เด็กช่างกลอ้างเคยมีปัญหากับ ‘น้องเก้า’ ก่อนแทงดับบนรถเมล์ หลังกลับจากสอบ

เด็กช่างกลวัย 17 อ้างเคยมีปัญหากับ ‘น้องเก้า’ ก่อนแทงดับบนรถเมล์ หลังกลับจากสอบ GAT-PAT คุมฝากขังศาลเยาวชนแล้ว

พ.ต.อ.สมบัติ แก่นวิจิตร ผู้กำกับการ สน.ท่าเรือ เปิดเผยถึงความคืบหน้าการดำเนินคดีกับ นักเรียนช่างกลสถาบันหนึ่ง ที่ก่อเหตุใช้อาวุธมีดแทงนักเรียนจากโรงเรียนปทุมคงคา บนรถเมล์สาย 180 ที่วิ่งอยู่บริเวณทางด่วนท่าเรือ ก่อนจะไปเสียชีวิตที่โรงพยาบาล ว่า จากการสอบปากคำนักเรียนช่างกลดังกล่าว ซึ่งยังเป็นเยาวชน ผ่านสหวิชาชีพ ให้การว่า เคยมีปัญหากับผู้เสียชีวิตมาก่อนหน้านี้ เพราะเคยมีปัญหาระหว่างสถาบัน และในวันเกิดเหตุ ไปเจอกับผู้เสียชีวิตบนรถเมล์ จึงเกิดมีปากเสียงกัน และชกต่อกันก่อนที่จะใช้อาวุธมีดที่พกมา จ้วงแทงไปหลายครั้ง จนผู้ตายนอนนิ่งจมกองเลือด และภายหลังก่อเหตุพยายามที่จะหลบหนี แต่ถูกควบคุมตัวไว้ได้ในที่สุด

ทั้งนี้ ผู้กำกับการ สน.ท่าเรือ ยังกล่าวอีกว่า คดีนี้ผู้ต้องหาเป็นเยาวชน ตามกฎหมาย หลังสอบปากคำร่วมกับสหวิชาชีพแล้ว พนักงานสอบสวน ได้คุมตัวไปส่งศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง พร้อมกับแจ้งข้อหา ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาและพกพาอาวุธมีดไปในเมืองหมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควรแล้ว

ที่มา Policenews

คิมจองอึนไทยแลนด์ เดินทางถึงเวียดนาม ด้วยมาดนักท่องเที่ยวทั่วไป

คิม ไทยแลนด์ เดินทางถึงฮานอยโดยสวัสดิภาพ ด้วยมาดนักท่องเที่ยวทั่วไป

วันที่ 25 ก.พ. 2562 เวลา 12.20 น. คิม ไทยแลนด์ หรือ ริช ปากน้ำ นายอุเทน เหลืองแสงทอง อายุ 41 ปี เถ้าแก่ 100 ล้าน เจ้าของบริษัท ริช นีออนไลท์ จำกัด ธุรกิจด้านสื่อป้ายโฆษณา ผู้ซึ่งมีใบหน้าบุคลิกท่าทางนาย คิม จอง อึน ผู้นำของเกาหลีเหนือ เดินทางจากสนามบินสุวรรณภูมิ ประเทศไทย ด้วยสายการบินเวียดนามแอร์ไลน์ เที่ยวบิน VN613 กรุงเทพ-ฮานอย เพื่อไปพักผ่อนกับน้องชาย

นายอุเทน หรือ คิม ไทยแลนด์ เปิดเผยว่า ตนเคยไปเที่ยวโฮจิมินต์มาแล้ว 2-3 ครั้ง ยังไม่เคยไปฮานอยเลย ครั้งนี้มีเวลาว่างจากงานที่ทำอยู่พอดี น้องชายมาชวนเมื่อตอนต้นปี เลยตัดสินใจไปด้วยกัน จองตั๋วเครื่องบินไว้ตั้งแต่เดือนที่แล้ว ตอนนั้นยังไม่รู้ว่านายทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกากับนายคิม จอง อึน จะเลือกประชุมเจรจาตกลงรอบสองกันที่เมืองฮานอย ประเทศเวียดนามเลย

แต่เมื่อปรากฎออกข่าวมาว่า ทั้งสองคนมาประชุมที่ฮานอย ก็ประจวบเหมาะพอดีกับกำหนดการมาเที่ยวของตน ถ้ามีโอกาสได้เจอหน้านายคิม ผู้นำเกาหลีเหนือก็ดี ถือว่าตนโชคดีมาก ตนได้ติดตามข่าวการเดินทางของนายคิม เห็นว่าเดินทางจากเปียงยางด้วยรถไฟ ผ่านจีนก่อนจะมาลงชายแดนเวียดนามแล้วเดินทางต่อทางรถยนต์ มายังกรุงฮานอย

นายอุเทน หรือ คิม ไทยแลนด์ กล่าวต่อ ตนยังไม่เคยมาเที่ยวฮานอยก็อยากมาศึกษาดูวัฒนธรรม ชีวิตความเป็นอยู่ว่าจะแตกต่างจากที่โฮจิมินต์ที่ตนเคยไปมาแล้วมากน้อยเพียงใด นายอุเทน บอกถึงโปรแกรมเดือน เม.ย.ที่จะถึงว่า ลูกๆ ปิดเทอมหมดทั้งสามคน ตนจะพาไปเที่ยวเกาหลีใต้ ตั้งใจจะไปซื้อที่มาร์คหน้ายี่ห้อที่ผลิตเป็นรูปใบหน้าผู้นำเกาหลีเหนือ ที่มีข่าวว่าขายดีมากจนผลิตไม่ทันเลย

ด้านการเมืองของไทยที่กำลังจะมีการเลือกตั้ง ส.ส.2562 ในวันที่ 24 มี.ค.นั้น นาย คิม ไทยแลนด์ บอกว่า มีพรรคการเมืองใน จว.สมุทรปราการหลายพรรคติดต่อให้ตนไปช่วยรณรงค์หาเสียง แต่ตนปฏิเสธไปว่า ขอช่วยแบบห่างๆ เพราะปีนี้ตัดสินใจช่วยงานของ กกต. ได้สั่งช่างออกแบบทำป้ายคัทเอาต์ขนาดใหญ่ติดตั้งบนตึก มีข้อความเชิญชวนพี่น้องคนสมุทรปราการและคนไทยทั่วประเทศให้ออกไปใช้สิทธิลงคะแนนเสียงในวันที่ 24 มี.ค.2562 ระหว่างเวลา 08.00 ถึง 17.00 น. ซึ่งสอบถามไปทาง กกต.จังหวัดสมุทรปราการแล้ว บอกทำได้ แต่ห้ามมีหมายเลขเบอร์ผู้สมัครเท่านั้นเป็นใช้ได้

นายอุเทน กล่าวต่อ เมื่อวานได้ไปช่วยงานพรรคพวกกันของพรรคหนึ่ง ได้ถือป้ายรณรงค์ไปใช้สิทธิเลือกตั้งเหมือนของ กกต.เพื่อความเป็นกลางด้วย 14.00 น. วันเดียวกัน นายอุเทน หรือคิม ไทยแลนด์ เดินทางถึงท่าอากาศยานฮานอย ประเทศเวียดนาม เรียบร้อย

“ตนเดินทางมาเวียดนามครั้งนี้เป็นช่วงการประชุมสองผู้นำเกาหลีเหนือกับผู้นำสหรัฐฯ พอดี ถ้าขืนแต่งตัวแบบนายคิม จอง อึน มาสนามบิน เกรงว่าจะโดน ตม.เวียดนามไม่ยอมให้ผ่าน เลยขอแต่งตัวตามสบายๆ เหมือนนักท่องเที่ยวทั่วไปดีกว่า” นายอุเทน กล่าวทิ้งท้าย

เลือกตั้ง62 : สุเทพย้ำ เลือกตั้งครั้งนี้จะเป็นการตัดสินว่า จะอยู่ข้างประเทศหรือข้างทักษิณ

สุเทพลุยยะลาหาเสียงช่วยลูกพรรค ย้ำเลือกตั้งครั้งนี้ จะเป็นการตัดสินว่า จะอยู่ข้างประเทศหรือข้างทักษิณ บอกปชช.อย่าเลือกพรรคเครือข่ายพวกทำร้ายประเทศ เชื่อ หลังเลือกตั้ง บ้านเมืองจะเรียบร้อย คนชั่ว ต้องไม่กลับมามีอำนาจอีก

วันที่ 25 ก.พ. 2562 เมื่อเวลา 12.20 ที่ อ.เมือง จ.ยะลา นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ประธานคณะทำงานรณรงค์เชิญชวนประชาชนสมัครสมาชิกพรรค และ ผู้ร่วมจัดตั้งพรรครวมพลังประชาชาติไทย ( รปช. ) ได้กล่าวปราศรัย ช่วยผู้สมัครหาเสียงพื้นที่ เขต 1 อ.เมือง จ.ยะลา นายเชล ติ้งคำ ผู้สมัครเขต 1 หมายเลข 12 ตอนหนึ่ง ว่า

เหตุที่พี่น้องต้องตั้งพรรคการเมืองของประชาชนขึ้นมาเพราะเราพึ่งคนอื่นไม่ได้ นักการเมืองเขามีเจ้าของพรรค นักการเมืองทั้งหลาย ก็ทำงานเพื่อผลประโยชน์ของเจ้าของพรรคพี่น้องต้องจำได้ตอนที่ระบอบทักษิณมีอำนาจ ทั้ง รมต.และส.ส. ทำทุกอย่างเพื่อทักษิณ ยอมติดคุก ยอมทำผิดกฎหมาย วันนี้ทักษิณหนีคดีไปอยู่ต่างประเทศ น้องสาวก็หนีไปอยู่กับพี่ชาย แถมถ่ายรูปเยาะเย้ยมาให้เราดูอีกว่าอยู่กันสบายดีเราทำอะไรมันไม่ได้หลังจากมันโกง มันรุมปล้นประเทศไทยไปแล้ว แต่พอวันเลือกตั้งส่งลูกสมุนบริวารมาลงสมัครรับเลือกตั้ง คิดจะกลับมามีอำนาจในประเทศไทยอีก

นายสุเทพ กล่าวต่อว่า ตนขอบอกกับพี่น้องอย่างตรงไปตรงมาชัดเจนว่า ตนคนหนึ่งที่จะออกไปรณรงค์เชิญชวนพี่น้อง ว่าอย่ายอมให้พวกทักษิณ กลับมามีอำนาจในประเทศไทยอีกเป็นอันขาด เรามีทางเดียวเท่านั้นคือ ผนึกกำลังกัน รวมพลังกัน ของคนธรรมดาสามัญชน อย่างพวกเรา คนละไม้คนละมือปากต่อปาก ไม่ต้องไปรบรากับใคร ไม่ต้องไปทะเลาะกับใครพลังเงียบนี้แหล่ะ บอกต่อกันว่า

คราวนี้ มาต่อสู้ในทางการเมืองเพื่อชาติเพื่อแผ่นดิน ลืมพรรคประชาธิปัตย์เสียที ลืมพรรคที่มาแกะกะออกไป ตัดออกไปจากสมองเลยและที่จะต้องไม่สนใจเลยคือ พรรคที่เป็นเครือข่ายของระบอบทักษิณ ตนเคยบอกกับสาธารณะชน เคยบอกกับพี่น้องว่า ระวังทักษิณจะแตกแบงก์พันเป็นแบงก์ร้อย คือเอาพรรคเล็กๆ ตั้งขึ้น เพื่อพี่น้องที่ไม่รู้เรื่อง ไปเข้าใจว่าพรรคนี้ไม่เกี่ยวกับทักษิณ จริงๆแล้วไม่ใช่เลย ตัวอย่าง พรรคประชาชาติ ที่มีนายวันนอร์ เป็นหัวหน้าพรรค นี่ก็เครือข่ายทักษิณ

เพราะฉะนั้นถ้าใครไม่เอาทักษิณ ก็อย่าไปลงคะแนนให้พรรคนี้ นอกนั้นยังมีพรรคชื่อต่างๆ อย่าง พรรคไทยรักษาชาติ พรรคเพื่อชาติ เยอะแยะหมด สินค้าออกจากบริษัทเดียวกันทั้งนั้น แต่ว่าตั้งยี่ห้ออื่น ใส่กล่องอื่น เพื่อหลอกลวงคนไทย แต่พอขายได้เงิน เข้ากระเป๋าเถ้าแก่คนเดียว คราวนี้ก็เหมือนกัน แต่ถ้าเผลอไปเลือก ไปยกมือให้ตระกูลนี้กลับมามีอำนาจ ก็จะมาสร้างความเสียหายกับเราอีก

นายสุเทพ ยังกล่าวต่อว่า ตนประกาศชัดว่า พรรค รปช.จะไม่จับมือ จะไม่ร่วมมือกับพรรคในเครือข่ายทักษิณเด็ดขาด แน่นอน เพราะเราจำได้ว่า มันทำร้ายประเทศอย่างไรบ้าง มันโกงพวกเราไปอย่างไรบ้าง เราได้ประสบการณ์ ด้วยตัวเองมาแล้วว่าประจักษ์ชัดด้วยตัวเองมาแล้ว คนเหล่านี้ทำความเสียหายร้ายแรงให้กับประเทศอย่างไรบ้าง ทำลายประเทศไทยอย่างรุนแรงอย่างไรบ้างเรายังไม่ลืม

ขอให้พี่น้องได้นึกทบทวนไปว่า แล้วจะรู้เลยว่า ปล่อยให้กลับมามีอำนาจในประเทศไทยอีกไม่ได้ เราจะต้องเดินหน้าต่อไป เพื่อปฏิรูปเปลี่ยนแปลง ประเทศให้ดีขึ้น เมื่อพรรคอื่นไม่เอาจริงเอาจังเรื่องปฏิรูป แต่พรรคของประชาชน จะต้องเดินหน้าต่อไป เพื่อที่จะทำงานการเมืองแก้ปัญหาของชาวบ้าน พรรคอื่นจะสร้างวาทะกรรม อย่างโน้น อย่างนี้ ชูว่า จะเอาประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการ

“ผมขอบอกกับพี่น้องเลยว่า วันนี้ไม่ใช่เป็นการเลือกตั้ง เพื่อที่จะเลือกว่า จะเอาข้างประชาธิปไตยหรือ เอาข้างเผด็จการไม่ใช่แล้ว วันนี้เป็นการเลือกตั้งที่จะตัดสินกันว่า เราจะอยู่ข้างประชาชน อยู่ข้างประเทศไทย หรือ จะอยู่ข้างทักษิณมีเท่านั้นแหล่ะ การเลือกตั้งครั้งนี้ตัดสินใจว่าจะเอาระบอบทักษิณกลับมาหรือไม่ เอาระบอบทักษิณที่สำคัญอยู่ตรงนี้ นายสุเทพ กล่าว

นายสุเทพ กล่าวต่อว่า พรรครปช. พรรคการเมืองของประชาชน มีความมุ่งมั่นตั้งใจที่จะทำอะไรให้บ้านเมือง ประเทศชาติและประชาชน เรื่องแรกที่เราจะทำคือแก้ปัญหาเศรษฐกิจชาวบ้านเดินมาทั่วประเทศพบ แม่ค้าในทุกจังหวัดประชาชนบอกขายชองไม่ดีเศรษฐกิจฝืดเคืองมากทุกคนบอกว่ารีบเถอะไปคิดหาวิธีการช่วยเหลือประชาชนคนธรรมดาให้มีรายได้มีชีวิตอยู่ได้ถ้าคนเหล่านี้ไม่มีเงินยังฝืดเคืองอยู่แบบนี้ตลาดทั้งหลายล้มหมดไปกันไม่รอดเศรษฐกิจระดับล่างล้มหมดแล้วจะกระทบกระเทือนประเทศไทย และดังนั้น พรรค รปช.จึงเขียน นโยบายว่าจะแก้ปัญหาเศรษฐกิจของชาวบ้าน และกลุ่มที่พรรคจะต้องเร่งดูแลคือ กลุ่มเกษตรกร

นายสุเทพ กล่าวต่อว่า เลือกตั้งปี 2554 มี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร มาเป็นนายกรัฐมนตรี คิดว่า ผู้หญิงที่มาเป็นนายกฯจะเก่ง ปล่อยให้มีการทุจริต เรียกว่าโคตรโกง โกงทั้งโคตร เป็นเรื่องที่อภัยไม่ได้ โดยเฉพาะมีส่วนเกี่ยวข้องด้วย อย่างเรื่องโครงการจำนำข้าว เราไปเดินขบวนชุมนุม 31 ต.ค 2556 ราคายางต่ำมาเป็นปี ก็ มากล่าวหาว่าเราทำราคาตกต่ำ คนนั้นโกหก กล่าวหาตน

และยังมีอีกว่า ไปชุมนุมกับกำนันมา ราคายางยังตกต่ำ ไม่เห็นกำนันมาช่วยเลย ก็อยากจะบอกว่า เราเป็นคนธรรมดา แล้วจะให้ทำอย่างไร ไม่ได้เป็นรัฐบาล ไม่มีคนของเราเขาไปเป็นอะไรในรัฐบาล ตอนที่ไปเดินขบวน เดินเสร็จก็กลับบ้านไม่ได้มีอำนาจ เราไม่ได้มีหน้าที่ทำให้ราคายางสูงขึ้น ตอนที่เราไปเดินขบวน เพื่อต่อต้านกฎหมายนิรโทษกรรม ที่พวกมันตั้งใจจะเขียนกฎหมายพิเศษที่ลบล้างความผิดให้กับทักษิณ และสมุนบริวารทักษิณ

นายสุเทพ กล่าวต่อ อีกว่า พรรค รปช.เป็นพรรคเดียวที่มีผู้หญิงและผู้ชายเท่าเทียมกันเลยในบัญชีรายชื่อ 150 คน เป็นผู้ชาย 75 และผู้หญิง 75 คน และการเลือกตั้งครั้งนี้ พรรครปช.จะได้ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อกี่คนก็ตามแต่ที่แน่นอนหญิงและชายเท่ากันจำนวนเท่ากัน อย่างนางสาวฟาติเมาะ เป็นคนยะลาที่ตนไม่เคยรู้จักมาก่อนแต่ตอนที่เรา ชุมนุมกปปส.ผู้หญิงคนนี้มาขึ้นเวทีหลายหน ตนก็ทำการบ้านว่าเขาพูดเรื่องอะไรชีวิตเขาเป็นอย่างไร

ทราบมาว่าที่บ้านได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบยออกมาเรียกร้องให้มีการเยียวยาผู้เสียหาย ก็เลยเชิญชวนมาร่วมงานในพรรค รปช.และเชื่อว่าเขาจะได้เป็นส.ส.ในสภาฯ เราไม่ส.ส.เขี้ยวลากดินในสภา เราเอาคนธรรมดามาช่วยกันทำงานเพื่อชาติบ้านเมือง ประชาชนคนธรรมดาอย่างเรารู้อะไรถูกผิดรักษาบ้านเมือง ประชาชนอย่างเรารักษาชาติรักแผ่นดิน รักศาสนา เห็นสัจจะธรรมแล้ว เมื่อถึงคราวที่จะต้องเสียสละ เพื่อชาติเพื่อแผ่นดินเราก็พร้อม

“ พี่น้องทั้งหลาย ผมลงทุน ลงแรงไม่ได้อะไรเลย อายุ 70 ผมเดินมาหมดทั่วประเทศไทย วันนี้หาเสียงเลือกตั้งทำงานหนักเท่าๆกับผู้สมัครทั้งๆที่ไม่ได้ เป็นผู้สมัคร ผมทำเพื่อชาติทำเพื่อแผ่นดิน ผมจึงมาขออนุญาต พี่น้องว่าเรามาผนึกหัวใจ มาผนึกกำลัง ด้วยกัน ช่วยกันคนละไม้คนละ เชื่อเถอะว่าประชาชนอย่างเรา สร้างชาติได้ ประชาชนอย่างเราช่วยเหลือประชาชนด้วยกันได้ ประชาชนอย่างพวกเราทำให้ประเทศนี้ ปฏิรูปเปลี่ยนแปลงได้ด้วยมือของเรา

และผมเชื่อว่า ภายใต้ร่มพระบารมี ของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 หลังการเลือกตั้งครั้งนี้บ้านเมืองจะเรียบร้อย และดัวยพลังของประชาชนบ้านเมืองต้องพัฒนาเดินหน้าไปได้ประชาชนจะต้องมีชีวิตที่ดีขึ้น คนชั่วต้องไม่กลับมามีอำนาจในประเทศไทยโดยเด็ดขาด ” นายสุเทพกล่าว

สำหรับการลงพื้นที่ จ.ยะลา ในวันนี้ (25 ก.พ.) ของ นายสุเทพ และคณะประกอบด้วย นางสาวเพชรชมพู กิจบูรณะ และนางสาวปาตีเมาะ เปาะอิแตดาโอะ 2 ผู้สมัครส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อของพรรค รปช. และผู้สมัครของ จ.ยะลา ทั้ง 3 เขต เขต คือ นายเชล ติ้งคำ ผู้สมัครหมายเลข 12 เขต 1 นายอับดุลการิม เต็งกะรีนา ผู้สมัครหมายเลข 5 เขต 2 และ นายซอลาฮุดดีน ยาญา ผู้สมัคร หมายเลข 4 เขต 3 และ ในระหว่างที่เดินทางไปยัง จ.ยะลา นายสุเทพและคณะได้ไปกราบนมัสการ หลวงปู่ทวด วัดช้างให้ จ.ปัตตานี เพื่อเป็นสิริมงคลและขอพรให้กับผู้สมัครด้วย