รวบอดีตครูสาวแสบ กุเรื่องถูกลักพาตัวหลอกครอบครัว หวังเงินค่าไถ่

วันนี้ (1 ก.พ. 62) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบปราม ได้นำกำลังจับกุม น.ส.ปราณี เล่ห์กล อายุ 26 ปี ในความผิดฐานเล่นการพนันออนไลน์(หวยจับยี่กี) พนันเอาทรัพย์สินกันโดยไม่ได้รับอนุญาต โดยจับกุมตัวได้ที่ สถานีขนส่งหมอชิต ถนนกำแพงเพชร 2 แขวงจตุจักร เขตจตุจักร กทม.

ทั้งนี้ สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 31 ม.ค. ที่ผ่านมา เวลาประมาณ 17.00 น. เจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งจาก น.ส.พัชรี เล่ห์กล อายุ 24 ปี พร้อมญาติว่า น.ส.ปราณี พี่สาวได้ถูกลักพาตัวไป เมื่อวันที่ 30 ม.ค. หลังมีสมาชิกผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง ส่งคลิปวีดีโอ น.ส.ปราณี กำลังนั่งร้องไห้ พร้อมกับข้อความมาข่มขู่ให้โอนเงินจำนวน 100,000 บาท เพื่อแลกกับการปล่อยตัว โดยให้โอนเข้าบัญชีของ น.ส.ปราณี ด้วยความที่ทาง น.ส.พัชรี กลัวว่าพี่สาวจะได้รับอันตรายจึงโอนเงินให้ตามที่ร้องขอก่อนในเบื้องต้นจำนวน 20,000 บาท ส่วนที่เหลืออีกจำนวน 80,000 บาท จะโอนให้เมื่อพบตัวพี่สาวแล้ว โดยนัดหมายปล่อยตัวที่สถานีขนส่งหมอชิตในเวลา 21.00 น. ของวันที่ 31 ม.ค.

โดยเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้กระจายกำลังเฝ้าสังเกตุการณ์ กระทั่งพบเห็น น.ส.ปราณี ที่อ้างว่าถูกลักพาตัวไป เดินลงมาจากรถโดยสารประจำทาง กรุงเทพฯ – เชียงใหม่ แต่เพียงผู้เดียว โดย น.ส.ปราณี เดินมุ่งหน้าไปยังอาคารผู้โดยสารขาออก ซึ่ง ระหว่างเดิน น.ส.ปราณี ได้ใช้โทรศัพท์มือถือตลอดเวลา เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงเริ่มสังเกตเห็นท่าทีและพฤติกรรมที่ผิดปกติ จึงได้แสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจก่อนเชิญตัว น.ส.ปราณี มาสอบถามข้อเท็จจริง

จากการสอบถาม น.ส.ปราณี ให้การยอมรับว่า ไม่ได้มีใครลักพาตัวตนเองแต่อย่างใด ตนเองเป็นผู้สร้างเรื่องขึ้นมา เพื่อหลอกเอาเงินน้องสาวและบิดา มารดา ของตนเอง เนื่องจากตนเองติดการพนันออนไลน์ จึงต้องการเงินเพื่อนำไปใช้จ่ายและเล่นการพนัน

นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม ได้สอบถาม ครอบครัว น.ส.ปราณี แจ้งว่าไม่ต้องการดำเนินคดีในข้อหาฉ้อโกง แต่พบหลักฐานการเล่นพนันออนไลน์ (หวยจับยี่กี) ในโทรศัพท์มือถือของ น.ส.ปราณี จึงดำเนินคดี ในข้อหาเล่นการ พนันออนไลน์ (หวยจับยี่กี) พนันเอาทรัพย์สินกันโดยไม่ได้รับอนุญาต

ที่มา policenews

แบงก์ประกาศให้พนักงานกลุ่มเสี่ยงทำงานที่บ้าน เลี่ยงฝุ่นพิษ

ธนาคารพาณิชย์ ประกาศให้พนักงานที่ตั้งครรภ์ มีโรคประจําตัว สามารถทำงานที่บ้านได้ เลี่ยงปัญหาฝุ่นละออง

จากกรณีสถานการณ์ฝุ่นละออง PM2.5 ในกรุงเทพมหานครและปริมณฑลหลายพื้นที่ ปัจจุบันยังคงมีค่าเกินค่ามาตรฐาน และยังกระทบกับสุขภาพของประชาชน อีกทั้งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ยังมีการแจ้งสั่งปิดโรงเรียนสังกัด กทม. จนถึงวันนี้ (1 ก.พ.) และจะประเมินสถานการณ์อีกครั้งในวันที่ 4 ก.พ.

ล่าสุดบรรดาธนาคารพาณิชย์จำนวนหลายแห่ง เริ่มทยอยประกาศให้พนักงานที่อยู่ระหว่างการตั้งครรภ์ มีโรคประจําตัว หรือพนักงานกลุ่มเสี่ยง สามารถปฏิบัติงานที่บ้านได้ หรือบางแห่งสามารถหยุดงานได้ โดยไม่ถือเป็นวันลา

ธนาคารธนชาต ออกประกาศระบุว่า ตามที่สถานการณ์สภาพอากาศในประเทศไทย โดยเฉพาะกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ได้เกิดภาวะฝุ่น PM 2.5 และส่งผลกระทบต่อสุขภาพนั้น ธนาคารมีความห่วงใยต่อสุขภาพของพนักงาน จึงขอแจ้งให้ทราบถึงแนวทางในการปฏิบัติเพื่อบรรเทาผลกระทบที่เกิดขึ้น ดังนี้

พนักงานที่อยู่ระหว่างการตั้งครรภ์ หรือมีโรคประจําตัวที่จําเป็นต้องหลีกเลี่ยงภาวะฝุ่น หรือจําเป็นต้องดูแลบุตรที่ไม่สามารถไปเรียนตามปกติได้ อันเป็นผลสืบเนื่องมาจากการประกาศหยุดเรียนของสถานศึกษา สามารถแจ้งความประสงค์ต่อผู้บังคับบัญชา เพื่อขออนุญาตปฏิบัติงานที่บ้านหรือที่พักอาศัยในระหว่างวันที่ 1 – 5 กุมภาพันธ์ 2562 ได้

ธนาคารกสิกรไทย ออกประกาศโดยให้พนักงานที่อยู่ระหว่างตั้งครรภ์ หรือมีโรคประจำตัวที่จำเป็นต้องหลีกเลี่ยงฝุ่นละออง และพนักงานที่ต้องดูแลบุตรจากการประกาศหยุดเรียนเพราะปัญหาฝุ่นละออง สามารถปฏิบัติงานที่บ้านหรือที่พักอาศัยได้ระหว่างวันที่ 31 ม.ค.-5 ก.พ.2562

ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) ห่วงใยสุขภาพพนักงาน ออกมาตรการเพื่อบรรเทาผลกระทบจากสถานการณ์ฝุ่นดังกล่าว ได้แก่

1. พนักงานที่อยู่ระหว่างการตั้งครรภ์ หรือมีโรคประจำตัวที่จำเป็นต้องหลีกเลี่ยงภาวะฝุ่น หรือจำเป็นต้องดูแลบุตรหลานที่ไม่สามารถไปโรงเรียนตามปกติได้เนื่องจากการประกาศหยุดเรียนของสถานศึกษา สามารถแจ้งขออนุญาตปฏิบัติงานที่บ้านหรือที่พักอาศัยได้ในระหว่างวันที่ 1-5 กุมภาพันธ์ 2562

2. พนักงานสามารถขอรับหน้ากากอนามัยเพื่อป้องกันฝุ่น ตลอดจนเข้ารับการรักษาพยาบาล หรือขอคำแนะนำจากทีมแพทย์และพยาบาลได้ที่ห้องพยาบาลของธนาคาร (ชั้น 13)

ธนาคารกรุงไทย ระบุว่า ธนาคารอนุมัติให้พนักงานที่มีความเสี่ยงได้รับผลกระทบจากฝุ่นละออง PM 2.5 เช่น พนักงานตั้งครรภ์ หรือมีโรคประจำตัว สามารถหยุดงานได้โดยไม่ถือเป็นวันลา การอนุญาตลาของพนักงานต้องพิจารณาแล้วเห็นว่าไม่มีผลกระทบต่อการปฏิบัติงานของธนาคาร หรือก่อให้เกิดความเสียหายต่อธุรกิจธนาคาร และขอให้อยู่ในดุลยพินิจของผู้บังคับบัญชาต้นสังกัดของพนักงานเป็นผู้พิจารณา โดยกำหนดให้การลาดังกล่าวตั้งแต่วันที่ 1 ก.พ.- 8 ก.พ.62

ผู้ว่าฯณรงค์ศักดิ์ ประกาศ 60 วันอันตราย ห้ามเผาทุกชนิดโดยเด็ดขาด

จังหวัดพะเยา ประกาศ 60 วันอันตราย ห้ามเผาทุกชนิดโดยเด็ดขาด ตั้งแต่ 15 กุมภาพันธ์ – 15 เมษายน 2562 ป้องกันไม่ให้เกิดความเสียหายจากมลพิษหมอกควันและไฟป่า และให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมป้องกันและแก้ไขปัญหาอย่างมีประสิทธิภาพ

นายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา เปิดเผยว่า จังหวัดพะเยามักจะประสบปัญหามลพิษจากหมอกควันและไฟป่า และการเผาในที่โล่ง ก่อให้เกิดผลกระทบต่อสุขภาพอนามัยของประชาชนและเกิดความเสียหายทางเศรษฐกิจ ดังนั้น เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมในการป้องกันไม่ให้เกิดความเสียหายจากมลพิษหมอกควันและไฟป่า และการเผาในที่โล่ง อีกทั้ง เพื่อให้ประชาชนได้เข้ามามีส่วนร่วมในการป้องกันและแก้ไขปัญหาอย่างมีประสิทธิภาพและเป็นรูปธรรม จังหวัดพะเยาจึงได้ประกาศกำหนด “มาตรการ 60 วันอันตราย ห้ามเผาทุกชนิดโดยเด็ดขาด” ตั้งแต่วันที่ 15 กุมภาพันธ์-15 เมษายน 2562 และขอความร่วมมือให้ทุกภาคส่วน ห้ามไม่ให้มีการเผาใดๆ โดยเด็ดขาด

หากตรวจพบว่าพื้นที่ใดมีไฟและเกิดจุดความร้อน (Hotspot) ขึ้น ให้ผู้ใหญ่บ้าน กำนัน ผู้บริหาร อปท. หัวหน้าหน่วยงานที่รับผิดชอบเข้าพบผู้ว่าราชการจังหวัด เพื่อรายงานสถานการณ์พร้อมแนวทางมาตรการแก้ไขปัญหาโดยเร่งด่วน โดยในห้วงก่อนวันที่ 15 กุมภาพันธ์ และหลังวันที่ 15 เมษายน ห้ามการเผาทุกชนิดโดยเด็ดขาด

หากมีความจำเป็นในการเผาวัชพืชในที่ดินทำกิน ขอให้ราษฎรผู้ครอบครองที่ดินจัดทำแนวกันไฟ พร้อมขออนุญาตจากผู้ใหญ่บ้านหรือกำนันในพื้นที่ เพื่อประสานขอกำลังเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องในการควบคุมไม่ให้เกิดไฟลุกลามเข้าไปยังพื้นที่อื่นๆ หากฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติและไฟลุกลามเข้าไปในเขตพื้นที่อื่น มีโทษจำคุกตั้งแต่ 2 -15 ปี และปรับตั้งแต่ 20,000-150,000 บาท

นอกจากนี้ ตั้งแต่วันที่ 16 เมษายน-16 พฤษภาคม 2562 การจัดระเบียบการเผาเตรียมพื้นที่ทำกิน เจ้าของที่ดินต้องขออนุญาตจากนายอำเภอท้องที่ และห้ามไม่ให้ลุกลามเข้าพื้นที่ป่า หากเกิดไฟลุกลามเข้าเขตป่าจะต้องถูกดำเนินคดีอย่างเด็ดขาด สำหรับการเผาขยะ เศษกิ่งไม้ ใบไม้ และการเผาในที่โล่งทุกชนิดในพื้นที่ชุมชน ก่อเหตุรำคาญ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือปรับไม่เกิน 25,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ทั้งนี้ ให้หน่วยงานราชการ รัฐวิสาหกิจ และ อปท. ทุกหน่วยงาน ถือปฏิบัติเป็นตัวอย่างที่ดีในการไม่เผาวัสดุทุกชนิดในพื้นที่รับผิดชอบโดยเคร่งครัด และให้ดำเนินการประชาสัมพันธ์เชิงรุกสู่กลุ่มเป้าหมายทั้งในระดับอำเภอ ชุมชน และครัวเรือน ทั้งนี้หากพบเห็นไฟไหม้ป่าเกิดขึ้น สามารถแจ้งเหตุการณ์เผาได้ตลอด 24 ชั่วโมง ต่อ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้นำชุมชน เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง สถานีตำรวจภูธรทุกแห่ง หรือศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควันจังหวัดพะเยา โทร.054-449644