แบงค์ชาติประเทศต่าง ๆ กว้านซื้อทอง 651.5 ตัน สูงสุดในรอบ 50 ปี

เมื่อปีที่แล้ว ธนาคารกลางต่างๆ พากันกว้านซื้อทองคำกันเป็นปริมาณมากที่สุดในรอบระยะเวลาเกือบ 50 ปี ท่ามกลางความตึงเครียดทางด้านการค้า และความไม่แน่นอนในเรื่องสหราชอาณาจักรถอนตัวออกจากสหภาพยุโรป

จากรายงาน “แนวโน้มอุปสงค์ทองคำ” (Gold Demand Trends) ทางสภาทองคำโลกระบุว่า ปี 2018 ที่ผ่านมา ทองคำสำรองอย่างเป็นทางการของธนาคารกลางประเทศต่างๆ ได้เพิ่มปริมาณขึ้น 651.5 ตัน สูงขึ้นกว่าเมื่อ 1 ปีก่อนหน้านั้นถึง 74% เนื่องจากเหล่าธนาคารกลางกว้านซื้อทองคำสูงที่สุดเป็นอันดับ 2 ในประวัติศาสตร์

ทั้งนี้การซื้อทองคำของพวกธนาคารกลางต่างๆ ในปีที่แล้วมีแบบแผนทำนองเดียวกับที่เคยเกิดขึ้นในระยะไม่กี่ปีหลัง การกว้านซื้อส่วนใหญ่เป็นการดำเนินการของธนาคารกลางของชาติต่างๆ ไม่กี่แห่ง โดยเฉพาะรัสเซีย, ตุรกี, และคาซัคสถาน

รายงานระบุว่า เหล่าธนาคารกลางเหล่านี้ถือครองทองคำเอาไว้รวมกันเป็นปริมาณเกือบๆ 34,000 ตัน โดยอุปสงค์ทองคำโดยรวมทั้งหมดในปี 2018 นั้น รายงานชี้ว่าขึ้นไปอยู่ที่ 4,345.1 ตัน เพิ่มขึ้น 4.0%

ส่วนสาเหตุมาจากการที่ครึ่งหลังของปีที่แล้วเป็นระยะเวลาที่เกิดความตึงเครียดในสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯและจีน รวมถึงความไม่แน่นอนในเรื่องเบร็กซิต ได้กลายเป็นสาเหตุสร้างความปั่นป่วนผันผวนไปทั่วตลาดการเงิน ทั้งยังมีความวิตกเกี่ยวกับการที่อัตราเติบโตของเศรษฐกิจทั่วโลกทำท่าชะลอตัว

​แพทย์เตือน! ใช้ผ้าอนามัยทำหน้ากากกันฝุ่น เสี่ยงอันตราย

โลกออนไลน์ต่างแชร์โพสต์ กรณีที่มีหญิงสาวนำผ้าอนามัยที่ยังไม่ใช้ มาดัดแปลงใช้แทนหน้ากาก N95 เนื่องจากขาดตลาด ขณะที่เพจดังเผยอันตรายเพราะผ้าอนามัยไม่ได้ผลิตมาเพื่อดักจับฝุ่น

ผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง ได้โพสต์เรื่องราวและรูปภาพ แชร์วิธีการทำหน้ากาก N95 ป้องกันฝุ่นละออง PM 2.5 เนื่องจากหน้ากาก N95 ขาดตลาดผู้โพสต์จึงผุดไอเดียดัดแปลงใหม่

โดยใช้เพียงหน้ากากปกติกับผ้าอนามัยที่ยังไม่ได้ใช้เท่านั้น ซึ่งใช้เป็นผ้าอนามัยสูตรเย็น จึงทำให้เรียกเสียงฮือฮาจากชาวเน็ต

ด้านผู้โพสต์ระบุว่า “หน้ากาก N95 หลบไป เจอหน้ากากตอง 5 ของพี่ไปเอา #ทางเลือกสำหรับคนไม่ชอบใส่ N95 ใส่แล้วหายใจไม่สะดวก รับรองคูลสบายจมูก” ทั้งนี้ เรื่องราวดังกล่าวได้เผยแพร่สู่โลกออนไลน์ ก็มีคนเข้ามาแชร์ และแสดงความคิดเห็นเป็นจำนวนมาก

ขณะที่เพจดังอย่าง “Drama-addict” ได้ออกมมาโพสต์เตือนอันตราย เนื่องจากสำลีในผ้าอนามัยคือพอลิเมอร์หรือเยื่อกระดาษตีฟู ผลิตมาเพื่อซึมซับของเหลวซึ่งไม่ใช่ฝุ่น และไม่ได้ผลิตมาเผื่อกรองฝุ่นควัน

นอกจากนี้เพจ “หมอแล็บแพนด้า” ได้ออกมายืนยันว่าไม่ควรนำผ้าอนามัยมาดัดแปลงเป็นหน้ากากป้องกันฝุ่นละออง เนื่องจากมีสารที่เมื่อสูดดมเข้าไปแล้วอาจจะทำให้ระคายเคืองทางเดินหายใจ ปวดหัว วิงเวียนได้ อย่างเช่น สารโพลีอะครีลิกแอซิด (polyacrylic acid) สารโซเดียมโพลีอะครีเลต (sodium polyacrylate) เป็นต้น

นักวิชาการชี้ “โดรนฉีดไล่ฝุ่น” ยังแก้ไม่ตรงจุด

ขณะที่หลายหน่วยงานกำลังระดมกำลังกันแก้ปัญหาฝุ่นละออง PM 2.5 อย่างเช่นการฉีดพ่นไล่ฝุ่น นักวิชาการเคมีมองว่าเป็นเจตนาดี แต่ยังแก้ไม่ตรงจุด ด้านผู้บริหารโรงเรียนการบินพร้อมสนับสนุนเครื่องบินเล็ก ขึ้นบินพ่นละอองน้ำลดวิกฤตฝุ่นละออง

รองศาสตราจารย์ วีรชัย พุทธวงศ์ อาจารย์ภาควิชาเคมี มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กล่าวถึงความพยายามการแก้ไขปัญหาค่าฝุ่นละอองขนาดจิ๋ว PM 2.5 ของกรุงเทพฯ-ปริมณฑล ว่าเป็นเรื่องที่ดี แต่การใช้โดรนบินพ่นน้ำ ไม่ได้ช่วยให้ฝุ่นละอองขนาดจิ๋วลดลงมากนัก เพราะในชั้นบรรยากาศฝุ่นอยู่สูงกว่าขีดความสามารถที่โดรนจะบินขึ้นไปได้

การแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า ที่พอจะทำได้คือ การดูดฝุ่น PM 2.5 ลงแม่น้ำ เพราะเมื่อ PM 2.5 ละลายน้ำแล้วจะเปลี่ยนเป็นสารประกอบที่ปลอดภัย หรือการติดตั้งระบบ evaporative ริมถนน ซึ่งเครื่องดังกล่าวมีลักษณะตัวเครื่องเหมือนรังผึ้งที่มีน้ำไหลผ่าน และมีพัดลมดูดอากาศ ทำให้สามารถดักจับ PM 2.5 ได้

ขณะที่ในต่างประเทศ อย่างจีน ไต้หวัน ฮ่องกง เกาหลีใต้ มีการติดตั้งเครื่องกรองอากาศขนาดใหญ่ ซึ่งต้องใช้งบประมาณเครื่องละ 60 ล้านบาท ซึ่งรัศมีกว้างถึง 10 ตารางกิโลเมตร

อีกหนึ่งแนวทางที่กรุงเทพมหานครเตรียมดำเนินการร่วมกับโรงเรียนการบินกรุงเทพ​ คือการใช้เครื่องบินเล็ก 47 ลำ บินเป็นแถวครั้งละ 20 ลำ ครอบคลุมหน้ากระดาน 1 กิโลเมตร บรรจุน้ำได้เที่ยวละ 140 ลิตร ซึ่งสามารถสเปรย์เป็นละอองน้ำผ่านใต้ปีกเครื่องบินได้นาน 20 -30 นาที

โดยจะเริ่มปฏิบัติการในย่านพระราม2 ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ประสบกับปัญหาฝุ่นละอองค่อนข้างมากเป็นที่แรกในวันเสาร์ที่ 2 กุมภาพันธ์นี้ อย่างไรก็ตามหลังจากมีการบินกำจัดฝุ่นแล้ว ทาง กทม.ต้องเร่งทำความสะอาดพื้นถนนไม่ให้ฝุ่นกระจายตัวกลับมาอีก