ผอ.สั่งสอบแล้ว บุรุษพยาบาลล้อเลียน ผู้ป่วยชักเกร็ง

คืบหน้าสาววัย 15 ปี เกิดอาการชักเกร็ง แต่กลับถูกบุรุษพยาบาลล้อเลียน ล่าสุดผู้อำนวยการสั่งสอบสวนแล้ว

จากกรณีที่นางจิตสุภา ท้องพิมาย อายุ 33 ปี อยู่บ้านเลขที่ 44/6 ม.15 ตำบลหนองเวียง อำเภอพิมาย จังหวัดนครราชสีมา ได้ร้องเรียนว่าเมื่อเวลา 16.00 น. ของวันที่ 19 มีนาคม ที่ผ่านมา

ตนได้พาลูกสาวของตนคือ นางสาววีรยา ท้องพิมาย อายุ 15 ปี ซึ่งเป็นอาสาสมัครฝึกงานกู้ภัย เพี้ยงเยี้ยงไท้ ศรีราชา เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลแหลมฉบัง ต.ทุ่งสุขลา อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี เนื่องจากมีอาการชักเกร็ง มือเท้าจีบ แต่เมื่อเดินทางถึงโรงพยาบาล กลับต้องพบเจอบุรุษพยาบาล พูดจาล้อเลียน อีกทั้งยังพร้อมให้นอนรอการรักษาตั้งแต่ช่วงเย็น จนถึงเวลา 00.00 น. ของวันที่ 20 มีนาคม ที่ผ่านมา ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ล่าสุดเมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 21 มีนาคม 2562 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าได้ลงพื้นที่ไปติดตามความคืบหน้าในกรณีดังกล่าว ที่โรงพยาบาลแหลมฉบัง ต.ทุ่งสุชลา อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี พบนายแพทย์ราเมศร์ อำไพพิศ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลแหลมฉบัง กล่าวว่า

ในกรณีนี้ตนเองก็เพิ่งทราบข่าวจากสื่อยังไม่ได้ทำการสอบสวนบุรุษพยาบาลเลย แต่ต้องมีการสอบสวนอย่างแน่นอนซึ่งถ้าผลออกมาแล้วเจ้าหน้าที่เวรเปลกระทำความผิดจริงทางโรงพยาบาลจะมีบทลงโทษโดยโทษจะเริ่มตั้งแต่ว่ากล่าวตักเตือน  ทั้งตัวของผู้กระทำผิดเองและบริษัทต้นสังกัดด้วยเพราะทางเจ้าหน้าที่เวรเปลผู้นี้เป็นพนักงานของบริษัทที่ทางโรงพยาบาลจัดจ้างมาอีกที

สำหรับการพูดจาลักษณะนี้เข้าข่ายการพูดประมาทเลิ่นเล่อ ส่อให้ผิดกฎหมายดูหมิ่น ซึ่งกฎหมายดูหมิ่นซึ่งหน้า เป็นความผิดลหุโทษ มีโทษคือจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 1,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ โดยการมีลักษณะคือบุคคลอื่นซึ่งทำการด่าทอ หรือเหยียดหยามผู้นั้นซึ่งหน้า หรือด้วยการโฆษณา จนทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหายเจ็บช้ำน้ำใจจากคำพูด

กกต.สตูลพบการข่าวมีการแจกเงินในช่วงปราศรัย

กกต.สตูลพบการข่าวมีการแจกเงินในช่วงปราศรัย สั่งชุดสืบสวนและชุดเคลื่อนที่เร็วเร่งหาข่าว

วันที่ 21 มีนาคม 2562 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ห้องประชุมที่ว่าการอำเภอเมืองสตูล อำเภอเมือง จังหวัดสตูล ซึ่งมีการประชุมกับทางคณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง โดยประชุมการทำความเข้าใจของการทำระบบลงคะแนนสรุปผลการเลือกตั้งแบบโปรแกรมแอพพลิเคชั่น

นางพะเยีย เจริญเนตรกุล. ผอ.กกต. จ.สตุล กล่าวว่า จังหวัดสตูลมีหน่วยเลือกตั้งทั้งหมด 364 หน่วยเลือกตั้งทั้งจังหวัดโดยวันนี้เป็นการอบรมโปรแกรมดับพลิกรีพอล์ เป็นโปรแกรมการลันผลการเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการและเป็นทางการ เพื่อให้พร้อมกับการรายงานผลกับค่ะแนน เป็นการรายงานผลทางแอพพิเคชั้น และเรามีโปรแกรมการรายงานผลทีทาง กกต.กำหนด

ส่วนเมื่อเลือกตั้งเสร็จสิ้น จะทราบผลรอบนี้น่าจะดึกหน่อย เพราะเราปิดหีบ 5 โมงเย็นการรวมรวบผลคะแนนคงดึก (แบบไม่เป็นทางการ ) แต่อย่างไรก็ตามน่าจะไม่เกิน 3 ทุ่ม ส่วนการขนหีบบัตรเลือกตั้งลงเกาะต่างๆนั้นเราจะใช้เรือเร็วขน โดยวันที่ 23 นี้จะทำการแจกจ่ายหีบบัตรให้เสร็จสิ้นจะมีการมารับอุปกรณ์ทั้งหมด เราจะใช้เรือเร็วขนกลับที่เกาะอาดัง มาสตูลแต่ก็มีสำรองในส่วนอื่นไว้แล้ว

สำหรับกำลังเจ้าหน้าที่ดูแลความปลอดภัยเราพร้อมการดูแลอำนวยความสะดวกไว้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ส่วนเรื่องการร้องเรียนยังไม่มีอะไรเพิ่มเติม มีแค่ในเรื่องร้องเรียนการติดป้ายนอกพื้นที่กำหนด ส่วนกรณีการร้องเรียนมีการแจกเงินในช่วงการปราศรัยก็มีเข้ามาบ้าง ซึ่งตอนนี้ทางการสืบสวนและชุดเคลื่อนที่เร็วกำลังทำงานหาข่าวเช่นกันและทำงานกันอย่างเต็มที่ และป้ายหาเสียงจะเร่งให้เก็บก่อนวันเลือกตั้ง

ไม่รับคำฟ้องไว้พิจารณา คดีการสรรหาสมาชิกวุฒิสภา จำนวน 2 คดี

ศาลปกครองกลาง มีคำสั่งไม่รับคำฟ้องไว้พิจารณาในคดีที่เกี่ยวกับการสรรหาสมาชิกวุฒิสภา จำนวน 2 คดี

เมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2562 ศาลปกครองกลางมีคำสั่งไม่รับคำฟ้องไว้พิจารณาและให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความ ในคดีที่เกี่ยวกับการสรรหาสมาชิกวุฒิสภา จำนวน 2 คดี ดังนี้

คดีหมายเลขดำที่ 445/2562 หมายเลขแดงที่ 299/2562 ระหว่าง คณะราษฎรไทยแห่งชาติ โดยนายพลภาขุน เศรษฐญาบดี กับพวกรวม 34 คน ผู้ฟ้องคดี กับ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 และนายกรัฐมนตรี ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2

คดีนี้ผู้ฟ้องคดีทั้งสามสิบสี่ฟ้องว่า การที่ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 โดยผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 ในฐานะหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ มีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสรรหาสมาชิกวุฒิสภา ซึ่งมีพลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ เป็นประธาน ขัดต่อบทบัญญัติมาตรา 269 (1) ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และมาตรา 90 (1) แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2561 รวมทั้งเป็นการกระทำที่ขัดต่อมาตรา 3 มาตรา 5 มาตรา 25 มาตรา 26 มาตรา 43 มาตรา 51 มาตรา 52 มาตรา 53 มาตรา 58 มาตรา 63 และมาตรา 78 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และไม่เป็นไปตามเจตนารมณ์/นโยบายของผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 ที่ประกาศต่อสาธารณชนไว้ ขอให้ศาลพิพากษาหรือมีคำสั่งเพิกถอนคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสรรหาสมาชิกวุฒิสภา และให้ผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสองแต่งตั้งบุคคลที่มีความเป็นกลางทางการเมืองเป็นคณะกรรมการสรรหาสมาชิกวุฒิสภา รวมทั้งให้ส่งเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อวินิจฉัยว่าพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2561 ต้องด้วยมาตรา 5 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย

ศาลปกครองกลางพิเคราะห์แล้วเห็นว่า คดีนี้เป็นกรณีการฟ้องคดีเกี่ยวกับกระบวนการสรรหาสมาชิกวุฒิสภา อันเป็นการปฏิบัติหน้าที่ของผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสองตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มิใช่เป็นเรื่องการใช้อำนาจทางปกครอง หรือดำเนินกิจการทางปกครอง ศาลปกครองจึงไม่อาจรับคำฟ้องไว้พิจารณาพิพากษาได้ตามมาตรา 197 วรรคหนึ่ง ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ประกอบกับมาตรา 9 วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 ละเมื่อคดีนี้ศาลปกครองไม่อาจรับคำฟ้องของผู้ฟ้องคดีทั้งสามสิบสี่ไว้พิจารณาได้ จึงไม่มีกรณีที่ต้องนำบทบัญญัติแห่งกฎหมายที่ผู้ฟ้องคดีทั้งสามสิบสี่อ้างว่าขัดต่อรัฐธรรมนูญมาใช้บังคับแก่คดีนี้แต่ประการใด ศาลจึงไม่จำต้องดำเนินการส่งเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญตามคำขอของผู้ฟ้องคดีทั้งสามสิบสี่

และคดีหมายเลขดำที่ 493/2562 หมายเลขแดงที่ 300/2562 ระหว่าง นายเอกราช อุดมอำนวย ผู้ฟ้องคดี กับ พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ ในฐานะประธานกรรมการสรรหาสมาชิกวุฒิสภา ผู้ถูกฟ้องคดี

คดีนี้ผู้ฟ้องคดีฟ้องว่า ผู้ถูกฟ้องคดีซึ่งมีหน้าที่ดำเนินการสรรหาบุคคลเข้าสู่ตำแหน่งสมาชิกวุฒิสภา ตามมาตรา 269 (1) ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 ได้ดำเนินการสรรหาบุคคลเข้าสู่ตำแหน่งสมาชิกวุฒิสภา โดยไม่เปิดเผยขั้นตอนและวิธีการสรรหาบุคคลเข้าสู่ตำแหน่งให้ประชาชนทราบทำให้ประชาชนทราบข้อมูลไม่ครบถ้วน อันเป็นการกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย จึงนำคดีมาฟ้องต่อศาลปกครองขอให้ผู้ถูกฟ้องคดีเปิดเผยขั้นตอนและวิธีการสรรหาบุคคลเข้าสู่ตำแหน่งสมาชิกวุฒิสภาตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญดังกล่าว รายชื่อคณะกรรมการสรรหาสมาชิกวุฒิสภา รายชื่อบุคคลที่คณะกรรมการเลือกตั้งจัดให้การเลือกตั้ง และรายชื่อบุคคลที่ได้รับการสรรหาจากคณะกรรมการสรรหาสมาชิกวุฒิสภา

ศาลปกครองกลางพิจารณาแล้วเห็นว่า การดำเนินการสรรหาบุคคลซึ่งสมควรเป็นสมาชิกวุฒิสภาของคณะกรรมการสรรหาสมาชิกวุฒิสภา เป็นกระบวนการขั้นตอนที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 มิใช่การกระทำทางปกครองหรือการใช้อำนาจทางปกครองการกระทำของผู้ถูกฟ้องคดีที่ผู้ฟ้องคดีอ้างในคดีนี้จึงไม่อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลปกครองตามมาตรา 197 วรรคหนึ่ง ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 ประกอบมาตรา 9 วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542

ดังนั้น ศาลปกครองกลางจึงมีคำสั่งไม่รับคำฟ้องคดีทั้งสองสำนวนนี้ไว้พิจารณาและให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความ