เริ่มแล้ว! ใช้บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จ่ายค่า BTS ได้ทุกสถานี

กรมบัญชีกลาง เผย ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ชำระค่าโดยสารรถไฟฟ้า BTS ได้ทุกสถานี ตั้งแต่วันที่ 15 มีนาคม 2562 เป็นต้นไป

นางสาวสุทธิรัตน์ รัตนโชติ อธิบดีกรมบัญชีกลาง พร้อมด้วยนายผยง ศรีวณิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย และนายสุรพงษ์ เลาหะอัญญา กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บมจ.ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ (BTS) ร่วมเปิดการใช้ช่องทางการรับชำระเงินค่าโดยสารรถไฟฟ้า BTS

สำหรับผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐที่ลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ครั้งแรกในปี 2560 ประเภทบัตรแมงมุม เวอร์ชั่น 2.0 , 2.5 จำนวน 1.3 ล้านราย และผู้ที่ลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐเพิ่มเติมในปี 2561 ประเภทบัตร Contactless (EMV 4.0) จำนวน 0.16 ล้านราย รวมทั้งสิ้น จำนวน 1.46 ล้านราย

ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของนโยบายรัฐบาลที่ช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายในการเดินทางของผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐที่ลงทะเบียนในเขตกรุงเทพมหานครฯ จังหวัดนนทบุรี จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จังหวัดปทุมธานี จังหวัดนครปฐม จังหวัดสมุทรปราการ และจังหวัดสมุทรสาคร โดยมีวงเงินในบัตรฯ เพื่อใช้บริการขนส่งสาธารณะ เดือนละ 500 บาท

ทั้งนี้ ผู้ถือบัตรฯ สามารถนำบัตรฯ ไปซื้อบัตรโดยสารรถไฟฟ้า BTS ผ่านเครื่อง EDC ของธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ณ ห้องจำหน่ายบัตรโดยสารฯ บนสถานีรถไฟฟ้า BTS ทุกสถานี จำนวน 43 สถานี เริ่มให้บริการแล้วตั้งแต่วันที่ 15 มีนาคม 2562

ซึ่งเป็นการเพิ่มช่องทางให้แก่ผู้ถือบัตรฯ อีกช่องทางหนึ่ง เพื่อความสะดวกในการเดินทางและแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายเพื่อการดำรงชีวิตในแต่ละวัน นอกเหนือจากการใช้บัตรฯ ชำระค่าโดยสารรถเมล์ (ขสมก.) และรถไฟฟ้า (รฟม.) ทั้งสายสีม่วงและสีน้ำเงิน ที่ได้ให้บริการมาก่อนแล้ว

อธิบดีกรมบัญชีกลาง กล่าวเพิ่มเติมว่า ในการใช้บัตรสวัสดิการแห่งรัฐเพื่อการเดินทาง นั้น ผู้ถือบัตรฯ ที่ได้รับบัตรแมงมุม และบัตร Contactless จะได้รับวงเงินค่าโดยสารรถเมล์ (ขสมก.) รถไฟฟ้า (รฟม.) รถไฟฟ้า (BTS) จำนวนเงิน 500 บาท/คน/เดือน จะมีการใช้จ่ายหรือไม่ จำนวนเท่าใดก็ตาม ทุกสิ้นเดือนจะตัดวงเงินที่เหลือ

และใส่วงเงินให้ใหม่ จำนวน 500 บาท ทุกเดือน หากผู้ใช้บัตรมีข้อสงสัยสามารถติดต่อ Call Center บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หมายเลขโทรศัพท์ 02-109-2345 หรือ Call Center กรมบัญชีกลาง หมายเลขโทรศัพท์ 02-270-6400 กด 3 ในวันและเวลาราชการ

สุดเสื่อม! คลิปสาวทำท่าคล้ายมีเซ็กส์ครางดังลั่น อ้างทำพิธีมนตรากามสูตร ให้ผัวรักผัวหลง

จวกยับ! คลิปหญิงสาวดิ้นพล่าน ท่าทางคล้ายมีเพศสัมพันธ์ ครางสยิวดังลั่น อ้างเป็นพิธีมนตราแห่งกามสูตร เสริมเสน่ห์ให้ผัวรักผัวหลง พร้อมเชิญบูชาตุ๊กตาเครื่องเพศนั่งเปลือยถ่างขา

วันนี้(19 มี.ค.) โลกออนไลน์ได้มีการแชร์คลิปพิธีกรรมเมตตามหานิยมสุดแปลก “มนตราแห่งกามสูตร” จากผู้ใช้งานเฟซบุ๊ก Tippawan Lakhasan  ซึ่งเผยให้เห็นภาพขณะที่หญิงสาวกำลังดิ้นพล่านด้วยท่าทางคล้ายมีเพศสัมพันธ์ ทั้งถ่างขา นั่งขย่ม ครางสยิวเสียงดังลั่น อ้างว่าเป็นพิธีเสริมเสน่ห์ให้กับหญิงสาว ให้สามีรักสามีหลง โดยข้อความบอกเล่า ระบุว่า

#เร่าร้อนที่สุด มนตรานางพญากาลูตรี ลงกันทุกวัน ! ผัวรักผัวหลง จากคนที่คอยวิ่งตามสามี ทุกวันนี้ไม่ต้อง จากคนที่นอนเป็นปลาตายทุกวันนี้ กระโดดออกจากบ่อ ต้องการคนอุปถัมภ์กาลูตรีจัดให้ ค้าขายกำไรงามกาลูตรีจัดให้ เสน่ห์พารารอบทิศ ! ค่าครูมนตรากามสูตร 109 ท่า ราคา 19,XXX

นอกจากนี้ ยังโพสต์เชิญชวนให้บูชาตุ๊กตาเครื่องเพศอิสตรี “นางพญากาลูตรี” ที่เป็นรูปปั้นหญิงเปลือยนั่งยอง ๆ ใช้มือจับขาถ่าง ซึ่งระบุว่า บูชาแล้วช่วยเรื่องค้าขาย มหาเสน่ห์ โชคลาภ มีคนรัก คนอุปถัมภ์ มีผู้ใหญ่ให้ความเมตตา

หลังจากที่คลิปได้ถูกเผยแพร่ออกไปในโลกออนไลน์ ชาวเน็ตต่างเข้ามาแสดงความคิดเห็นวิพากษ์วิจารณ์พิธีกรรมดังกล่าวเป็นจำนวนมาก ซึ่งหลายคนมองว่าเป็นพิธีที่ส่อไปในทางอนาจาร ไม่เหมาะสม อีกทั้งรูปปั้นที่แนะนำให้บูชา ก็มีท่าทางไม่เหมาะสมไม่ควรที่จะมีการกราบไหว้

สำหรับเรื่องนี้อาจจะไม่เข้าข่ายผิดกฎหมาย แต่หากมีคนไปแจ้งความร้องทุกข์ว่า เครื่องลางนั้น หลอกลวงประชาชนก็จะเข้าข่ายมีความผิดตามประมวลกฎหมายได้ โดยกฎหมายมาตรา 343 ถ้าการกระทำความผิดตาม มาตรา 341 ได้กระทำด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จต่อประชาชน หรือด้วยการปกปิดความจริง ซึ่งควรบอกให้แจ้งแก่ประชาชน ผู้กระทำต้องระวางโทษ จำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ที่มา Tippawan Lakhasan

นาทีระทึก! ไฟไหม้รถตีเส้นจราจรขณะกลับจากภารกิจ โชคดีไร้เจ็บ

ไฟไหม้รถบรรทุกตีเส้นจราจร บนถนนสายสนามบินหาดใหญ่ ก่อนเจ้าหน้าที่จะรดมน้ำช่วยกันดับ พบเสียหายเกือบทั้งคัน เบื้องต้นคาดมาจากแบตเตอร์ชำรุด

ผู้สื่อข่าว MThai รายงานว่า วันนี้ (19 มี.ค. 2562) ได้เกิดเหตุไฟไหม้รถบรรทุกตีเส้นจราจร หมายเลขทะเบียน 82-5665 สงขลา ขณะกำลังขับมาบนถนนสายสนามบินหาดใหญ่ หมู่3 ต.ควนลัง อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เจ้าหน้าที่จึงได้ช่วยกันระดมฉีดน้ำเพื่อควบคุมไฟไม่ให้บานปลาย ก่อนใช้เวลาประมาณ 40 นาทีถึงคุมเพลิงไว้ได้ โชคดีไร้ผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต

ทั้งนี้จากการสอบสวน นายบุญชู แก้วมณี คนขับรถ ได้ความว่า ขณะกำลังเดินทางกลับจากตีเส้นจราจรทางหลวงชนบทที่ปาดังเบซาร์ เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุได้ยินเสียงปะทุขึ้นหลังรถ 2 ครั้ง จากนั้นได้เกิดไฟลุกไหม้จึงรีบจอดรถริมถนนเพื่อหนีเอาตัวรอด

แต่ยังโชคดีที่จุดเกิดเหตุอยู่หน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต 12 สงขลา ทางเจ้าหน้าที่จึงได้นำรถดับเพลิงออกมาฉีดน้ำดับไฟได้ทัน และตัวรถได้รับความเสียหายไปครึ่งคันทั้งโครงสร้างท้ายรถที่หัวรถ  ส่วนสาเหตุน่าจะมาจากหม้อแบตเตอร์ที่ชำรุดและเกิดประกายไฟไปติดสารเคมีบนรถและสภาพอากาศที่ร้อนทำให้เกิดไฟลุกไหม้ขึ้น


ข้อปฏิบัติรถเกิดไฟไหม้ 

เมื่อรถไฟไหม้ ควรตั้งสติ และรีบนำรถจอดริมข้างทางในทันที หากเป็นรถติดตั้งระบบก๊าซ ให้ปิดสวิตซ์ เพื่อตัดการทำงานของระบบก๊าซ พร้อมดับเครื่องยนต์ หากไฟไหม้รถเพียงเล็กน้อย ให้ควบคุมเพลิงด้วยตัวเองในเบื้องต้นก่อน โดยใช้ถังดับเพลิงเคมีฉีดพ่นบริเวณต้นเพลิงให้ดับสนิท

หากมีเปลวไฟออกมาจากฝากระโปรงรถ ให้ปลดสลักฝากระโปรง และฉีดพ่นผ่านทางช่องฝากระโปรงที่แง้มไว้ ห้ามเปิดฝากระโปรงในทันที เพราะจะทำให้ไฟลุกลามมากขึ้น

หลังจากที่ไฟเริ่มสงบลงแล้ว จึงค่อย ๆ เปิดฝากระโปรง โดยใช้ผ้ารองหรือสวมถุงมือ เนื่องจาก ฝากระโปรงมีความร้อนสูง หากคุณเปิดฝากระโปรงได้แล้ว คุณควรฉีดพ่นให้ทั่วห้องเครื่อง จนมั่นใจว่าไฟดับสนิทแล้ว จากนั้นให้ถอดขั้วแบตเตอรี่ออกเพื่อป้องกันมิให้เปลวไฟปะทุอีกครั้ง จากนั้นให้รีบโทรศัพท์แจ้งเหตุด่วนเหตุร้าย 191 ศูนย์รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้ 199 หรือสายด่วนนิรภัย 1784