คณะศิษย์ฯ วัดพระธรรมกายทั่วโลก รวมใจถวายอนุโมทนาบัตร สู้คดียึดทรัพย์

คณะศิษย์ฯ วัดพระธรรมกายทั่วโลก รวมใจถวายอนุโมทนาบัตร 3 ล้านใบ เพื่อต่อสู้คดียึดทรัพย์

เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562 ที่ผ่านมา เวลา 11.00 น. ณ สภาธรรมกายสากล วัดพระธรรมกาย จังหวัดปทุมธานี ได้มีการจัดพิธีถวายใบอนุโมทนาบัตร จำนวน 3 ล้านใบ เพื่อเป็นหลักฐานยืนยันการเป็นเจ้าของบุญทุกอาคารในเขต 2,000 ไร่

นายองอาจ ธรรมนิทา โฆษกคณะศิษยานุศิษย์วัดพระธรรมกาย กล่าวว่า “เครือข่ายคณะศิษยานุศิษย์วัดพระธรรมกายทั่วโลก ได้พร้อมใจกันมาร่วมถวายใบอนุโมทนาบัตร เพื่อเป็นหลักฐานยืนยันการเป็นเจ้าของบุญ อาคาร 100 ปี คุณยายอาจารย์มหารัตนอุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูง, มหารัตนวิหารคด, อาคารบุญรักษา และทุกอาคารในเขต 2,000 ไร่

ซึ่งคณะศิษย์ฯ และผู้มีจิตศรัทธาได้ร่วมกันเอาชีวิตเป็นเดิมพัน สละทรัพย์ที่หามาได้ด้วยความยากลำบากในทุกยุคทุกสมัย เพื่อนำมาใช้สร้างบารมี สร้างศาสนสถานต่างๆ เพื่องานเผยแผ่พระพุทธศาสนาวิชชาธรรมกาย ตลอดระยะเวลา 50 ปี

โดยมีใบอนุโมทนาบัตร เป็นพยานหลักฐานทางวัตถุ ดังนั้น จึงได้นำใบอนุโมทนาบัตรมาร่วมกันถวายฯ เป็นหลักฐานยืนยันความบริสุทธิ์ใจว่า คณะศิษย์ฯ และผู้ร่วมบุญทุกคน คือ เจ้าของอาคารในเขต 2,000 ไร่ อีกทั้ง อนุโมทนาบัตรทุกใบที่น้อมนำมาถวายด้วยความบริสุทธิ์ใจนี้ จะน้อมนำไปประกอบพิธีอธิษฐานจิตฯ ณ เบื้องหน้าพระมหาธรรมกายเจดีย์ พระมหาเจดีย์พระพุทธเจ้าล้านพระองค์ ในวันที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562 เวลา 17.00 น.

ก่อนนำไปส่งมอบให้กับผู้เกี่ยวข้องต่อไป เพื่อเป็นการแสดงให้เห็นว่าอนุโมทนาบัตรทั้ง 3 ล้านใบนี้ เป็นสิ่งสำคัญ ที่มาจากหัวใจของผู้บริสุทธิ์ หัวใจของผู้รักในการสร้างบารมี รักในพระพุทธศาสนาวิชชาธรรมกาย จึงได้ทุ่มเทชีวิต และจิตใจอย่างเอาชีวิตเป็นเดิมพันสร้างวัดพระธรรมกายร่วมกันมา”

กรมอนามัย แนะห้ามใส่หน้ากากอนามัย N 95 ออกกำลังกายกลางแจ้งเด็ดขาด

กรมอนามัย ห่วงประชาชนสายสุขภาพ แนะห้ามใส่หน้ากากอนามัย N 95 ออกกำลังกายกลางแจ้งเด็ดขาด

แพทย์หญิงพรรณพิมล วิปุลากร อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า สถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลยังคงทำให้ประชาชนเกิดความวิตกกังวลต่อผลกระทบสุขภาพที่จำเป็นต้องใส่ใจตนเองมากขึ้น โดยเฉพาะประชาชนที่นิยมออกกำลังกายในที่โล่งแจ้งในช่วงที่มีฝุ่นละอองเกินค่ามาตรฐาน เช่น การวิ่ง ปั่นจักรยาน เล่นฟุตบอล ควรติดตามสถานการณ์คุณภาพอากาศทางเว็บไซต์ของกรมควบคุมมลพิษ หรือติดตามรับฟังข่าวสารทางช่องทางอื่นๆ

หากอยู่ในระดับสีแดงให้งดการออกกำลังกายกลางแจ้ง แล้วเปลี่ยนไปออกกำลังกายในอาคารแทน เพราะการออกกำลังกายจะส่งผลให้อัตราการหายใจเพิ่มมากขึ้น หากอยู่กลางแจ้งโอกาสที่จะสูดฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 เข้าสู่ระบบทางเดินหายใจ ถุงลมในปอด และผ่านเข้าสู่กระแสเลือดไปยังอวัยวะต่างๆ ได้มากขึ้น เพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะหัวใจวาย หลอดเลือดในสมองตีบ ปอดอุดกั้นเรื้อรัง รวมถึงการกำเริบของโรคหัวใจและโรคหอบหืด

ที่สำคัญ ไม่ควรสวมใส่หน้ากากอนามัย N 95 ในขณะที่ออกกำลังกายอย่างเด็ดขาด เพราะจะทำให้ร่างกายต้องหายใจแรงและเร็วขึ้น ส่งผลให้ระบบหัวใจและหลอดเลือดทำงานหนักขึ้นและอาจเป็นอันตรายได้ สำหรับประชาชนกลุ่มเสี่ยง ได้แก่ ผู้สูงอายุ หญิงตั้งครรภ์ เด็กเล็ก ผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคระบบทางเดินหายใจ หอบหืด ภูมิแพ้ โรคหัวใจ ให้งดการออกกกำลังกายกลางแจ้ง หากออกจากบ้านให้สวมหน้ากากอนามัยป้องกันและสังเกตอาการผิดปกติ เช่น ไอบ่อย หายใจลำบาก หายใจถี่ หายใจมีเสียงวี๊ด แน่นหน้าอก เจ็บหน้าอก ใจสั่น คลื่นไส้ หากพบอาการผิดปกติให้รีบไปพบแพทย์

อย่างไรก็ตาม ประชาชนควรหมั่นติดตามข่าวสารจากทางราชการอย่างใกล้ชิด เมื่อสภาพอากาศดีขึ้น สามารถออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอตามความเหมาะสมของร่างกาย เพราะการดูแลสุขภาพด้วยการออกกำลังกายเป็นปัจจัยสำคัญ ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของร่างกาย ปอด หัวใจ และระบบไหลเวียนโลหิตทำงานดีขึ้น ป้องกันการเกิดโรค ไม่ติดต่อเรื้อรัง รวมทั้งยังทำให้มีสุขภาพดีในระยะยาวอีกด้วย

กรมควบคุมโรค ชี้ 2 โรค ร้ายกว่าฝุ่นที่ประชาชนต้องเฝ้าระวังในขณะนี้

2 โรค ร้ายกว่าฝุ่น

นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวในการเสวนา DDC Forum การเฝ้าระวังสถานการณ์โรคและภัยสุขภาพที่มาตามฤดูกาล ตลอดจนผลกระทบทางสุขภาพที่คุณอาจมองข้าม ว่า ช่วงที่ผ่านมาประชาชนให้ความสำคัญกับผลกระทบสุขภาพที่เกิดจากฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 เป็นอย่างมาก จนอาจลืมเฝ้าระวังโรคที่มักระบาดในช่วงนี้เป็นประจำจนล่าสุดพบการเพิ่มขึ้นของโรคที่สะท้อนการละเลยในเรื่องนี้ ทั้งโรคไข้หวัดใหญ่ และโรคไข้เลือดออก

โดยพบโรคไข้หวัดใหญ๋มีอัตราเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน และเพิ่มขึ้นในทุกภูมิภาค เฉพาะเดือน ม.ค.ที่ผ่านมาเดือนเดียว พบผู้ป่วยแล้ว 16,058 ราย เสียชีวิต 1 ราย ขณะที่โรคไข้เลือดออก ปีนี้เพียงเดือนเดียว พบป่วยแล้ว 2,834 ราย เสียชีวิต 2 ราย 5 จังหวัดที่พบป่วยมากที่สุดได้แก่ จังหวัดนครปฐม สมุทรสาคร ภูเก็ต นครศรีธรรมราช และราชบุรี จึงขอประชาชนอย่าลืมให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพในโรคอื่นๆ ด้วย

หากเป็นหวัดให้ยึดหลัก “ปิด ล้าง เลี่ยง หยุด” คือปิดปาก ปิดจมูกเวลาไอ จาม ล้างมือทุกครั้งหลังสัมผัสสิ่งของที่ต้องใช้ร่วมกับผู้อื่น เลี่ยงการอยู่ในที่แออัด และหยุดเรียน หยุดงานเมื่อป่วย นอกจากนี่ควรหมั่นรักษาความสะอาดร่างกายและบ้านเรือน ไม่ใช่แค่ให้ปลอดฝุ่น แต่ต้องปลอดยุงด้วย โดยใช้หลัก “3 เก็บ ป้องกัน 3 โรค”

ด้าน นพ.เฉวตสรร นามวาท ผู้อำนวยการสำนักระบาดวิทยา กล่าวถึงการเพิ่มขึ้นของโรคไข้หวัดใหญ่ ว่า ไม่เฉพาะประเทศไทยที่พบอัตราป่วยเพิ่มขึ้น แต่ทั่วโลกก็เพิ่มขึ้นเช่นกัน อย่างที่ประเทศญี่ปุ่น ขณะนี้พบผู้ป่วยโรคไข้หวัดใหญ่สูงสุดในรอบ 20 ปี ดังนั้นจึงขอให้ประชาชนดูแลสุขภาพโดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยง ได้แก่ กลุ่มเด็ก ผู้สูงอายุ หญิงตั้งครรภ์ และผู้ป่วยโรคเรื้อรัง ที่เมื่อป่วยจะมีอาการมากกว่าคนทั่วไป หากมีอาการป่วยของให้ไปพบแพทย์เพื่อรับการตรวจวินิจฉัยและรักษา