กรมบัญชีกลาง ปรับเกณฑ์ขยายสิทธิเบิกจ่ายตรงรักษาโรคมะเร็ง

กรมบัญชีกลาง ปรับเกณฑ์ขยายสิทธิเบิกจ่ายตรงรักษาโรคมะเร็งเพิ่มเติม บรรเทาความเดือดร้อนให้แก่ผู้ป่วยโดยไม่ต้องทดรองจ่ายเงินไปก่อน 

นางสาวสุทธิรัตน์ รัตนโชติ อธิบดีกรมบัญชีกลาง เปิดเผยว่า ตามที่กรมบัญชีกลางได้กำหนดเงื่อนไขการเบิกค่ายาสำหรับผู้ป่วยโรคมะเร็งและค่าโลหิตวิทยาจำนวน 37 รายการ ที่ไม่อนุญาตให้เบิกในระบบเบิกจ่ายตรง กรมบัญชีกลางร่วมมือกับคณะทำงานโดยมีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญในการพัฒนาและปรับปรุงแนวทางการรักษาโรคมะเร็งและโลหิตวิทยาอย่างต่อเนื่อง

เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนผู้ป่วยสิทธิสวัสดิการรักษาพยาบาลข้าราชการไม่ต้องทดรองจ่ายค่ายาไปก่อน โดยจะประกาศรายการยาจำนวน 1 รายการ ให้สามารถเบิกจ่ายตรงได้ สำหรับยาอีก 36 รายการที่เหลือ หากแพทย์ผู้ทำการรักษาผู้ป่วยโรคมะเร็งได้ใช้ยาหรือวิธีการรักษาอื่นก่อนแล้ว และวินิจฉัยเพิ่มเติมว่าผู้ป่วยมีความจำเป็นต้องใช้ยาดังกล่าว ให้สถานพยาบาลยื่นเรื่องมาที่กรมบัญชีกลางเพื่อขออนุมัติเป็นรายกรณี

อธิบดีกรมบัญชีกลาง กล่าวเพิ่มเติมว่า นอกจากการกำหนดเงื่อนไขการเบิกค่ายาแล้ว คณะทำงานได้มีการศึกษาและพิจารณาแนวทางเพื่อให้เข้าถึงเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่มีการพัฒนาการรักษามะเร็งในแต่ละชนิด เพื่อให้ผู้ป่วยเข้าถึงการรักษาได้มากขึ้น มีแนวทางการรักษาพยาบาลที่มีคุณภาพ ปลอดภัย และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อผู้ป่วย

จึงได้พิจารณาเพิ่มรายการยา/เงื่อนไขข้อบ่งชี้ในการเบิกค่ายาจากเดิม 14 รายการ เป็น 17 รายการ เช่น ยารักษาโรคมะเร็งตับ ยารักษาโรคมะเร็งไทรอยด์ ยารักษาโรค Myelodysplastic syndrome (MDS) เป็นต้น พร้อมทั้งปรับเงื่อนไขให้สามารถเบิกจ่ายให้กว้างขวางขึ้น คาดว่าจะเริ่มใช้ได้เดือนมีนาคม 2562 เป็นต้นไป

เลือกตั้ง 62 : กกต. เผยยอดลงทะเบียนใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้า 2.5 ล้านคน

กกต.พอใจยอดผู้ขอใช้สิทธิ์เลือกตั้งล่วงหน้า เกือบ 2 ล้าน 5 แสนคน โดยมีผู้ลงทะเบียนเกินเป้าที่ประเมินไว้ สะท้อนความต้องการมีส่วนร่วมของประชาชน

พันตำรวจเอก จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการ กกต. ระบุว่า กกต.ไม่สามารถขยายเวลา เพื่อเปิดรับการลงทะเบียนได้อีก เพราะต้องการจำนวนที่แน่นอน ในการกำหนดหน่วยเลือกตั้งล่วงหน้า ทั้งเลือกตั้งนอกและในเขตเลือกตั้ง และยอมรับว่าผู้มีสิทธิลงทะเบียนเกินเป้าที่ กกต.ตั้งไว้ ซึ่งสะท้อนความต้องการมีส่วนร่วมของประชาชน

โดยกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยยอดการลงทะเบียน ขอใช้สิทธิ์เลือกตั้งล่วงหน้า นอกเขตและนอกราชอาณาจักร ตั้งแต่วันที่ 28 มกราคมถึงวันที่ 19 กุมภาพันธ์ ในเวลา 17 นาฬิกา มีจำนวนทั้งสิ้นเกือบ 2 ล้าน 5 แสนคน ผู้ขอใช้สิทธินอกเขตกว่า 2 ล้าน 3 แสนคน และนอกราชอาณาจักรกว่า 1 แสนคน ซึ่งเป็นยอดสรุปจากการเปิดให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งลงทะเบียน 3 ช่องทาง คือการยื่นด้วยตัวเอง การยื่นผ่านทางไปรษณีย์ และการยื่นผ่านอินเตอร์เน็ต

สำหรับผู้ขอใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้านอกเขต จะใช้สิทธิในวันที่ 17 มีนาคม ระหว่างเวลา 8 นาฬิกา ถึง 17 นาฬิกา ส่วนผู้ขอใช้สิทธิเลือกตั้งนอกราชอาณาจักร จะใช้สิทธิ์ระหว่างวันที่ 4 ถึง 16 มีนาคมนี้ และการลงคะแนนมี 3 วิธี คือการลงคะแนนที่หน่วยเลือกตั้ง , การลงคะแนนทางไปรษณีย์ และการลงคะแนนวิธีอื่น เช่น การจัดหน่วยเลือกตั้งเคลื่อนที่

ส่วน 5 อันดับจังหวัด ที่มีผู้ลงทะเบียนขอใช้สิทธิ เลือกตั้งล่วงหน้านอกเขตสูงสุด อันดับ 1. กรุงเทพฯกว่า 8 แสนคน รองลงมาจังหวัดชลบุรี กว่า 1 แสน 9 หมื่นคน, สมุทรปราการเกือบ 1 แสน 5 หมื่นคน ปทุมธานี 1 แสน 1 หมื่น 7 พันคน และนนทบุรีกว่า 8 หมื่น 5 พันคน ส่วนเลือกตั้งนอกราชอาณาจักรที่สหรัฐอเมริกามีผู้ขอใช้สิทธิมากที่สุด เกือบ 1 หมื่น 5 พันคน

นาทีระทึก! ช้างน้อยพุ่งชนแพพลิกคว่ำ นักท่องเที่ยวว่ายน้ำหนีตาย

นาทีระทึก! ช้างน้อยพุ่งชนแพนักท่องเที่ยวพลิกคว่ำ จนนักท่องเที่ยวได้รับบาดเจ็บ

นายเดชาธร ศาสตราวัต อายุ 38 ปี เจ้าของรถตู้นำเที่ยวเชียงใหม่ นำคลิปวิดีโอจากโทรศัพท์มือถือที่บันทึกวินาทีช้างน้อยวิ่งชนแพนักท่องเที่ยวจนได้รับบาดเจ็บ ออกมาโพสต์ในเฟซบุ๊ก Dechathorn Sastradechawat บอกเล่าเหตุการณ์ระทึกพร้อมกับเป็นอุทาหรณ์ให้กับนักท่องเที่ยวสายแพล่องแก่ง ซึ่งเหตุการณ์นี้เกิดเมื่อวันเวลาประมาณ 15.00 น. วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2562 ที่ผ่านมา

ในคลิปเป็นภาพขณะที่กลุ่มนักท่องเที่ยวจำนวน 10 คน ล่องแพไปตามแม่น้ำวาง แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติชื่อดังของอำเภอแม่วาง จ.เชียงใหม่ โดยนักท่องเที่ยวนั่งแยกเป็น 2 แพ ระหว่างการล่องแพไปตามลำน้ำ ปรากฏว่าได้มีช้างน้อยเชือกหนึ่งที่กำลังเล่นน้ำอยู่ในลำน้ำ เมื่อเห็นแพนักท่องเที่ยวล่องผ่านมา ช้างน้อยเชือกดังกล่าวก็ได้วิ่งตรงมาชนแพลำที่สองและใช้งวงชนจนทำให้แพพลิกคว่ำ

นักท่องเทียวต่างพากันร้องด้วยความตกใจและตกลงไปในน้ำ มีหญิงสาวนักท่องเที่ยวจากกรุงเทพได้รับบาดเจ็บหัวเข่าบวมจนเดินไม่ได้ เนื่องจากไปกระแทกกับก้อนหิน ส่วนนักท่องเที่ยวที่เหลือรีบพากันว่ายน้ำไปยังจุดที่ลึก บางรายก็ต้องรีบขึ้นฝั่ง เพราะเกรงว่าช้างอาจเข้ามาทำร้าย

หลังเกิดเหตุทางนายเดชาธร ซึ่งเป็นเจ้าของรถตู้นำเที่ยวและได้นั่งแพไปด้วย ได้นำตัวนักท่องเที่ยวส่งโรงพยาบาล ขณะที่ผู้ประกอบการปางช้างซึ่งเป็นเจ้าของช้างน้อยแสนซนเชือกดังกล่าว ได้ส่งตัวแทนมาดูแลและรับผิดชอบค่าเสียหายและค่ารักษาพยายาบาล

นายเดชาธร เปิดเผยว่า ควาญช้างบริเวณนี้ บอกว่าไม่เคยเกิดเหตุการณ์ลักษณะนี้มาก่อน จึงนำคลิปนี้มาโพสต์ในโลกโซเชียล เพราะต้องการให้เป็นอุทาหรณ์และเตือนนักท่องเที่ยว รวมไปถึงผู้ประกอบการปางช้างต่าง ๆ ให้ระมัดระวังไม่ให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นอีก เพราะอาจไม่โชคดีเหมือนครั้งนี้

นอกจากนี้ ยังต้องการให้ปางช้างมีมาตรการดูแลช้าง ไม่ให้ไปสร้างความเดือดร้อนหรือทำร้ายนักท่องเที่ยวอีก ส่วนผู้ประกอบการล่องแพก็ต้องมีมาตรการด้านความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยวด้วยเช่นกัน เนื่องจากบางช่วงของการล่องแพมีน้ำลึก แต่ที่เห็นกลับไม่มีเสื้อชูชีพให้นักท่องเที่ยวใส่ หากนักท่องเที่ยวว่ายน้ำไม่เป็นในกรณีฉุกเฉิน อาจจมน้ำเสียชีวิตได้