แล้ว ส่วนเขาจะไปปฎิบัติธรรม ไล่เราเลย นอกจากผมแล้วเขาก็ไล่พนักงานที่ร้านด้วย แล้วเขาไปอยู่ที่สถานปฎิบัติธรรมเลย ซึ่งผมก็ไปอยู่ข้างนอก ถัดมาอีก 2-3 วันเขาก็โทรมาหาผมอีกครั้ง เขาบอกว่าอยากอยู่เป็นครอบครัวอีกไหม ถ้าอยากอยู่ให้ผมไปที่อาจารย์แม่

ซึ่งผมไป แต่ก่อนที่จะไปผมไปหาเจ้าคณะอำเภอ ท่านก็บอกว่าพวกนี้เป็นพวกต้มตุ๋น ไปได้แต่อย่าไปกินของที่เขาให้ ซึ่งพอผมไปเจ้าสำนักก็รอผมอยู่แล้ว เขาก็ดูดวงให้ผมเลย เขาบอกว่าเจกับภรรยาไม่ได้เป็นเนื้อคู่กัน แต่มีทางแก้ คือผมต้องมาปฎิบัติธรรมและเป็นลูกศิษย์ที่นี่ โดยการถือศีลและปิดวาจา 7 วัน ผมก็ด่าเลยว่าพวกคุณเป็น 18 มงกุฎ คุณหลอกคนมาเยอะแล้ว หลังจากนั้นภรรยาก็โกรธผมมาก บอกว่าว่าถ้าลบหลู่อาจารย์ต้องอายุสั้น

แล้วเกิดอะไรขึ้นต่อ

เจ : พอผมกลับมาญาติพี่น้องก็โทรศัพท์มาให้ผมไปหา พอผมลงนั่ง เขาก็เอาผ้าขาวมาปูที่หน้าขา แล้วก็กราบ 1 ครั้งก่อนจะบอกว่าไม่ขอทำหน้าที่ภรรยาแล้ว ขอเลิกตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นไป ซึ่งเรามีลูกด้วยกัน 2 คน

เห็นบอกว่าถึงขั้นแม่ยายมอบมรดกให้พี่สาวไป แต่แม่ชีบอกไปเอาคืนมา

เจ : คือพี่สาวของแม่ยายทำงานอยู่ที่อำเภอ แม่ยายมากับพวกแม่ชี ก็เข้ามาขอ ก่อนหน้านั้นก็มาขอที่ดินที่บ้านภรรยาไปแล้ว ขอมาเป็นของแม่ พอมาเป็นของแม่ทางสำนักก็เปลี่ยนชื่อร้านแล้วมาบริหารเอง จากเดิมเป็นปลาเผาตอนนี้เปลี่ยนชื่อเป็นร้านมังสวิรัติเรือนทิพย์และอาหารเจ แต่ไม่มีลูกค้า เพราะไม่มีใครกิน

นอกจากนั้นก็มีเรื่องที่ดิน 11 ไร่ครึ่ง ซื้อมาเกือบล้าน ผมไปตัดปาล์มเพื่อเอาเงินมาให้ลูกจ่ายค่าโรงเรียน แต่เขาปิดทางไม่ให้เข้า เพราะภรรยายกให้สำนักนั้นไปแล้ว ผมสืบทราบมาว่ายกให้เปล่าๆ แต่ลงเป็นการซื้อขายเรียบร้อย

แล้วตอนนี้ภรรยาคุณอยู่ไหน

เจ : อยู่ที่สำนักครับ ไปกินนอนอยู่ที่นั่นเลย ส่วนเรื่องมรดกที่ยกให้พี่สาวไปก็ไปบีบคั้นเขาทุกวัน ตอนแรกๆ ญาติพี่น้องก็ไม่ยอม แต่เขามาทุกวัน สุดท้ายพี่สาวของแม่ยายก็โอนให้เลยเพราะรำคาญ ไปโอนกันที่ที่ดินเลย

พอได้บ้านและที่ดินไปเขาทำยังไงต่อ

เจ : พอได้ไปเขาก็มาขนของออกทั้งหมด แล้วปิดป้ายขายเลย เขียนป้ายว่าขายด่วนเจ้าของออกบวช แต่ไม่มีใครกล้าซื้อ มีอีกเรื่องหนึ่งที่ผมอยากจะเล่า เขาไปบอกญาติพี่น้องว่า เขาติดต่อวิญญาณพ่อตาได้ แล้วเขาถามว่าตายยังไง ภรรยาบอกว่าเจ้าสำนักบอกว่าเขาติดต่อภรรยาได้ และบอกว่าผมกับแม่ผมเป็นคนวางยาพ่อตา หรือว่าทำคุณไสยใส่ จนภรรยาเกลียดผมเลย ผมกล้าสาบานเลย เจอกันไม่มองหน้าเลย

เขาบอกว่าคุณจะฆ่าตัวตายเลยจริงไหม

เจ : จริงครับ ช่วงนั้นเครียดมาก ตอนที่เขาไล่ออกมาผมนอนร้องไห้ทุกคืน ซึ่งลูกก็อยู่กับแม่ยาย เพราะตอนนั้นเขายังไม่ได้อยู่ที่สำนัก พอผมไปรับลูกเพื่อไปเที่ยว แม่ยายก็ขนหนังสือ เสื้อผ้าลูกมาโยนไว้ที่บ้านผมเลย

พี่เขาไปเห็นตรงนั้นแล้วถอนตัวมาใช่ไหม ทำไมถึงถอนตัว

กวาง : คือเขาไม่ให้เรานับถือพระ พระที่ห้อยคอ พระพุทธรูปที่บ้านก็ไม่ให้มี ไม่ว่าจะพระอะไรก็ให้เอาออก เขาบอกพระที่สร้างปลุกเสกมาทั้งนั้น ซึ่งมีวิญญาณ ครอบครัวเราก็จะอยู่ไม่เป็นสุข ให้เราเอาไปให้เขาไปล้างอาถรรพ์ เราก็หลงเชื่อมาเอาของแฟนไป ซึ่งของแฟนเป็นพระเก่าเยอะมาก เราก็เอาไปให้

เสร็จแล้วแฟนก็มาถามว่าของเขาหายไปไหน เราก็ยอมรับว่าเอาไปให้สำนัก แฟนไม่ยอม ไปเอากลับมา เราก็ขึ้นไปขอ เขาก็ให้กลับมา แต่แฟนบอกว่าพระที่เป็นพระเก่าหายไปหมดเลย มีแต่พระรุ่นใหม่ พอแฟนบอกแบบนั้นเราก็คิดว่าไม่ใช่แล้ว

เห็นว่ามีจดหมายจากประกันชีวิตฉบับหนึ่งส่งมาหาคุณ

เจ : ใช่ครับ มีจดหมายการทำประกันชีวิตให้ผมโดยที่ผมไม่รู้ตัว ส่งมาที่บ้านแม่ยาย แต่พอดีคนส่งรู้จักกับผมก็เอามาให้ผม ผมทำประกันนานแล้วและยกเลิกไปแล้ว ถ้าเกิดผมตายภรรยาจะเป็นผู้รับเงิน ผมก็ไม่ทราบว่าใครทำ แต่คนที่ทำประกันให้คือคนที่ชวนภรรยาผมไปสำนักนี้ คือผมไปขอความเป็นธรรมมาเยอะมาก ทางตำรวจบอกว่าทำอะไรไม่ได้ เพราะเขาทำถูกต้องทุกอย่าง ผมไม่มีทนายที่จะดูแลเรื่องนี้

ถึงตอนนี้ยังรักภรรยาอยู่ไหม

เจ : ยังรักเพราะรู้ว่าเขาถูกครอบงำอะไรสักอย่าง ถ้าเขาดูอยู่ผมก็อยากให้เขาออกจากสำนักนี้ มันไม่เป็นความจริง มันหลอกลวง เพราะผู้เสียหายมีเยอะมาก

ครม.ไฟเขียว ‘ปลากัดไทย’ เป็นสัตว์น้ำประจำชาติ

ครม.อนุมัติ ปลากัดไทย เป็นสัตว์น้ำประจำชาติ ใช้เป็นสัญลักษณ์ประมงไทยได้

รายงานข่าวแจ้งว่า วันนี้ (5 ก.พ. 2562) นายกฤษฏา บุญราช รมว.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบให้ปลากัดไทยเป็นสัตว์น้ำประจำชาติแล้ว หลังจากที่เกษตรกรผู้เลี้ยงปลากัด เรียกร้องให้รัฐบาลมอบเป็นของขวัญปีใหม่ ซึ่งทางกรมประมง ได้ดำเนินการขั้นตอนต่างๆ อย่างละเอียดรอบด้าน

ทั้งนี้ ปลากัดเป็นสัตว์ที่มีเอกลักษณ์ และมีถิ่นฐานอยู่ในประเทศไทย พร้อมทั้งมีความผูกพันทางด้านประวัติศาสตร์และมีผลประโยชน์ต่อเศรษฐกิจ เนื่องจากเป็นกีฬาและมีการเพาะขยายพันธุ์เพื่อการค้า โดยขั้นตอนต่อไปเมื่อคณะกรรมการเอกลักษณ์พิจารณาแล้วมีความเห็นอย่างไร สามารถเสนอต่อที่ประชุม ครม.ได้โดยตรง

สำหรับ ความงดงามของปลากัดไทย ที่มีการพัฒนาสายพันธ์จนเป็นที่รู้จักทั่วโลก ก่อนหน้านี้ ถ้าจำได้เคยมีการใช้ภาพของปลากัดไทยเป็นวอลเปเปอร์แบบภาพกึ่งเคลื่อนไหวของโทรศัพท์ยี่ห้อดังระดับโลกมาแล้ว

กลุ่มผู้เพาะพันธ์ปลากัด จึงพยายามผลักดันให้กรมประมง เสนอให้ปลากัดไทยเป็นสัตว์น้ำประจำชาติ ซึ่งก็ได้รับการตอบรับอย่างดี รวมทั้งยังเป็นการป้องกันประเทศอื่นนำปลากัดไทยไปต่อยอดสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจด้วย