ตร.บุกผับดัง ฉี่ม่วงเกือบร้อยคน อึ้งพ่อแม่ร่วมปาร์ตี้ ปล่อยลูกนอนรอในรถ

เจ้าหน้าที่ตำรวจ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง บุกตรวจสถานบันเทิงชื่อดังย่านพุทธมณฑลสาย 3 พบฉี่ม่วงเกือบ 100 คน  สุดอึ้งเจอผัวเมียร่วมปาร์ตี้ ปล่อยลูกวัย 3 ขวบ นอนรอในรถ

เมื่อเวลา 01.30 น. วันที่ 1 ก.พ.62 พ.ต.อ.นพดล กาญจนพันธุ์ ผกก.สน.หนองค้างพลู พร้อมด้วย พ.ต.อ.จิรกฤต จารุนภัทร์ ผู้กำกับการ สวัสดิภาพเด็กและสตรี (ผกก.ดส.บช.น.) และเจ้าหน้าที่สำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติด กรุงเทพมหานคร สนธิกำลังกันเข้าตรวจค้นสถานบันเทิง 400 ซีซี เลขที่ 33/5 ถนนพุทธมณฑลสาย 3 แขวงหนองค้างพลู เขตหนองแขม กรุงเทพมหานคร หลังได้รับการประสานงานจาก สน.หนองค้างพลู ว่าค่ำคืนนี้มีปาร์ตี้และมีนักเที่ยวเยาวชน อายุต่ำกว่า 20 ปี ลักลอบเข้าไปใช้บริการจำนวนมาก

การบุกเข้าตรวจสอบ สถานบันเทิง 400 ซีซี ดังกล่าว พบกลุ่มนักเที่ยวทั้งชาย และหญิง รวมถึงสาวประเภทสอง กำลังกินดื่มเต้นรำท่ามกลางเสียงเพลงจำนวนมาก เนื่องจากค่ำคืนนี้ทางร้านจัดโปรโมชัน ขายสุราโดยนำดีเจชื่อดังมาเปิดเพลงภายใต้คอนเซ็ปต์ “UPSIZE เต้นยังไงให้ได้ผัว…” เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้สั่งให้ทำการปิดเพลงและเปิดไฟ พบนักเที่ยวชายและหญิงรวม 258 คน จากการคัดกรองพบเป็นเยาวชนอายุต่ำกว่า 20 ปี 40 คน เป็นชาย 20 คน และหญิง 20 คน

ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการตรวจปัสสาวะ นักเที่ยวทุกคน พบมีผลฉี่เป็นสีม่วง 26 คน เป็นชาย 13 คน และหญิง 13 คน ส่วนนักเที่ยวที่เป็นบุคคลบรรลุนิติภาวะมีทั้งสิ้น 218 คน เป็นชาย 127 คน และหญิง 91 คน ตรวจปัสสาวะมีผลฉี่เป็นสีม่วง 66 คน เป็นชาย 35 คน และหญิง 31 คน

นอกจากนี้ยังสามารถตรวจยึดของกลางยาเสพติดถูกทิ้งไว้บนพื้นภายในสถานบันเทิง ยาบ้า 12 เม็ด ยาอี 5 เม็ด ไอซ์ชนิดเกล็ดและคีตามีนชนิดผง รวม 13 ห่อเล็ก ยาทรามาดอล 5 เม็ด ธนบัตรใบละ 20 บาทห่อ คีตามีนรวม 6 ฉบับ และอุปกรณ์การเสพจำนวนหนึ่ง จึงควบคุมตัวผู้ต้องหาที่มีผลตรวจปัสสาวะเป็นสีม่วง และเยาวชนอายุต่ำกว่า 20 ปีทั้งหมด ส่งให้พนักงานสอบสวนดำเนินการตามกฎหมาย โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมตัว ผู้มีปัสสาวะสีม่วง ไปที่ สน.หนองค้างพลู

ผู้สื่อข่าวรายงาน ขณะเจ้าหน้าที่ควบคุมนักเที่ยวขึ้นรถ พบรถกระบะยี่ห้ออีซูซุ รุ่นดีแมคซ์ สีบรอนซ์เงิน ทะเบียน ตม 4655 กรุงเทพมหานคร จอดติดเครื่องเปิดแอร์ลดกระจก จอดอยู่บริเวณลานจอดรถหน้าสถานบันเทิง เมื่อเข้าไปตรวจสอบพบ ด.ญ.เอ (นามสมมติ) อายุ 3 ขวบนอนหลับอยู่ภายในรถ จึงได้ประกาศหาตัวพ่อ แม่เด็กให้ออกมาแสดงตัว ปรากฏว่า พ่อ และแม่เด็กที่ออกมาแสดงตัวก็คือ นายบี (นามสมมติ) อายุ 30 ปี และ น.ส.เอส (นามสมมติ) อายุ 30 ปี ทั้งคู่เดินทางมากินดื่มที่ร้าน และถูกจับในข้อหาเสพยาเนื่องจากมีผลปัสสาวะเป็นสีม่วงทั้งคู่

จากการสอบถาม น.ส.เอส ซึ่งต้องอุ้มลูกไปโรงพักให้ตำรวจดำเนินคดีด้วย ให้การว่าตนกับสามีพาลูกมาที่สถานบันเทิงแห่งนี้ แต่ไม่ได้นำลูกเข้าไปในร้านแต่อย่างใด จึงกล่อมให้หลับในรถ เปิดแอร์และลดกระจกเอาไว้ให้ จากนั้นจะสลับกันกับสามีเดินออกมาดูลูกทุกๆ 15 นาที จนกระทั่งเจ้าหน้าที่ตำรวจร่วมกับ ป.ป.ส.กทม.เข้ามาปิดผับและจับตรวจปัสสาวะดังกล่าว

ด้าน พ.ต.อ.นพดล กาญจนพันธุ์ ผกก.สน.หนองค้างพลู กล่าวว่า สถานบันเทิงแห่งนี้เปิดให้บริการมาได้ประมาณ 1 ปีแล้ว ที่ผ่านมาตำรวจท้องที่พยายามเข้มงวดกวดขันมาโดยตลอด แต่พอจะเข้าตรวจค้น ปรากฏว่า มีนักเที่ยวไหวตัวทัน เนื่องจากโรงพักมีกำลังไม่เพียงพอ ดังนั้นในวันนี้เราสืบทราบว่า สถานบันเทิงดังกล่าว มีการจัดปาร์ตี้ จึงประสาน กก.ดส.บช.น. และ ป.ป.ส.กทม.สนธิกำลังเข้าปฏิบัติงานร่วมกัน จนสามารถจับกุมนักเทียวที่เสพยา เยาวชนที่เข้ามาใช้บริการ และยึดยาเสพติดเอาไว้ได้ดังกล่าว

ขณะนี้ทราบตัวผู้จัดการร้านแล้วชื่อ นางสาวนันทพร หรุ่มวิสัย อายุ 40 ปี จะเชิญไป สน.หนองค้างพลู แจ้งข้อหาเปิดสถานบริการโดยไม่ได้รับอนุญาตและเปิดให้บริการเกินเวลาที่กฎหมายกำหนด สนับสนุนให้เยาวชนเข้ามาให้สถานประกอบการ และข้อหาปล่อยปละละเลยให้มียาเสพติดในสถานประกอบการ ก่อนนำเสนอ พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น ผบช.น.ทำรายงานต่อ ผบ.ตร.และผู้ว่าราชการจังหวัดกรุงเทพมหานคร ใช้คำสั่งทางปกครองปิดสถานบริการแห่งนี้ต่อไป

ที่มา… สวพ.FM91

ชายเข้าป่าล่าสัตว์ พบกลายเป็นศพ คาดถูกยิงจากพรานป่าด้วยกัน

ชายวัย 52 ปี ชาวบ้านในพื้นที่ตำบลบ้านถ้ำ อำเภอดอกคำใต้ จังหวัดพะเยา ออกป่าเพื่อทำการล่าสัตว์ พบกลายเป็นศพอยู่ในป่า เขตติดต่อตำบลบ้านถ้ำ อำเภอดอกคำใต้ กับพื้นที่อำเภอปง คาดน่าจะถูกยิงจากพรานป่าด้วยกันคิดว่าเป็นสัตว์ป่า

วันนี้(1 ม.ค.62) เจ้าหน้าที่ฝ่ายป้องกันและรักษาความสงบในพื้นที่ตำบลบ้านถ้ำ และเจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรดอกคำใต้ ได้ลงพื้นที่ช่วยกันนำศพ ของนายเป็ง ไชยวุฒิ อายุ 52 ปี ออกจากป่าในเขตรอยต่อตำบลบ้านถ้ำ อำเภอดอกคำใต้ กับพื้นที่อำเภอปง หลังถูกกระสุนปืนยิงบริเวณศีรษะ จนเสียชีวิตอยู่กลางป่า

ทั้งนี้ ผู้ตายได้เดินทางเข้าป่า เพื่อทำการหาของป่าและล่าสัตว์ บริเวณเขตอนุรักษ์พันธ์สัตว์ป่าเวียงลอ เมื่อคืนที่ผ่านมาและหายตัวไป จนเจ้าหน้าที่ฝ่ายป้องกันและรักษาความสงบในพื้นที่ตำบลบ้านถ้ำ ออกตามหาสุดท้ายพบเสียชีวิต

ซึ่งคาดว่า น่าจะเป็นพรานป่ากลุ่มเดียวกัน ที่เดินทางออกล่าสัตว์และยิงพวกเดียวกันเอง โดยคิดว่าเป็นสัตว์ป่า ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้ดำเนินการสืบสวน สอบสวนเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง และหาตัวผู้กระทำผิดดังกล่าวมาดำเนินคดีต่อไป

สถานการณ์ฝุ่นละออง PM2.5 เช้านี้ดีขึ้น แต่ยังเกินค่ามาตรฐาน 35 จุด

กรมควบคุมมลพิษรายงานสถานการณ์ฝุ่นละออง PM2.5 ประจำวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2562 พบว่าปริมาณ PM2.5 ลดลงจากเมื่อวานในช่วงเวลาเดียวกันเกือบทุกพื้นที่ โดยปริมาณ PM2.5 เกินค่ามาตรฐาน (50 มคก./ลบ.ม.)

โดยแบ่งเป็นพื้นที่ริมถนนจำนวน 22 สถานี และพื้นที่ทั่วไป จำนวน 13 สถานี ได้แก่

1.ริมถนนพหลโยธิน เขตบางเขน ตรวจวัดได้ 83 มคก./ลบ.ม.

2. ริมทางคู่ขนานถนนพระราม 2 อ.เมืองสมุทรสาคร ตรวจวัดได้ 81 มคก./ลบ.ม.

3. ริมถนนกาญจนาภิเษก เขตบางขุนเทียน ตรวจวัดได้ 77 มคก./ลบ.ม.

4. ริมถนนพระราม 3 – เจริญกรุง เขตบางคอแหลม ตรวจวัดได้ 86 มคก./ลบ.ม.

5. ริมถนนจรัญสนิทวงศ์ เขตบางพลัด ตรวจวัดได้ 71 มคก./ลบ.ม.

6. ต.นครปฐม อ.เมือง จ.นครปฐม ตรวจวัดได้ 77 มคก./ลบ.ม.

7. ต.อ้อมน้อย อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร ตรวจวัดได้ 68 มคก./ลบ.ม.

8. ต.บางเสาธง อ.บางเสาธง จ.สมุทรปราการ ตรวจวัดได้ 67 มคก./ลบ.ม.

9. ต.ทรงคนอง อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ ตรวจวัดได้ 64 มคก./ลบ.ม.

10. แขวงบางซื่อ เขตบางซื่อ ตรวจวัดได้ 64 มคก./ลบ.ม.

11. แขวงคลองกุ่ม เขตบึ่งกุ่ม ตรวจวัดได้ 64 มคก./ลบ.ม.ทั้งนี้ คพ. คาดการณ์ว่าในวันพรุ่งนี้ (2 ก.พ.2562) ปริมาณ PM2.5 มีแนวโน้มลดลงในหลายพื้นที่ อีกทั้งหน่วยงานต่างๆ ที่ได้ดำเนินมาตรการในการบรรเทาสถานการณ์อย่างเข้มข้นและต่อเนื่อง เช่น การประกาศปิดโรงเรียนและสถานศึกษาต่าง ๆ ซึ่งส่งผลให้การจราจรคล่องตัวและลดแหล่งกำเนิดมลพิษ การตรวจจับควันดำ