ผอ.รร.วัดสิงห์ ยันไม่ได้เปิดเครื่องเสียงโต้ตอบ ‘แก๊งเพื่อนนาค’

นายบุณยพงศ์ โพธิวัฒน์ธนัต ผู้อำนวยการโรงเรียนมัธยมวัดสิงห์ เปิดเผยถึง เหตุการณ์ที่กลุ่มวัยรุ่นบุกเข้ามาทำร้ายครู นักเรียนและบุคลากรภายในโรงเรียน หลังเกิดความไม่พอใจ ที่ทางโรงเรียนขอให้ลดระดับเสียงในงานบวชเนื่องจากมีการสอบ GAT/PAT เมื่อวันที่ 24 ก.พ. ที่ผ่านมา ว่า ขณะเกิดเหตุโรงเรียนมีการสอบ GAT/PAT เป็นวันที่ 2 จากทั้งหมด 4 วัน เป็นการสอบวัดระดับความสามารถของโรงเรียนทั่วประเทศ ซึ่งจะมีเด็กจากหลายสถาบันมาสอบพร้อมๆ กัน โดยโรงเรียนมัธยมวัดสิงห์เป็นหนึ่งในสนามสอบครั้งนี้

ทั้งนี้ ก่อนเกิดเหตุทราบว่า ทางวัดจะมีการบวช 2 ครั้ง จึงประสานขอลดการใช้เครื่องเสียงเนื่องจากมีการสอบ ซึ่งตลอดช่วงเช้าไม่เกิดปัญหาอะไร กระทั่งเวลาประมาณ 14:30 น. มีวัยรุ่นประมาณ 20 คนบุกเข้ามาภายในห้องด้วยอาการฉุนเฉียว มีการต่อว่าลักษณะไม่พอใจที่โรงเรียนขอลดการใช้เสียง ก่อนที่จะมีวัยรุ่น 2 คน ชกเข้าที่ใบหน้าจนได้รับบาดเจ็บ ก่อนที่จะทำลายของภายในห้องทำให้โทรทัศน์และกระถางเซรามิคเสียหาย

จากนั้นกลุ่มวัยรุ่นได้บุกขึ้นไปบนอาคารเรียน 3 ชั้นที่ 2 และ 3 พร้อมกับทำลายข้าวของและทำร้ายบุคลากร มีนักเรียนได้รับบาดเจ็บนำส่งโรงพยาบาลกว่า 10 ราย ครูได้รับบาดเจ็บ 4-5 ราย หนึ่งในนั้นมีครูผู้ชายได้รับบาดเจ็บรุนแรง แขนขวาอักเสบและมีอาการมึนศีรษะ โดยขณะเกิดเหตุได้พานักเรียนลงมาอยู่รวมกันที่ห้องด้านล่างเพื่อความปลอดภัย เมื่อเหตุการณ์สงบจึงให้นักเรียนทำการสอบต่อโดยมีการขยายระยะเวลาจากเดิมสิ้นสุดที่ 16.00 น. เป็น 16.30 น. ส่วนนักเรียนที่ได้รับบาดเจ็บต้องรักษาตัวที่โรงพยาบาลจนไม่สามารถสอบต่อได้นั้น ต้องรอมาตรการจากสถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ หรือ สทศ.ต่อไป

ทั้งนี้ นายบุณยพงศ์ ระบุว่า ทางโรงเรียนไม่ได้มีการเปิดเครื่องเสียงโต้ตอบกับกลุ่มวัยรุ่นดังกล่าวแต่อย่างใด และทางโรงเรียนได้แจ้งความดำเนินคดีแล้ว ซึ่งกระบวนการทางกฎหมายต่อจากนี้ จะให้เป็นหน้าที่ของตำรวจต่อไป

ขณะที่วันนี้ยังคงมีการจัดสอบตามปกติไปจนถึงวันที่ 26 ก.พ. 62 โดยประสานให้ตำรวจนำกำลังเข้ามาตรวจตราในพื้นที่เพื่อรักษาความปลอดภัยแล้ว

ที่มา Policenews

เตรียมออกหมายจับเพิ่มอีก 5-6 คน วัยรุ่นงานบวช บุกทำร้ายในโรงเรียน

ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เตรียมออกหมายจับเพิ่มอีก 5-6 คน กลุ่มวัยรุ่นงานบวชบุกทำร้ายในโรงเรียน พร้อมอยู่ระหว่างพิจารณาข้อหาซ่องโจร เนื่องจากเป็นภัยต่อสังคม

พลตำรวจโทสุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยความคืบหน้าหลังประชุมพนักงานสอบสวนความคืบหน้าคดีวัยรุ่น 24 คน ในงานบวชที่วัดสิงห์ บุกเข้าทำร่างกายผู้อำนวยการ นักเรียน และพนักงานรักษาความปลอดภัย ในโรงเรียนมัธยมวัดสิงห์เมื่อวานนี้ว่า

เบื้องต้นได้แจ้งข้อหาร่วมกันบุกรุกสถานที่ราชการ ซึ่งมองเป็นภัยอันตรายกับคนในสังคม และจากพฤติการณ์น่าจะเข้าข่ายข้อหาซ่องโจร อยู่ระหว่างพิจารณาข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง และอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานออกหมายจับเพิ่มเติมอีก 5-6 คน คาดว่าจะได้ตัวในวันพรุ่งนี้ ซึ่งขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการตรวจหาสารเสพติด

โดยยืนยันตำรวจทำหน้าที่อย่างตรงไปตรงมา และสอบสวนในทุกประเด็น จะต้องมีการทำแผนผังว่าผู้ต้องหาบุกเข้าไปในห้องเรียนได้บ้าง เบื้องต้นมี 2 อาคาร 14 ห้องเรียน

ขณะนี้พนักงานสอบสวนมีการสอบปากคำผู้เสียหายไปแล้วทั้งหมด 6 ปาก ยังเหลือผู้เสียหายอีกจำนวนมากที่จะต้องที่เรียกเข้ามาสอบสวนเพิ่มเติม เพื่อประกอบสำนวนคดีให้มีความรัดกุม และเบื้องต้นคาดว่าจะนำตัวผู้ต้องหาทั้งหมดไปฝากขังที่ศาลช่วงเย็นวันพรุ่งนี้ โดยท้ายคำร้องพนักงานสอบสวนคัดค้านการประกันตัว เกรงว่าจะไปข่มขู่พยานอาจทำให้เสียรูปคดี

ส่วนการเรียกร้องค่าเสียหายที่จะต้องจัดการสอบใหม่ ต้องรอให้กระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งเป็นเจ้าทุกข์มาแจ้งความร้องทุกข์ ขณะที่ค่าเสียหายของผู้ที่ถูกทำร้ายร่างกาย และถูดทำให้กระทบกระเทือนจิตใจ ขณะนี้ต้องรอให้ให้ผู้เสียหายมาให้ปากคำเพิ่มเติม
ทั้งนี้หลังจากผู้ต้องหาทั้งหมดพ้นโทษออกมา จะพิจารณาการห้ามเข้าพื้นที่เกิดเหตุ

สทท.ไม่ห่วงเงินบาทแข็งค่า ฉุดท่องเที่ยวไทย

ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย หรือ สทท. ไม่กังวลเรื่องเงินบาทแข็งค่าขึ้น จะกระทบการท่องเที่ยวในประเทศ เนื่องจากค่าใช้จ่ายในการเที่ยวเมืองไทย ยังถูกกว่าอีกหลายประเทศในอาเซียน

นายชัยรัตน์ ไตรรัตนจรัสพร ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย หรือ สทท. เปิดเผยกับว่า สทท.ในฐานะที่เป็นหน่วยงานที่เกี่ยวเนื่องกับการท่องเที่ยว พร้อมให้ความร่วมมือการเป็นเจ้าภาพประกวดมิสเวิลด์ 2019 ครั้งที่ 69 รอบสุดท้ายช่วงเดือนพฤศจิกายนและธันวาคมนี้ ร่วมกับหน่วยงานอื่น เพื่อการเป็นเจ้าบ้านที่ดีต้อนรับชาวต่างชาติ ทั้งการประชาสัมพันธ์ การจัดสถานที่รองรับ

ขณะที่ สถานการณ์ การท่องเที่ยวไทยช่วงไตรมาสแรก สทท. คาดจะเติบโตจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 7% ทั้งปีจะมีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าไทยกว่า 40 ล้านคน รายได้จากการท่องเที่ยวจะเติบโต 10% จากปีก่อนหรือประมาณ 2.4 ล้านล้านบาท

ทั้งนี้ สถานการณ์ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้น นายชัยรัตน์ กล่าวว่า ไม่กังวลเรื่องความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนจะกระทบต่อการท่องเที่ยว โดยหากเปรียบเทียบกันแล้วค่าใช้จ่ายในการเดินทางท่องเที่ยวที่ประเทศไทยมีรายจ่ายที่ถูกกว่าไปเที่ยวประเทศอื่นๆ แม้กระทั่งประเทศในอาเซียนเอง อย่าง ลาว เวียดนาม กัมพูชา