อุทาหรณ์ ! เสียบปลั๊กเทียนไฟฟ้าไหว้เจ้าทิ้งไว้ จนเกือบไฟไหม้บ้านทั้งหลัง

เสียบปลั๊กเทียนไฟฟ้าไหว้เจ้าเนื่องในวันตรุษจีน สุดท้ายไฟไหม้ควันโขมง โชคดีดับทันก่อนลุกลาม คาดไฟฟ้าลัดวงจร

ช่วงบ่ายที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ดับเพลิงเทศบาลนครเชียงใหม่ ได้รับแจ้งจากชาวบ้านมีกลุ่มควันลอยออกมาจากอาคารพาณิชย์ 4 ชั้น ย่านถนนวัดหนองป่าครั่ง ต.หนองป่าครั่ง อ.เมืองเชียงใหม่ จึงส่งรถดับเพลิงพร้อมกับเจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบ พบกลุ่มควันลอยออกมาจากบริเวณชั้นล่างของอาคาร

จึงใช้น้ำยาเคมีและใช้น้ำฉีดดับไฟ โดยใช้เวลาประมาณ 10 นาทีจึงสามารถดับไฟได้ ตรวจสอบพบศาลเจ้าถูกไฟไหม้เสียหายทั้งหมด รวมทั้งผนังอาคารและเพดานชั้นล่างถูกเปลวไฟได้รับความเสียหาย และบริเวณเต้าปลั๊กเสียบไฟมีร่องรอยการลัดวงจร

นาง มะลิ บัวผัน อายุ 50 ปี เจ้าของบ้านบอกว่า ช่วงเช้าได้ไหว้เจ้าตามธรรมเนียมตรุษจีน จากนั้นได้ออกจากบ้านโดยดับธูปทั้งหมด แต่ได้เสียบปลั๊กเทียนไฟฟ้าทิ้งไว้ กระทั่งช่วงบ่ายเพื่อนบ้านโทรศัพท์ไปแจ้งไฟไหม้บ้าน จึงรีบกลับมา โชคดีที่เจ้าหน้าที่ดับทันไม่ลุกลามจนไหม้ทั้งหลัง

ร้อยตำรวจเอก สุริยา น้อยวรรณา รองสารวัตรป้องกันและปราบปรามสถานีตำรวจภูธรแม่ปิง คาดว่า สาเหตุเกิดจากกระแสไฟฟ้าลัดวงจรบริเวณเต้าเสียบสายไฟฟ้าของศาลเจ้าจนเกิดความร้อนและลุกไหม้ โชคดีที่มีชาวบ้านเห็นสังเกตุกลุ่มควันและแจ้งเจ้าหน้าที่มาถึงที่เกิดเหตุเร็วจึงไม่เกิดความเสียหายมาก พร้อมเตือนให้ระมัดระวังเพลิงไหม้จากการไหว้เจ้าในช่วงเทศกาลตรุษจีน

ลือ! ช่างภาพระดับโลกถูกจับ เหตุรีทัชรูปปั้นสำคัญใน กทม. สวมหน้ากากป้องกันฝุ่น

ชาวเน็ตขอความกระจ่าง หลังช่างภาพระดับโลกถูกจับ เหตุรีทัชรูปปั้นสำคัญใน กทม. สวมหน้ากากป้องกันฝุ่น อ้างลบหลู่สิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมือง

วันนี้ (4 ก.พ.2562) โลกออนไลน์ได้เกิดเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง พร้อมตั้งคำถามว่าเจ้าหน้าที่ทำเกินกว่าเหตุหรือไม่  หลังผู้ใช้เฟซบุ๊ก Chub Nokkaew ซึ่งเป็นของช่างภาพชื่อดังและเป็นผู้ก่อตั้ง Chubcheevit Studio ได้มีข้อความระบุทำนองว่า เขาถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับ

เนื่องจากมีผู้ร้องเรียนว่าผลงานภาพรีทัช รูปปั้นยักษ์ตามสถานที่ต่างๆ ทั่วกรุงเทพฯ สวมหน้ากากป้องกันฝุ่นละออง PM2.5 เพื่อเป็นการสะท้อนให้เห็นถึงปัญหาฝุ่นละอองที่เกิดวิกฤตอยู่ในช่วงนี้ และอยากให้คนหาหน้ากากมาป้องกัน กลับถูกมองว่า เป็นการไม่เคารพลบหลู่สิ่งศักดิ์สิทธิ์

อันเนื่องจากภาพชุดนี้ ถูกฟ้องว่าก่อให้เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรงกับสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ วัดคู่บ้านคู่เมือง และประเทศ ดังนั้นขอความกรุณางดแชร์ ด้วยครับ ขอบคุณครับ แล้วเจอกันที่สน.

ทั้งนี้เมื่อข้อความดังกล่าวได้เผยแพร่ออกไปก็ทำให้มีคนเข้าไปแสดงความเห็นและให้กำลังใจเจ้าของผลงานเป็นอย่างมาก ก่อนจะเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องออกมาชี้แจงถึงเหตุที่เกิดขึ้นด้วย โดยเฉพาะผู้ใช้เฟซบุ๊ก

Suriyathepjuti Tinanop  ที่ระบุว่า ขอเป็นกำลังใจให้พี่ชุป Chub Nokkaew ครับ แทนที่หน่วยงานภาครัฐจะมองว่าเป็นการแสดงออกในทางศิลปะ เพื่อรณรงค์ให้คนใส่หน้ากากกันฝุ่นกัน บ้าบอมากครับ ห่วงแต่ภาพลักษณ์การท่องเทียว เหมือนพยายามปูพรมทับปัญหา

ลูกค้าถ่ายภาพผมจะมาจาก NY ผมก็บอกปัญหาเขาตรงเรื่องฝุ่น เพื่อให้เขาเตรียมตัวป้องกัน เขาก็ไม่ได้ยกเลิก

ปัญหาของประเทศไทยทุกวันนี้ก็เพราะคนที่มีอำนาจบริหารขาดปัญญา ปัญหาเลยล้น …แล้วมาเอาผิดกับคนทำงานเพื่อสะท้อนปัญหาเพื่อปลุกกระตุ้นสำนึกคนให้เห็นความสำคัญในปัญหามลภาวะ …มีแต่คนเขลาเท่านั้นที่มองว่าศิลปินสร้างงานเพื่อซ้ำเติม … บ้าบอ

กทม. ทดสอบฉีดน้ำลดฝุ่นละออง PM2.5 จากตึกใบหยก

กทม. ร่วมกับ ตึกใบหยก ทดสอบฉีดพ่นน้ำเพื่อลดฝุ่นละออง PM2.5 ในอากาศ จากระเบียงชั้น 81 โรงแรมใบหยกสกาย

วันนี้ ( 4 ก.พ. 62 ) เวลา 15.00 น. กรุงเทพมหานคร นำโดย นายธีรยุทธ ภูมิศักดิ์ ผู้อำนวยการเขตราชเทวี นำทีมงานดับเพลิงเขตราชเทวี ขึ้นไปทำการทดสอบติดตั้งเครื่องฉีดน้ำจากระเบียงชั้น 81 โรงแรมใบหยก สกาย (ตึกใบหยก 2) เพื่อศึกษาถึงผลที่จะได้รับจากการพ่นน้ำเพื่อลดฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ในอากาศ

โดยนายพันธ์เลิศ ใบหยก ประธานกลุ่มใบหยก กล่าวว่า กลุ่มใบหยกในฐานะภาคเอกชนยินดีให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่ เพื่อแก้ปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็กในอากาศ โดยวันนี้ทางใบหยกได้สนับสนุนในส่วนของสถานที่ อุปกรณ์ fire pump และน้ำจากถังเก็บน้ำบนยอดตึกของอาคาร

ทั้งนี้หากการทดสอบในวันนี้ประสบความสำเร็จ สามารถลดฝุ่นละอองขนาดเล็กในอากาศได้ ก็ยินดีอำนวยความสะดวก และพร้อมให้ความร่วมมือกับภาครัฐบาลอย่างเต็มที่