สาววัย 22 ปี โพสต์ลาตาย ก่อนกระโดดแม่น้ำปิง โชคดีมีคนช่วยได้ทัน

สาววัย 22 ปี โพสต์เฟซบุ๊คลาตาย ก่อนกระโดดสะพานแม่น้ำปิง โชคดีพลเมืองดีช่วยทัน พบเคยฆ่าตัวตายมาแล้ว 2 ครั้ง แต่เพื่อนช่วยทัน ปมปัญหาครอบครัว ป่วยโรคซึมเศร้า

เมื่อกลางดึกที่ผ่านมา เกิดเหตุนักศึกษาสาว อายุ 22 ปี กระโดดแม่น้ำปิง บริเวณสะพานนครพิงค์ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ หวังฆ่าตัวตาย โชคดีที่พลเมืองดีเข้าช่วยเหลือไว้ได้ทัน จากนั้นจึงแจ้งตำรวจมาตรวจสอบ และช่วยกันพูดเกลี่ยกล่อมให้หญิงสาวคนดังกล่าวสงบสติอารมณ์ ก่อนประสานแจ้งให้ญาติทราบ พร้อมพาตัวหญิงสาวรายนี้ส่งโรงพยาบาลสวนปรุง เพื่อพบกับจิตแพทย์รักษาสภาพจิตใจ

จากการตรวจสอบพบว่า หญิงสาวรายนี้ ชื่อ นางสาว เอ เป็นชาว จ.ภูเก็ต แต่มาพักอาศัยอยู่กับมารดาที่ จ.เชียงใหม่ และ เรียนหนังสืออยู่ที่มหาวิทยาลัยชื่อดังแห่งหนึ่ง ส่วนสาเหตุเกิดจากปัญหาส่วนตัว เนื่องจากนางสาว เอ มักมีปากเสียงทะเลาะกับแม่เป็นประจำ จนเกิดความเครียดและซึมเศร้า ก่อนหน้านี้เคยไปรักษากับจิตแพทย์ที่โรงพยาบาลสวนปรุงมาแล้ว

ขณะเดียวกันยังพบว่า นางสาว เอ เคยพยายามฆ่าตัวตายมาแล้วถึง 2 ครั้ง โดยจะโพสต์ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวในทำนองตัดพ้อ และ ลาตาย ครั้งแรกฆ่าตัวตายด้วยการกินยาเกิดขนาดและรมควันในห้องนอนเพื่อให้ขาดอากาศหายใจ แต่โชคดีที่เพื่อนเห็นข้อความในเฟซบุ๊กจึงเข้าช่วยเหลือได้ทันเวลา

กระทั่งล่าสุดก่อนกระโดดสะพาน ก็ได้โพสต์เฟซบุ๊กในลาตาย จนทำให้เพื่อนๆเข้ามาห้ามปรามและปลอบใจไม่ให้คิดสั้น แต่ในช่วงกลางดึกนางสาวเอ ได้ขี่รถจักรยานยนต์ออกจากที่พักมายังสะพานนครพิงค์ และกระโดดน้ำฆ่าตัวตายอีกครั้ง แต่โชคดีที่มีพลเมืองดีเห็นเหตุการณ์กระโดดน้ำลงไปช่วยนำตัวขึ้นมาได้

ขณะที่ก่อนหน้านี้ได้มีการแชร์ข้อความที่นางสาว เอ เขียนลาตายในเฟซบุ๊กส่วนตัว จนมีการแชร์ในโซเชียลมีเดีย ทำให้ พ.ต.อ.ปิยะพันธุ์ ภัทรพงศ์สินธุ์ รองผู้บังคับการตำรวจภูธร จ.เชียงใหม่ สั่งการให้เจ้าหน้าที่เร่งติดตามหาเบาะแสของหญิงสาวรายนี้เพื่อให้การช่วยเหลือ

สาวสุดงง! นั่งอยู่ดีๆ เจอมนุษย์ป้าพุ่งมานั่งตักบน MRT กดดันให้ลุกให้นั่ง

สาวสุดงง! นั่งอยู่ดีๆ เจอมนุษย์ป้าพุ่งมานั่งตักบน MRT กดดันให้ลุกให้นั่ง แถมคนที่มาด้วยปรบมือเชียร์

โลกออนไลน์แห่แชร์เรื่องเล่าจากทวิตเตอร์ @angarosFrauweti หลังเจ้าตัวเจอเรื่องสุดพีคกับมนุษย์ป้าสุดแปลก ที่อยู่ดีๆ ก็พุ่งเข้ามานั่งตัก ซึ่งเหตุเกิดบนรถไฟฟ้าใต้ดิน แถมป้าคนที่มาด้วยกันก็ปรบมือเชียร์ ไม่มีการห้ามปราบแต่อย่างใด

ทั้งนี้ หลังจากเรื่องดังกล่าวถูกแชร์ออกไปเป็นวงกว้าง ได้มีผู้คนเข้ามาเล่าประสบการณ์ของตนเองมากมาย ที่เจอเรื่องในลักษณะเดียวกันเช่นนี้ ซึ่งแต่ละคนก็มีวิธีการจัดการในรูปแบบของตนเอง โดยมีรายละเอียดดังนี้…

21 ก.พ. นี้ ไทยเข้าสู่ฤดูร้อนอย่างเป็นทางการ กรมอุตุฯ เผย 7 จังหวัดร้อนสุด 43 องศา

21 ก.พ.2562 นี้ ไทยเข้าสู่ฤดูร้อนอย่างเป็นทางการ กรมอุตุนิยมวิทยา เผย 7 จังหวัดร้อนสุด 43 องศา 

วันนี้ (  20 ก.พ. 62 ) กรมอุตุนิยมวิทยา ประกาศว่า ประเทศไทยจะเริ่มเข้าสู่ฤดูร้อนอย่างเป็นทางการในวันพรุ่งนี้ (21 ก.พ.นี้) เป็นต้นไป โดยดร.ภูเวียง ประคำมินทร์ อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา เปิดเผยว่า ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก จะมีอากาศร้อนจัด ตอนกลางวันอุณหภูมิสูงสุด 40 องศาเซลเซียสขึ้นไป แต่ไม่ทำทำลายสถิติอากาศร้อนที่สุดของประเทศไทย ที่เคยวัดได้ 44.6 องศาเซลเซียส ในอำเภอเมือง จังหวัดแม่ฮ่องสอน เมื่อวันที่ 28 เม.ย. 2559

สำหรับอุณหภูมิสูงสุดในปีนี้คาดว่า จะร้อนที่สุด 7 จังหวัด ได้แก่ แม่ฮ่องสอน ลำปาง อุตรดิตถ์ สุโขทัย ตาก นครสวรรค์ และจังหวัดกาญจนบุรี อุณภูมิอยู่ที่ 40-43 องศาเซลเซียส ส่วนภาคใต้บริเวณจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช ยะลา กระบี่ ตรัง และสตูล อุณหภูมิสูงสุด 38-39 องศาเซลเซียส และมีฝนตกได้ในบางวัน คลื่นลมบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันจะมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ขณะที่กรุงเทพฯ อุณหภูมิสูงสุดช่วงนี้อยู่ที่ 39  องศาเซลเซียส

อย่างไรก็ตามสิ่งที่ต้องระวังนอกจากแดดเผาแล้ว ยังต้องระวังโรคภัยที่มากับหน้าร้อนเพราะอันตรายถึงขั้นเสียชีวิตได้ โดยควรระวังและป้องกัน 6 โรคที่มากับฤดูร้อน มีดังนี้

 

1. โรคอุจจาระร่วงหน้าร้อน สาเหตุเกิดจากการติดเชื้อหลายประเภททั้งแบคทีเรีย ไวรัส และกลุ่มเชื้อโปรโตซัว ที่ปนเปื้อนอยู่ในอาหารที่มีโอกาสบูดเสียได้ง่ายในอากาศที่ร้อนจัด

2. โรคอาหารเป็นพิษ สาเหตุสำคัญเกิดจากการทานอาหารที่มีการปนเปื้อนของสารพิษที่เกิดจากเชื้อบิด เชื้อสแตปฟีโลคอกคัส และเชื้อบาซิลลัส ซึ่งมักเป็นสารที่ทนต่อความร้อน พบบ่อยในอาหารประเภทไส้กรอก กุนเชียง ข้าวผัดต่างๆ ถึงจะพยายามทานอาหารที่สุกร้อนแล้ว แต่หากส่วนผสมก่อนนำมาปรุงอาหารเกิดบูดเสียก่อนก็จะเกิดอาการเป็นพิษได้ เช่น คลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง มีไข้ หรือปวดเมื่อย อ่อนเพลีย จนถึงท้องร่วงจากสารพิษที่ทนความร้อน

3. โรคผิวหนัง กลาก เกลื้อน ผดร้อน โรคผิวหนังเหล่านี้ มักเกิดขึ้นได้มากในหน้าร้อน เมื่อไม่รักษาความสะอาดที่ผิวหนัง

4. โรคจากสัตว์เลี้ยง โรคพิษสุนัขบ้าหรือโรคกลัวน้ำ สาเหตุเกิดจากเชื้อไวรัส “เรบี” ที่มีอยู่ในน้ำลายของสัตว์ ซึ่งติดต่อได้จากการถูกสุนัขจรจัด แมว หรือกระทั่งสุนัขที่เลี้ยงไว้ กัด ข่วน เลียบาดแผล ผู้เลี้ยงจึงควรพาสัตว์เลี้ยงไปรับวัคซีนป้องกันเป็นประจำทุกปี โรคนี้ถือเป็นโรคติดต่อร้ายแรง เมื่อถูกสัตว์เลี้ยงที่ไม่ได้รับการฉีดวัคซีนกัด ก็อาจทำให้เสียชีวิตได้

5. โรคเครียด หงุดหงิด ปวดศีรษะ อาจดูเป็นเรื่องธรรมดาที่คิดว่าเกิดขึ้นได้กับทุกคน แต่ปัจจัยด้านอากาศที่ร้อนขึ้น อาจทำให้เกิดอาการปวดศีรษะ หงุดหงิด นอนไม่หลับ ฉุนเฉียว โมโหได้ง่ายขึ้น

6. เป็นลมจากอากาศร้อน (โรคฮีทสโตรค) เกิดจากการที่ร่างกายอยู่ในที่ที่มีอากาศร้อนจัด อบอ้าว อากาศถ่ายเทไม่ดีและการดื่มน้ำน้อยก็มีโอกาสเป็นลมจากอากาศร้อนได้มากขึ้น เพราะเส้นเลือดส่วนปลายขยายตัวมากในสภาวะอากาศภายนอกที่ร้อนจัด ทำให้ความดันโลหิตต่ำลง เกิดอาการวิงเวียน หน้ามืด เป็นลม