กีต้าร์เรคคอร์ด ประกาศยกเลิกลิขสิทธิ์เพลงดัง บักแตงโม

เจ้าของกีต้าร์เรคคอร์ด ประกาศยกเลิกลิขสิทธิ์เพลงดัง บักแตงโม ให้รถแห่วงดนตรีสามารถนำไปร้องได้ไม่เสียเงิน

วันนี้ (20 ก.พ. 2562)  อ.เธอ คอนสาร ซึ่งเป็นเจ้าของค่ายเพลง กีต้าร์เรคคอร์ด ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ประกาศยกเลิกลิขสิทธิ์เพลงดัง บักแตงโม และเพลงอื่นๆ ที่ทางค่ายได้ทำขึ้นม  เพื่อให้กลุ่มรถแห่ และนักดนตรี สามารถนำเพลงนี้ไปร้องหากินได้ โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น อีกทั้งจะได้ไม่ต้องห่วงหน้าพะวงหลังว่าจะถูกเรียกเก็บเงิน

โดยข้อความดังกล่าวระบุว่า  ประกาศอีกรอบไปยัง วงดนตรี รถแห่ ต่างๆ ทุกเพลงของค่ายกีต้าร์เรคคอร์ด (ไม่มีการจัดเก็บค่าลิขสิทธิ์) นะครับ สามารถนำไปเล่นสด หรือแสดงได้เลยครับ (ถ้ามีการเก็บลิขสิทธิ์ตามวงดนตรี) กรุณาแจ้งตรงหาผมได้เลยนะครับ ขอบคุณครับ 098-6125171 , 095-2321222

ทั้งนี้เมื่อข้อความดังกล่าวได้เผยแพร่ออกไป ทำให้มีคนเข้าไปแสดงความเห็นและชื่นชมเจ้าของค่ายเพลงค่ายนี้เป็นอย่างมาก ที่รู้จักเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ไม่หวงเรื่องเพลงของค่าย แม้ว่าในช่วงนี้เรื่องลิขสิทธิ์เพลงจะถูกเข้มงวดอย่างมากก็ตาม

สำหรับ เพลงบักแตงโม เป็นเพลงที่มีเนื้อหาสนุกสนาน และกลายเป็นเพลงดังที่ถูกเปิดมากสุดอยู่ในขณะนี้ทั้งในวิทยุ และอินเทอร์เน็ต  โดย MV. ที่ถูกโพสต์ใน Youtube มีคนกดเข้าไปชมแล้วกว่า 161 ล้านวิว

จำคุกตลอดชีวิต ‘โมนา’ นายจ้างโหด ฆ่า ‘น้องน้ำ’ ก่อนเอาศพไปฝังที่เพชรบุรี

ศาลอาญา รัชดา นัดฟังคำพิพากษา คดีความผิดต่อชีวิต ที่พนักงานอัยการคดีอาญา 8 เป็นโจทห์ฟ้อง น.ส.กฤษณา  สุวรรณพิทักษ์ หรือ โมนา อดีตผู้เข้าประกวดสาวงาม , น.ส.ปรารถนา ท้วมทรัพย์ และ นายปราโมทย์ สุวรรณพิทักษ์ ร่วมกันเป็นจำเลยที่ 1-3 ฐานร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนถึงแก่ความตาย ซ้อนเร้นทำลายศพ ฯ

จากกรณีช่วงเดือน ก.พ . 2555 น.ส.กฤษณา จำเลยที่ 1 ได้พา น.ส.จริยา ศรีศักดิ์ หรือ น้องน้ำ อายุ 16 ปี (ขณะเกิดเหตุ) มาทำงานรับใช้ ที่หมู่บ้านแห่งหนึ่ง ย่านรัชวิภา ก่อนที่จะทำร้ายน้องน้ำจนเสียชีวิตและนำศพไปฝังไว้ที่ จ.เพชรบุรี

ทั้งนี้ ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า คดีนี้โจกท์ มีพยานปากสำคัญคือ บุตรสาว แท้ๆ ของจำเลยที่ 1 ที่รู้เห็นเหตุการณ์ ที่จำเลยที่ 1 ทำร้าย ผู้ตาย ก่อนจะนำศพไปฝังที่ จ.เพชรบุรี ศาลเห็นว่า พยานเป็นบุตรสาวของจำเลยแม้จะมีความขัดแย้งกันบ้าง แต่หากเหตุการณ์ดังกล่าวไม่เป็นความจริง บุตรสาวของจำเลย คงไม่กล้ากล่าวหามารดาตนเองในเรื่องที่ร้ายแรง

และเห็นว่า พยานหลักฐานที่โจทก์ นำสืบ ลงรอยกันสนิท จำเลยกระทำผิดตามฟ้อง สั่งลงโทษจำเลยที่ 1 ตลอดชีวิต และให้ชดใช้ค่าสินไหม ให้มารดาของผู้ตายเป็นเงิน กว่า 1.06 ล้านบาท จำเลยที่ 2 ศาลสั่งจำคุก 1 ปี 4 เดือน และ จำเลยที่ 3 สั่งจำคุก 1 ปี โดยไม่รอลงอาญา

ที่มา policenews

ระทึก!! เปิดคลิปวงจรปิดมือมืด ปาระเบิดใส่บ้านไต๋ก๋งเรือ

เปิดคลิปกล้องวงจรปิด 2 คนร้ายขี่รถจักรยานยนต์ ปาระเบิดใส่บ้านของไต๋ก๋งเรือ อ.กันตัง คาดเกิดจากความขัดแย้งของคนในครอบครัว

วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2562 เวลา 10.30 น. ร.ต.อ.บุญเลิศ หวานแก้ว ร้อยเวร สภ.กันตัง รับแจ้งเหตุมีคนปาระเบิดใส่บ้านเลขที่111/4-5 บ้านเกาะจาก ม.8 ต.บ่อน้ำร้อน อ.กันตัง จ.ตรัง เมื่อช่วงเวลา 05.45 น.ของเช้าวันนี้ที่ผ่านมา หลังแจ้งได้รายงานผู้บังคับบัญชา พ.ต.อ.ภูมิ บาลทิพย์ ผกก.สภ.กันตัง พร้อมเข้าตรวจสอบในที่เกิดเหตุที่บ้านเลขที่ดังกล่าว

โดยนายสุชาติ เย็นช้อน อายุ 55 ปี หรือไต๋ก๋งเรือประมงกันตัง เป็นเจ้าของบ้าน ซึ่งพบว่าสภาพหน้าบ้านกระจกแตกกระจาย หลอดไฟแตกกระจาย รถยนต์ CRVแผ่นป้ายทะเบียน กท 9604 ตรัง ได้รับความเสียหายด้านหน้ารถหม้อน้ำแตกเสียหาย ล้อยางรถยนต์ด้านหน้าระเบิดทั้ง 4 ล้อ รถจักรยานยนต์แผ่นป้ายทะเบียน ขวจ 64 ตรัง ได้รับความเสียหายเช่นกัน และที่บานประตูเหล็กโดนสะเก็ดระเบิดเป็นรูหลายรูทั่วบาน ส่วนภายในบ้านหน้าต่างกระจกมีรอยแตกร้าวหลายจุด พร้อมกับห้องพระมีรอยเศษกระจกทั่วบริเวณห้อง แต่โชคดีไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตแต่อย่างใด ทางเจ้าหน้าที่ได้นำเชือกมากั้นรอบบริเวณบ้านห้ามคนที่ไม่เกี่ยวข้องเข้าในพื้นที่เกิดเหตุ

จากการสอบถามนางรัตวรา เย็นช้อน อายุ 52 ปี ซึ่งเป็นภรรยาไต๋ก๋งเรือ เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุมีคนอยู่ในบ้านทั้งหมด 5 คน มีหลานสาว 1 คนอายุ 7 ปี ในช่วงประมาณจะ6 โมงเช้า ซึ่งตามปกติตนเองจะตื่นตั้งแต่ตี 4-5 เป็นประจำ และจะออกมานั่งอยู่หน้าบ้าน ก่อนที่จะเดินออกกำลังกาย แต่วันนี้รู้สึกเพลียจึงทำให้อยากนอนต่อ หลังจากนั้นก็ได้ยินเสียงดังตูมซึ่งดังมาก ก็เข้าใจว่าเป็นเสียงปืน ทุกคนในบ้านต่างตื่นและตกใจกันหมด ตนเองจะวิ่งออกไปดูแต่สามีห้ามไม่ให้ออกไป หลังจากนั้นก็รู้สึกว่ามีควันทะลักเข้ามา จึงได้รีบโทรแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจทันที ซึ่งตนเองตกใจมากและยังตกใจไม่หาย

ทั้งนี้จากภาพกล้องวงจรปิดทราบว่า คนร้ายมาด้วยกัน 2 คน ขับจยย.ไม่ทราบแผ่นป้ายทะเบียน ส่วนคนขับติดตะเกียงที่ใช้สำหรับกรีดยางไว้ที่ศีรษะ ส่วนคนซ้อนท้ายสวมหมวกไอ้โม่ง โดยคนร้ายได้ขี่จยย.ย้อนศรมา และได้ทำการกลับรถมาจอดที่หน้าบ้านหลังดังกล่าว แล้วคนขับได้ลงมาจากรถจยย.แล้วขว้างระเบิดลูกเกลี้ยงไม่ทราบชนิดใส่บ้านทันที หลังจากนั้นวิ่งกลับขึ้นไปที่รถจยย.ทันทีโดยเปลี่ยนจากขับมาเป็นซ้อนท้ายแทน

นอกจากนี้ยังทราบว่าเมื่อวันที่ 18 ก.พ. ที่ผ่านมาเพื่อนบ้านหลังติดกัน ได้โดนคนร้ายไม่ทราบจำนวนกระหน่ำยิงบ้านด้วยอาวุธปืนสงครามไม่ทราบชนิด จำนวน 8 นัด โชคดีที่ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บเช่นกัน

อย่างไรก็ตามทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งทำการสืบสวนสอบสวนไล่หากล้องวงจรปิดตามเส้นทางที่คิดว่าคนร้ายจะหลบหนี พร้อมเรียกสอบปากคำเจ้าของบ้าน และผู้ที่เกี่ยวข้องเพื่อทำการสืบสวนหาตัวคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ส่วนสาเหตุเบื้องต้นคาดว่าน่าจะเกิดจากการขัดแย้งส่วนตัวของคนในครอบครัว