แผ่นดินไหว ขนาด 1.9 ที่ อ.วังเหนือ จ.ลำปาง แต่ไร้เสียหาย

เกิดแผ่นดินไหว ขนาด 1.9 ที่ อ.วังเหนือ จ.ลำปาง แต่ไม่มีรายงานความเสียหาย

รายงานข่าวแจ้งว่า วันนี้ (21 มี.ค. 2562) กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา เผยว่า เมื่อเวลาประมาณ 03.46 น. ที่ผ่านมา ได้เกิดเหตุแผ่นดินไหวขนาด  1.9  ลึกจากพื้นผิวประมาณ 2 กม. ศูนย์กลางอยู่ที่บริเวณ อ.วังเหนือ จ.ลำปาง

เบื้องต้นจากเหตุดังกล่าวไม่มีรายงานความเสียหายหรือผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าวแต่อย่างใด หากมีความคืบหน้าอื่นๆ ทางทีมข่าวจะรายงานให้ทราบต่อไป

สำหรับเหตุแผ่นดินไหวในไทย ส่วนใหญ่มาจากรอยเลื่อนในประเทศที่ยังเคลื่อนตัวอยู่ โดยที่บริเวณของรอยเลื่อนเหล่านี้จะอยู่บริเวณภาคเหนือและภาคตะวันตกของประเทศ ซึ่งจะมีแรงสั่นสะเทือนความแตกต่างกันออกไป รวมแล้วมีจำนวน 14 รอยเลื่อนได้แก่

1. กลุ่มรอยเลื่อนแม่จัน พาดผ่าน อ.ฝาง อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ อ.แม่จัน อ.เชียงแสน และ อ.เชียงของ จ.เชียงราย ในแนวทิศตะวันออกเฉียงเหนือ-ตะวันตกเฉียงใต้ มีความยาวประมาณ 101 กิโลเมตร

2. กลุ่มรอยเลื่อนแม่อิง พาดผ่าน อ.เทิง อ.ขุนตาล และ อ.เชียงของ จ.เชียงราย ในแนวทิศตะวันออกเฉียงเหนือ-ตะวันตกเฉียงใต้ มีความยาวประมาณ 57 กิโลเมตร

3. กลุ่มรอยเลื่อนแม่ฮ่องสอน พาดผ่าน อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน ในแนวทิศเหนือ-ใต้ มีความยาวประมาณ 29 กิโลเมตร

4. กลุ่มรอยเลื่อนเมย วางตัวในแนวตะวันตกเฉียงเหนือ พาดผ่านตั้งต้นจากลำน้ำเมย ชายแดนพม่า ต่อไปยังห้วยแม่ท้อ ลำน้ำปิง จ.ตาก ไปถึง จ.กำแพงเพชร, นครสวรรค์ และสิ้นสุดที่ จ.อุทัยธานี ในแนวทิศตะวันตกเฉียงเหนือ มีความยาวประมาณ 250 กิโลเมตร

5. กลุ่มรอยเลื่อนแม่ทา พาดผ่านอ.แม่ทา จ.ลำพูน และอ.แม่ออน จ.เชียงใหม่ ในแนวโค้งไปทางทิศตะวันออก มีความยาวประมาณ 61 กิโลเมตร

6. กลุ่มรอยเลื่อนเถิน พาดผ่าน อ.แม่พริก อ.เถิน จ.ลำปาง และอ.วังชิ้น จ.แพร่ ในแนวโค้งในไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ มีความยาวประมาณ 103 กิโลเมตร

รู้จักรอยเลื่อนพะเยา และ 14 รอยเลื่อนมีพลังในไทย

7. กลุ่มรอยเลื่อนพะเยา พาดผ่าน อ.งาว จ.ลำปาง และ อ.เมือง จ.พะเยา ในแนวทิศตะวันตกเฉียงเหนือ-ตะวันออกเฉียงใต้ ทางด้านทิศเหนือของรอยเลื่อนท่าสี มีความยาวประมาณ 23 กิโลเมตร

8. กลุ่มรอยเลื่อนปัว พาดผ่านพื้นที่อำเภอสันติสุข อ. ท่าวังผา อ.ปัว อ.เชียงกลาง และ อ.ทุ่งช้าง ของ จ.น่านในแนวเหนือ-ใต้ ด้วยความยาวประมาณ? 130 กิโลเมตร

9. กลุ่มรอยเลื่อนอุตรดิตถ์ พาดผ่าน อ.เมือง อ.ท่าปลา จ.อุตรดิตถ์ อ.นาหมื่น อ.นาน้อย อ.เวียงสา และอ.แม่จริม จ.น่าน ในแนวทิศตะวันออกเฉียงเหนือ-ตะวันตกเฉียงใต้ มีความยาวประมาณ 150 กิโลเมตร

10. กลุ่มรอยเลื่อนเจดีย์สามองค์ พาดผ่านอ.ทองผาภูมิ และอ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี ในแนวทิศตะวันตกเฉียงเหนือ-ตะวันออกเฉียงใต้ มีความยาวประมาณ 60 กิโลเมตร

11. กลุ่มรอยเลื่อนศรีสวัสดิ์ พาดผ่าน อ.บ้านไร่ จ.อุทัยธานี อ.ศรีสวัสดิ์ และ อ.หนองปรือ จ.กาญจนบุรี ในแนวโค้งเล็กน้อยไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ มีความยาวประมาณ 62 กิโลเมตร

12. กลุ่มรอยเลื่อนเพชรบูรณ์ พาดผ่าน อ.หนองไผ่ อ.เมือง อ.หล่มสัก และ อ.หล่มเก่า จ.เพชรบูรณ์ ประกอบด้วยรอยเลื่อนบริวารในแนวทิศตะวันออกเฉียงเหนือ-ตะวันตกเฉียงใต้ กับแนวทิศตะวันตกเฉียงเหนือ-ตะวันออกเฉียงใต้สลับกัน มีความยาวประมาณ 110 กิโลเมตร

13. กลุ่มรอยเลื่อนระนอง พาดผ่านพื้นที่ตั้งแต่ จ.ระนอง ชุมพร ประจวบ คีรีขันธ์ และพังงา? มีความยาวประมาณ 270 กิโลเมตร

14. กลุ่มรอยเลื่อนคลองมะรุ่ย พาดผ่าน อ.บ้านตาขุน อ.พนม จ.สุราษฎร์ธานี อ.ทับปุด อ.เมือง จ.พังงา พาดผ่านไปตามทะเลอันดามัน ระหว่าง อ.เมือง จ.ภูเก็ต กับ อ.เกาะยาว จ.พังงา ในแนวทิศตะวันออกเฉียงเหนือ-ตะวันตกเฉียงใต้ มีความยาวประมาณ 148 กิโลเมตร

และเหตุการณ์ครั้งนี้คาดว่าจะเกิดจากการขยับตัวของ “รอยเลื่อนพะเยา” ที่พาดผ่านตั้งแต่ อำเภอพาน จังหวัดเชียงราย ลงมาถึงอำเภอวังเหนือ จังหวัดลำปางนั่นเอง

ปภ.เผยกว่า 14 จังหวัด กระทบจากวาตภัย เร่งช่วยเหลือผู้ประสบภัย

ปภ.รายงานมีจังหวัดได้รับผลกระทบจากวาตภัยรวม 14 จังหวัด พร้อมประสานให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างเร่งด่วน

กระทรวงมหาดไทย โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) รายงานตั้งแต่วันที่ 18 – 21 มีนาคม 2562 มีพื้นที่ได้รับผลกระทบจากวาตภัย 14 จังหวัด รวม 29 อำเภอ 68 ตำบล 203 หมู่บ้าน บ้านเรือนประชาชนได้รับผลกระทบ 1,327 หลัง ผู้เสียชีวิต 2 ราย ซึ่ง ปภ.ได้ร่วมกับหน่วยทหาร จังหวัด และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งสำรวจความเสียหายและให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยโดยด่วนแล้ว นอกจากนี้ ได้ประสานจังหวัดในพื้นที่ภาคเหนือ ภาคกลาง รวมถึงกรุงเทพมหานครและปริมณฑล เตรียมพร้อมรับมือพายุฤดูร้อน โดยจัดเจ้าหน้าที่ติดตามสภาพอากาศและเฝ้าระวังสถานการณ์ภัย พร้อมจัดชุดเคลื่อนที่เร็วและเครื่องมืออุปกรณ์ให้พร้อมเผชิญเหตุตลอด 24 ชั่วโมง

นายชยพล ธิติศักดิ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยว่า ตั้งแต่วันที่ 18 – 21 มีนาคม 2562 มีพื้นที่ได้รับผลกระทบจากวาตภัย 14 จังหวัด ได้แก่ เพชรบูรณ์ เลย ลำปาง แพร่ พะเยา ลำพูน น่าน อุตรดิตถ์ กำแพงเพชร ขอนแก่น พิจิตร อุทัยธานี สุพรรณบุรี และนครสวรรค์ รวม 29 อำเภอ 68 ตำบล 203 หมู่บ้าน บ้านเรือนประชาชนได้รับผลกระทบ 1,327 หลัง ผู้เสียชีวิต 2 ราย

อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบสภาพอากาศกับกรมอุตุนิยมวิทยา พบว่า ในช่วงวันที่ 23 – 26 มีนาคม 2562 ความกดอากาศสูงอีกระลอกหนึ่งจากประเทศจีนจะแผ่เข้ามาปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนและทะเลจีนใต้ ในขณะที่ประเทศไทยมีอากาศร้อน ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณประเทศไทยตอนบนเกิดพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และลูกเห็บตกบางพื้นที่ ปภ.จึงได้ประสานจังหวัดในพื้นที่เสี่ยงภัย รวมถึงศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขตในพื้นที่เสี่ยงภัย เตรียมพร้อมรับมือพายุฤดูร้อน

โดยจัดเจ้าหน้าที่และมิสเตอร์เตือนภัยติดตามเฝ้าระวังสถานการณ์ภัยตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมจัดชุดเคลื่อนที่เร็ว เครื่องมืออุปกรณ์ประจำพื้นที่เสี่ยงให้พร้อมปฏิบัติการเผชิญเหตุและช่วยเหลือผู้ประสบภัยทันทีที่เกิดภัย อีกทั้งแจ้งเตือนประชาชนเตรียมพร้อมรับมือและระมัดระวังอันตรายจากสถานการณ์ภัย โดยติดตามพยากรณ์อากาศและประกาศเตือนภัยอย่างใกล้ชิด พร้อมปฏิบัติตามคำเตือนอย่างเคร่งครัด ส่วนเกษตรกรให้จัดทำที่ค้ำยันต้นไม้หรือที่กำบัง เพื่อป้องกันพืชผลทางการเกษตรได้รับความเสียหาย ทั้งนี้ ประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากพายุฤดูร้อน สามารถติดต่อขอความช่วยเหลือได้ทางสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อประสานให้การช่วยเหลือโดยด่วนต่อไป

คุมได้แล้ว ไฟไหม้ห้องเก็บเอกสาร ใน ม.ราชภัฏสวนสุนันทา

ไฟไหม้ห้องเก็บเอกสาร อาคารอธิการ ม.ราชภัฏสวนสุนันทา จนท. ระดมฉีดน้ำสกัดร่วมชั่วโมง ถึงคุมเพลิงไว้ได้ เบื้องต้นยังไม่ทราบเหตุ คาดปลั๊กไฟต่อพวงเกิดไฟฟ้าลัดวงจรจึงทำให้เกิดไฟไหม้ขึ้น

รายงานข่าวแจ้งว่า เมื่อเวลาประมาณ เวลา 05.02 น. ที่ผ่านมา ได้เกิดเหตุเพลิงไหม้อาคารภายในมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา เจ้าหน้าที่ดับเพลิงจากสถานีดับเพลิงสามเสนจึงรุดเข้าไปที่เกิดเหตุเพื่อฉีดน้ำสกัดควบคุมไฟ

ก่อนจะใช้เวลาประมาณ 50 นาทีถึงจะควบคุมเพลิงไว้ได้ โชคดีที่เหตุการณ์ครั้งนี้ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ หรือเสียชีวิต ส่วนสาเหตุนั้นอยู่ระหว่างการสอบสวน ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังอยู่ระหว่างตรวจสอบอย่างละเอียด

ทั้งนี้หลังจากเหตุการณ์สงบเจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุพบเป็นอาคาร 5 ชั้น ที่ตั้งสำนักงานอธิการบดี มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา โดยต้นเพลิงเกิดที่ห้องบริหารงานบุคคล บริเวณชั้น 4

ทั้งนี้พบเพลิงได้ลุกไหม้เครื่องรับโทรทัศน์ ลุกลามโต๊ะ ตู้เก็บเอกสาร และฝ้าเพดาน ทำให้ได้รับความเสียหาย พื้นที่เพลิงไหม้เสียหายโดยประมาณ 40 ตารางเมตร ส่วนข้อสันนิษฐานเบื้องต้นสาเหตุเพลิงไหม้เกิดจากไฟฟ้าลัดวงจรที่ปลั๊กไฟต่อพ่วง

ภาพจาก js100.com