รวบ! ‘เอกชัย-โชคชัย’ หลังบุกบก.ทบ. เปิดเพลง ‘ประเทศกูมี’ แขวนคอตุ๊กตาหมี

‘เอกชัย-โชคชัย’ โดนรวบ! หลังบุกบก.ทบ. เปิดเพลง ‘ประเทศกูมี’ แขวนคอตุ๊กตาหมี จำลองเหตุการณ์ 6 ต.ค. 19 ด้าน ตำรวจเปิดเพลง ‘ความฝันอันสูงสุด’ สู้กลับ

วันนี้ (20 ก.พ. 62) มีรายงานว่า เฟซบุ๊ก Wassana Nanuam ได้โพสต์ภาพ นายเอกชัย หงส์กังวาน และ นายโชคชัย ไพบูลย์รัชตะ นักเคลื่อนไหว ได้เดินทางไปที่ ห้องกองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.) เพื่อเปิดเพลง “ประเทศกูมี” พร้อมจำลองเหตุการณ์ 6ต.ค.19 แขวนคอตุ๊กตาหมี

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้เข้าห้ามปราบและยึดตุ๊กตาหมี พร้อมเปิดเพลง “ความฝันอันสูงสุด” สู้กัน ก่อนนำตัว ‘เอกชัย-โชคชัย’ ทั้ง 2 คน ไป สน.นางเลิ้ง

‘สดใส รุ่งโพธิ์ทอง’ แจ้งความ ปอท. หลังมีมือดีใส่ภาพสยิวประกอบเพลงหาเสียง

“สดใส รุ่งโพธิ์ทอง” ผู้สมัคร ส.ส.เมืองปทุม พรรคชาติไทยพัฒนา หอบหลักฐานแจ้งความ ปอท. หลังมีมือดีใส่ภาพสยิวประกอบเพลงหาเสียง

วันนี้ (20 ก.พ. 62) เมื่อเวลา 11.00น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ต.ต.พินิต มณีรัตน์ โฆษกพรรคชาติไทยพัฒนา พร้อมด้วย นายสดใส รุ่งโพธิ์ทอง หรือ สดใส โรจนวิชัย ผู้สมัคร ส.ส. จังหวัดปทุมธานี เขตลำลูกกา เดินทางเข้าพบ พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ ดีพอ ผกก.3 บก.ปอท. และ ร.ต.ท.ธนพล ยิ่งงามแก้ว รอง สว.(สอบสวน) กก.3 บก.ปอท. พร้อมนำหลักฐานซีดีเพลง ‘เลือกตั้งปี 62’ และภาพวาบหวิวที่ถูกนำไปใส่ประกอบเพลงดังกล่าว เพื่อแจ้งความเอาผิดผู้จัดทำ ซึ่งการกระทำดังกล่าวอาจส่งผลต่อตัวบุคคล และความน่าเชื่อถือของพรรค

ทั้งนี้ พล.ต.ต.พินิต กล่าวว่า สาเหตุที่ต้องเดินทางเข้าแจ้งความในวันนี้ เพราะมีความร้อนใจเกี่ยวกับคลิปเพลงเชิญชวนประชาชน ให้ไปใช้สิทธิ์ออกเสียงลงคะแนนเลือกตั้ง ซึ่งต้นฉบับเดิมจะมีแต่คลิปเสียง แต่ต่อมาได้มีมือดีนำภาพวาบหวิวไปใส่ประกอบ ทำให้เป็นการกระทำเพื่อความบันเทิง ไม่ตรงตามจุดประสงค์และไม่เหมาะสม ทั้งยังเกรงจะทำให้ นายสดใส ที่เป็นผู้แต่งและร้องเพลงดังกล่าว เกิดความเดือดร้อน หากอนาคตได้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ตนยืนยันว่า ทางเราไม่ได้มีการนำภาพดังกล่าวมาใส่ประกอบแต่อย่างใด ซึ่งหากเป็นภาพที่เกี่ยวกับการเลือกตั้ง หรือสถานที่ ที่มีความเกี่ยวข้องกับการเมืองจะเหมาะสมกว่า

อย่างไรก็ตาม ในขณะนี้ พบว่า มีการเผยแพร่โดยการส่งต่อทางไลน์เท่านั้น ยังไม่ปรากฏบนช่องทางอื่นๆ จึงต้องการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้ช่วยตรวจสอบอีกทางหนึ่งด้วย

ด้าน นายสดใส กล่าวว่า ภายหลังตนได้รับการอนุมัติจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. ให้สามารถนำเพลงดังกล่าว ซึ่งได้ดัดแปลงมาจากเพลง ‘รักน้องพร’ ไปเผยแพร่ ตามจุดประสงค์ข้างต้นและได้ส่งต่อให้กันกับเพื่อนๆ คนรู้จักทางไลน์ กระทั่งต่อมา ทางทีมงานของพรรคได้พบว่า มีการนำภาพผู้หญิงที่สวมชุดชั้นในวาบหวิวมาประกอบเพลง ตนก็รู้สึกตกใจ จึงรีบเดินทางมาแจ้งความไว้ก่อนเพื่อป้องกันตัวเอง ทั้งนี้ ตนต้องการทราบตัวว่า ใครเป็นผู้ก่อเหตุ และทำเพื่ออะไร หากเป็นเพื่อนของตนก็ควรมาพูดคุยและขออนุญาตกันก่อน

เบื้องต้น พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ กล่าวว่า จะมีการตรวจสอบว่าการกระทำดังกล่าวเข้าข่ายลามกอนาจารหรือไม่ ก่อนสืบหาตัวบุคคลว่าผู้ใดเป็นคนนำมาเผยแพร่ และติดตามตัวมาดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

ปอท.แจ้งข้อหา ‘ฤภพ ชินวัตร’ ผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ปมค่าฝุ่น PM 2.5

รองหัวหน้าพรรคไทยรักษาชาติ เข้ารับทราบข้อหาผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ หลังทำเว็บไซต์รายงานค่าฝุ่น พีเอ็ม 2.5 หวังดึงคนเข้าเพจพรรคไทยรักษาชาติ แต่เมื่อตรวจสอบกลับพบว่าแจ้งค่าฝุ่นไม่ตรงความจริง ทำให้ประชาชนเกิดความสับสน-ตื่นตระหนก

พลตำรวจโท สุรเชษฐ์ หักพาล ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ในฐานะรองผู้อำนวยการศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ได้ออกหมายเรียกนายฤภพ ชินวัตร รองหัวหน้าพรรคไทยรักษาชาติ ในฐานะเป็นผู้ต้องหาในความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ มาตรา 14 (2) จากกรณีเรื่องค่าฝุ่นมลพิษพีเอ็ม 2.5 ที่ออกมาระบุว่า สามารถตรวจสอบได้ที่เว็บไซต์แห่งหนึ่งผ่านเพจพรรคไทยรักษาชาติ เพื่อหาว่าบริเวณพื้นที่ตามจุดต่างๆ ในกรุงเทพมานครมีค่า PM 2.50 แต่เมื่อตรวจสอบกลับไม่เป็นจริงตามที่ได้ระบุไว้

โดยทางศูนย์ปราบปรามอาชาญากรรมทางเทคโนโลยี และ บก.ปอท. ได้ตรวจสอบจึงพบว่าเว็บไซต์ดังกล่าวนั้นมีนายฤภพ เป็นผู้ดำเนินการ จึงมอบหมายให้พนักงานสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานก่อนทำการออกหมายเรียกเพื่อทำการแจ้งข้อกล่าวหา

โดยขั้นตอนหลังจากนี้ เมื่อทำการสอบปากคำรวบรวมพยานหลักฐาน ก่อนส่งให้พนักงานอัยการเป็นผู้สั่งฟ้อง ซึ่งจะต้องพิจารณาว่าการกระทำดังกล่าวเข้าข่ายความผิดตามพระราชบัญญัติการเลือกตั้งหรือไม่ หากพบว่าเข้าข่ายการกระทำผิดจะต้องรายงานให้คณะกรรมการการเลือกตั้งทราบ จากนั้น กกต. จะเป็นผู้พิจารณาตามขั้นตอนต่อไป หากพบว่าไม่เป็นความผิดหรือไม่เข้าข่ายการกระทำความผิดในช่วงเลือกตั้ง ก็ต้องให้ความเป็นธรรม ซึ่งกรณีนี้ไม่เกี่ยวกับพรรคการเมือง ใครทำผิดตามกฎหมายก็ต้องถูกดำเนินคดีทุกราย

สำหรับ มาตรา 14(2) ของ พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพวเตอร์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2560 มีใจความโดยสรุปว่า ผู้ใดนําเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายต่อการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของประเทศ ความปลอดภัยสาธารณะ ความมั่นคงในทางเศรษฐกิจของประเทศ หรือโครงสร้างพื้นฐานอันเป็นประโยชน์สาธารณะของประเทศ หรือก่อให้เกิดความตื่นตระหนกแก่ประชาชน ต้องระวางโทษจําคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจําทั้งปรับ

สำหรับนายฤภพ มีศักดิ์เห็นหลานของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ที่หลบหนีคดีไปอยู่ต่างประเทศ โดยนายฤภพเป็นบุตรชายคนโตของนายพายัพ ชินวัตร น้องชายคนเดียวของนายทักษิณ