‘บิ๊กป้อม’ สั่งทบทวนปรับอัตราความเร็วรถบนทางหลวงระดับต่างๆ

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ สั่งทบทวน ปรับอัตราความเร็วรถบนทางหลวงระดับต่างๆ ให้สอดคล้องกับความเป็นจริง เพื่อลดอุบัติเหตุ และไม่สร้างความเดือดร้อนกับประชาชน

วันนี้ (13 มี.ค.62) พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษก กห. เปิดเผยว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนรม.และรมว.กห. ได้สั่งการให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ประสานกับ กระทรวงมหาดไทย และกระทรวงคมนาคม ร่วมกันศึกษาและพิจารณาการกำหนดอัตราความเร็วของยานพาหนะแต่ละชนิดที่เหมาะสมบนทางหลวงพิเศษ หรือทางหลวงชนบท ให้สอดคล้องความเป็นจริงของพัฒนาการยานพาหนะและสภาพถนนที่เปลี่ยนไป โดยยังคงให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของการจราจรในภาพรวม

ขณะเดียวกันให้ร่วมกันพิจารณาทบทวนและปรับปรุงข้อกำหนด หรือ กฎกระทรวง ที่ออกตามความในพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 และพระราชบัญญัติทางหลวง พ.ศ.2535 ที่มีและใช้ร่วมกันมากว่า 20 ปีแล้วให้มีความทันสมัย ไม่สร้างความเดือดร้อนกับประชาชน โดยอาจพิจารณานำเทคโนโลยีกล้องวงจรปิดและป้ายเครื่องหมายจราจรอิเลคโทรนิคส์ มาใช้กำหนดอัตราความเร็ว ตามสภาพความหนาแน่นของการจราจรในแต่ละห้วงเวลา เพื่อลดอุบัติเหตุและอำนวยความสะดวกในการเดินทางของประชาชน รวมทั้งสนับสนุนการทำงานที่โปร่งใสของเจ้าหน้าที่ตำรวจในภาพรวม

เพราะครูบ่น! เด็กป.5 ใช้ตะปูเจาะยางรถครู

ครูสาวโพสต์เฟซบุ๊กถูกเด็กนักเรียนชั้น ป. 5 พยายามจะเจาะยางรถยนต์ เด็กสารภาพอยากแกล้งให้รถครูยางรั่ว เพราะครูบ่น

ครูสาวท่านหนึ่งได้โพสต์เรื่องราวของตัวเองลงในเฟซบุ๊กส่วนตัว หลังเธอถูกเด็กนักเรียนชั้น ป. 5 แกล้ง โดยการพยายามจะเจาะยางรถยนต์ของเธอ เพียงเพราะว่าไม่พอใจที่ครูบ่น ซึ่งเด็กได้สารภาพว่า อยากแกล้งให้รถครูยางรั่ว เพราะครูบ่น ก่อนหน้านี้เคยทำแบบนี้มาแล้วแต่ไม่สำเร็จจึงทำซ้ำอีก จนสุดท้ายถูกจับได้

ข้อความที่ครูระบุมีดังนี้

ตั้งแต่เป็นครูมาสิบปี นี่เป็นเหตุการณ์ที่พีคสุดละ ขนาดสอนเด็กมัธยมมาเจอเด็กมาทุกรูปแบบ เด็กยังไม่เคยทำขนาดนี้เลย แต่นี่เด็กประถมนะ เด็กป.5 อ่ะ คิดอะไรอยู่ลูก ผอ. ถามว่าเจตนาเธอต้องการอะไรทำไมถึงทำกับรถครูแบบนี้ เด็กตอบว่าอยากแกล้งให้รถครูยางรั่ว เพราะครูบ่น พอ ผอ. ถามว่าครูบ่นเธอเรื่องอะไร เด็กกลับตอบไม่ได้ อยากรู้ว่ามีครูคนไหนในโลกนี้บ้างที่ไม่เคยดุถ้าคุณทำตามกติกา

เด็กสารภาพว่าเมื่อวานก็ทำ แต่ครูถอยหลังเลยไม่โดน วันนี้เลยทำอีก ทำ 3 ล้อเลย เอาจริงๆ นะ ทุกวันนี้แทบจะกราบ นักเรียนให้ส่งงานอยู่แล้ว นี่จะให้บ่นไม่ได้ ตักเตือนไม่ได้จริงๆ เหรอ
แอบผิดหวังอยู่นะ ที่ความหวังดีของครู จะทำให้เด็กคนนึงโกรธและแค้นครูได้ขนาดนี้ RIP. ลูกฉันเป็นคนดี

มอเตอร์เวย์สาย บางปะอิน – นครราชสีมา คืบหน้ากว่า 68%

มอเตอร์เวย์ สายบางปะอิน – นครราชสีมา คืบหน้ากว่า 68% เปิดให้บริการ ปี 64 คาด O&M ลงนามสัญญา ธ.ค. นี้

นายอานนท์ เหลืองบริบูรณ์ อธิบดีกรมทางหลวง เปิดเผยหลังจากนำสื่อมวลชนดูความคืบหน้าโครงการก่อสร้างทางหลวงพิเศษหมายเลข 6 สาย บางปะอิน – นครราชสีมา ว่าปัจจุบันงานโยธามีความก้าวหน้าในภาพรวมร้อยละ 68 ซึ่งได้กำชับผู้รับจ้างให้เร่งดำเนินการก่อสร้างในทุกสัญญาของโครงการและคาดว่าจะสามารถดำเนินการก่อสร้างแล้วเสร็จได้ตามกำหนดพร้อมเปิดให้บริการได้ในปี 2564 โดยโครงการดังกล่าวจะมีแนวเส้นทางส่วนใหญ่ขนานไปกับถนนพหลโยธินและถนนมิตรภาพ แบ่งเป็น 2 ตอน ได้แก่ บางปะอิน – ปากช่อง ระยะทาง 103 กิโลเมตร และ ปากช่อง – นครราชสีมา ระยะทาง 93 กิโลเมตร รวมระยะทางทั้งสิ้น 196 กิโลเมตร

อธิบดีกรมทางหลวง กล่าวต่อไปอีกว่า ในส่วนการให้เอกชนร่วมลงทุนในส่วนของการดำเนินงานและบำรุงรักษา (Operation and Maintenance:O&M) ในรูปแบบ PPP Gross Cost ของทางหลวงพิเศษหมายเลข 6 สายบางปะอิน-นครราชสีมา ทางเอกชนจะเป็นผู้ออกแบบและลงทุนก่อสร้างงานระบบและองค์ประกอบอื่นที่เกี่ยวข้อง งานบำรุงรักษาของโครงการทั้งในส่วนของภาครัฐและเอกชนลงทุนทั้งหมด รวมถึงเป็นผู้ดำเนินการบริหารจัดเก็บค่าธรรมเนียมผ่านทาง

โดยเอกชนจะได้รับค่าตอบแทน (Availability Payment: AP) เป็นเงินค่าก่อสร้างงานระบบและองค์ประกอบอื่นที่เกี่ยวข้อง ค่าบำรุงรักษา และค่าบริหารจัดเก็บค่าธรรมเนียม รวมทั้งงานอื่นที่เกี่ยวข้อง ตามขอบเขตและเงื่อนไขที่กำหนด ภายในกรอบวงเงินที่เป็นมูลค่าปัจจุบัน ไม่เกิน 33,258 ล้านบาท

ซึ่งขณะนี้กรมทางหลวงได้ประกาศเชิญชวนเอกชนที่สนใจเข้าร่วมประกวดข้อเสนอตั้งแต่วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2562 ถึงวันที่ 27 มีนาคม 2562 จากนั้นจะเข้าสู่ขั้นตอนการประเมินข้อเสนอและเจรจาต่อรองสัญญา ตรวจร่างสัญญาและเสนอขออนุมัติผลการคัดเลือก ตลอดจนลงนามในสัญญาร่วมเพื่อให้ได้เอกชนที่มีคุณสมบัติครบถ้วนตามข้อกำหนดของกรมทางหลวงภายในเดือนธันวาคม 2562

โดยจากข้อมูล ณ วันที่ 7 มี.ค. 62 ได้มีเอกชนซื้อเอกสารข้อเสนอร่วมลงทุนฯ (RFP) โครงการทางหลวงพิเศษหมายเลข 6 สาย บางปะอิน – นครราชสีมาแล้ว จำนวน 10 ราย ประกอบด้วย 1. บมจ. ทางยกระดับดอนเมือง 2. บมจ. ยูนิค เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น 3. บมจ. กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ 4. บมจ. บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ 5.บจก. อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ 6. บจก. ซีวิลเอนจิเนียริ่ง 7. บมจ.ซิโน – ไทย เอ็นจีเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น 8. บจก.สี่แสงการโยธา (1979) 9. บมจ. ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ และ 10. บมจ. ช.การช่าง

ทั้งนี้ เมื่อโครงการดังกล่าวแล้วเสร็จจะสามารถเชื่อมต่อการคมนาคมขนส่งระหว่างภาคต่างๆของประเทศ ได้อย่างสมบูรณ์มีความสำคัญต่อการพัฒนาพื้นที่ แก้ไขปัญหาจราจรระหว่างภาค ส่งเสริมทั้งในภาคธุรกิจการค้าและการท่องเที่ยว ด้วยแนวเส้นทางที่สามารถรองรับการเดินทางและการขนส่งสินค้าไปยังทั่วทุกภูมิภาค เป็นการเพิ่มประสิทธิภาพโครงข่ายโลจิสติกส์ของประเทศ เพื่อพัฒนาไปสู่การเป็นศูนย์กลางการคมนาคมขนส่งของภูมิภาคอาเซียนต่อไป

ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก กรมทางหลวง