เจาะลึก “โบอิ้ง 737 แม็กซ์ 8 ที่ประสบเหตุเครื่องบินตก 2 ครั้งในรอบ 5 เดือน

เจาะปมเครื่องบินโบอิ้ง 737 แม็กซ์ 8 เครื่องบินรุ่นใหม่สุดของบริษัทโบอิ้งที่ได้รับความนิยมอย่างมาก แต่กลับประสบอุบัติเหตุตกถึง 2 ครั้งในรอบระยะเวลาเพียง 5 เดือน

เมื่อกล่าวถึงเครื่องบินโบอิ้ง 737 แม็กซ์ 8 นั้น ลักษรณะโดยทั่วไปเป็นเครื่องบินประเภทแบบทางเดินเดียว มีความยาว 39.52 เมตร ระยะระหว่างปีก 2 ข้างกว้าง 35.9 เมตร โดยมีห้องโดยสารที่เงียบกว่า มีพื้นที่วางขาสำหรับผู้โดยสารที่กว้างขึ้น และสามารถรองรับผู้โดยสารได้ถึง 210 ที่นั่ง

โดยเครื่องบินรุ่นนี้ ถูกออกแบบมาให้ประหยัดเชื้อเพลิงได้มากขึ้น และใช้เครื่องยนต์แอลอีเอพี-1บี ของบริษัทซีเอฟเอ็ม อินเตอร์เนชั่นแนล ซึ่งมีพิสัยการบินถึง 6,570 กิโลเมตร รวมถึงถูกใช้ในเชิงพาณิชย์ตั้งแต่ปี 2560 และได้รับความนิยมอย่างมาก นอกจากนี้เครื่องบินโบอิ้ง 737 แม็กซ์ เป็นโมเดลล่าสุดในรุ่น 737 ที่ประสบความสำเร็จของโบอิ้ง โดยรวมถึงโมเดล แม็กซ์ 7, 8, 9 และ10 ด้วย

ทว่าบริษัทโบอิ้ง ได้จัดส่งเครื่องบินโมเดล 737 แม็กซ์ 8 ไปแล้วจำนวน 350 ลำ จนถึงสิ้นเดือนมกราคม จากการสั่งซื้อทั้งหมด 5,011 ลำ รวมถึงเริ่มมีการจัดส่ง แม็กซ์ 9 แล้วในจำนวนไม่มาก ขณะที่เครื่องบินโมเดล แม็กซ์ 7 และ 10 ยังไม่มีการจัดส่งแต่อย่างใด และจะมีการเปิดตัวโมเดลดังกล่าวในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า

ซากเครื่องบินจากสายการบินเอธิโอเปียน แอร์ไลน์ส ที่ประสบอุบัติเหตุตกลง เสียชีวิตทั้งหมด 157 ศพ

นายเกอร์รี่ โซฮัตแมน นักวิเคราะห์ด้านการบินจากกรุงจาการ์ตาของอินโดนีเซีย กล่าวกับสำนักข่าวบีบีซีว่า เครื่องยนต์ของ 737 แม็กซ์ อยู่ถัดไปข้างหน้าและสูงขึ้นเล็กน้อยจากระดับปีก เมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า ซึ่งส่งผลต่อสมดุลของเครื่องบิน

จากอุบัติเหตุของสายการบิน ‘ไลอ้อน แอร์’ ซึ่งใช้เครื่องบินจากโบอิ้งรุ่นนี้เช่นกัน โดยเกิดขึ้นเมื่อเดือนตุลาคมปีที่แล้ว เจ้าหน้าที่สืบสวนระบุว่า นักบินประสบปัญหากับระบบอัตโนมัติที่ออกแบบมาเพื่อป้องกันไม่ให้เครื่องบินสูญเสียการทรงตัว ซึ่งเป็นคุณสมบัติใหม่ของเครื่องบิน

แต่ยังไม่เป็นที่ชัดเจนว่า อุบัติเหตุของเอธิโอเปียน แอร์ไลน์ส เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา มีสาเหตุมาจากระบบป้องกันการสูญเสียการทรงตัวของเครื่องบิน ด้านผู้เชี่ยวชาญด้านการบินระบุว่า ปัญหาทางเทคนิคอื่นๆ หรือความผิดพลาดที่เกิดจากมนุษย์ไม่สามารถตัดออกได้

คุมตัว ‘ไอ้อั๋น’ ฆ่าปาดคอพยาบาลฝากขัง ก้มกราบขอโทษพ่อแม่

ตำรวจ สภ.ภาชี จ.พระนครศรีอยุธยา คุมตัว ‘ไอ้อั๋น’ อดีตเจ้าหน้าที่เวรเปล มือฆ่าปาดคอพยาบาล ฝากขังศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ก่อนก้มกราบขอโทษพ่อแม่

จากกรณีพบศพ น.ส.ศรีสุภางค์ สุวรรณศิลป์ อายุ 48 ปี พยาบาลวิชาชีพ ร.พ.ภาชี จ.พระนครศรีอยุธยา ถูกฆ่าปาดคอเสียชีวิตในรถเก๋งโตโยต้า อัลติส สีขาว หมายเลขทะเบียน ญฉ-5426 กรุงเทพมหานคร บริเวณกลางซอยหอพักแห่งหนึ่ง ฝั่งตรงข้ามโรงพยาบาลภาชี หมู่ 2 ต.ภาชี อ.ภาชี จ.พระนครศรีอยุธยา เมื่อวันที่ 10 มี.ค. ก่อนที่ตำรวจจะสามารถจับกุมคนร้ายได้ ทราบชื่อคือ นายอั๋น หรือน็อต ฟักศิริ อายุ 33 ปี อดีตเจ้าหน้าที่เวรเปล ร.พ.ภาชี ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ความคืบหน้าล่าสุด วันที่ 13 มี.ค. ที่ สภ.ภาชี จ.พระนครศรีอยุธยา พ.ต.อ.ธีระวุฒิ แสงมณี ผกก. สภ.ภาชี พร้อมพนักงานสอบสวน ได้ควบคุมตัว นายอั๋น หรือน็อต ฟักศิริ อายุ 33 ปี อดีตเจ้าหน้าที่เวรเปล โรงพยาบาลภาชี ที่ก่อเหตุ ใช้อาวุธมีดคัตเตอร์ปาดคอ ฆ่าน.ส.ศรีสุภางค์ สุวรรณศิลป์ อายุ 48 ปี เพื่อชิงทรัพย์ มาสอบสวนเพื่อเติม ก่อนนำตัวส่งศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เพื่อฝากขังผลัดแรก

ระหว่างที่ทำการสอบสวนนายอำนาจ ฟักศิริ อายุ 56 ปี และ นางนวลน้อย สยมพร อายุ 57 ปี พ่อแม่ ของนายอั๋น ฟักศิริ ได้ขอเข้าเยี่ยมลูกชาย ทันที่นายอั๋นเห็น พ่อและแม่ ถึงกับหลั่งน้ำตา ก่อนที่จะก้มกราบพ่อแม่ พร้อมทั้ง กล่าวคำขอโทษที่กระทำความผิดลงไปในครั้งนี้ หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่จึงได้ควบคุมตัวไปฝากขังยังศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยาทันที

มือฆ่าปาดคอพยาบาลสาว

21 มีนาคม นี้ กลางวันยาวเท่ากับกลางคืน

21 มีนาคม 2562 เป็นวัน “วสันตวิษุวัต” ช่วงเวลากลางวันยาวนานเท่ากับกลางคืน ดวงอาทิตย์ขึ้นทางทิศตะวันออกและตกทางทิศตะวันตกพอดี

นายศุภฤกษ์ คฤหานนท์ หัวหน้างานบริการวิชาการทางดาราศาสตร์ สดร. กล่าวว่า วันที่ 21 มีนาคมนี้ เป็นวัน “วสันตวิษุวัต” (วะ-สัน-ตะ-วิ-สุ-วัด) (Vernal Equinox) กลางวันยาวเท่ากับกลางคืน “วิษุวัต” (Equinox) ในภาษาสันสกฤตหมายถึง จุดที่ดวงอาทิตย์อยู่ในตำแหน่งตั้งฉากกับเส้นศูนย์สูตรของโลกพอดี แปลเป็นภาษาไทยว่า “ราตรีเสมอภาค” แต่ละวันดวงอาทิตย์จะปรากฏในตำแหน่งต่างกัน เปลี่ยนตำแหน่งไปประมาณวันละ 1 องศา

เมื่อดวงอาทิตย์เคลื่อนมา ณ ตำแหน่งตั้งฉากกับเส้นศูนย์สูตรของโลก ทำให้ดวงอาทิตย์ขึ้นจากขอบฟ้าทางทิศตะวันออก และตกลับขอบฟ้าทางทิศตะวันตกพอดี จึงมีช่วงเวลากลางวันยาวเท่ากับกลางคืน นับเป็นวันเริ่มต้นฤดูใบไม้ผลิของประเทศทางซีกโลกเหนือ และเข้าสู่ฤดูใบไม้ร่วงของประเทศในซีกโลกใต้ สำหรับประเทศไทย วันดังกล่าวดวงอาทิตย์ขึ้นเวลาประมาณ 06:22 น. และจะตกลับขอบฟ้า เวลาประมาณ 18:28 น. (เวลา ณ กรุงเทพมหานคร)

นายศุภฤกษ์ อธิบายเพิ่มเติมว่า ในหนึ่งปี โลกโคจรรอบดวงอาทิตย์เป็นวงรี โลกจึงมีระยะห่างจากดวงอาทิตย์ไม่เท่ากัน ช่วงใกล้ที่สุดประมาณต้นเดือนมกราคม (147 ล้านกิโลเมตร) และช่วงไกลที่สุดประมาณต้นเดือนกรกฎาคม (ระยะห่างเฉลี่ย 152 ล้านกิโลเมตร) เมื่อเปรียบเทียบความแตกต่างของระยะทางใกล้-ไกล ในการโคจรของโลกรอบดวงอาทิตย์ ถือเป็นอัตราส่วนที่น้อยมาก ไม่มีผลต่อการเกิดฤดูกาลแต่อย่างใด แต่การที่แกนหมุนของโลกเอียงทำมุม 23.5 องศากับระนาบวงโคจรของโลกรอบดวงอาทิตย์ พื้นที่ต่าง ๆ ทั่วโลกจึงรับแสงอาทิตย์ได้ในปริมาณไม่เท่ากัน

ส่งผลให้มีอุณภูมิต่างกัน รวมถึงมีระยะเวลากลางวันและกลางคืนที่ต่างกันด้วย เป็นเหตุให้เกิดฤดูกาลขึ้นบนโลก จะสังเกตได้ว่าในฤดูร้อนเวลากลางวันจะยาวกว่ากลางคืน ดวงอาทิตย์จะขึ้นเร็วและตกช้าส่วนในฤดูหนาว เวลากลางคืนจะยาวนานกว่ากลางวัน ดวงอาทิตย์จะขึ้นช้าและตกเร็ว

ในรอบ 1 ปี เกิดปรากฏการณ์สำคัญที่เกี่ยวข้องกับการขึ้น-ตกของดวงอาทิตย์ ดังนี้

  1. วันวสันตวิษุวัต (วะ-สัน-ตะ-วิ-สุ-วัด) (Vernal Equinox) ในปี 2562 ตรงกับวันที่ 21 มี.ค. เป็นวันที่ดวงอาทิตย์ขึ้นทางทิศตะวันออกและตกทางทิศตะวันตกพอดี ส่งผลให้ช่วงเวลากลางวันเท่ากับกลางคืนพอดี นับเป็นวันที่ประเทศทางซีกโลกเหนือย่างเข้าสู่ฤดูใบไม้ผลิ ส่วนซีกโลกใต้เข้าสู่ฤดูใบไม้ร่วง
  2. วันครีษมายัน (ครีด-สะ-มา-ยัน) (Summer Solstice) ในปี 2562 ตรงกับวันที่ 21 มิ.ย. เป็นวันที่ดวงอาทิตย์ขึ้นทางทิศตะวันออกเฉียงไปทางเหนือมากที่สุด และตกทางทิศตะวันตกเฉียงไปทางเหนือมากที่สุด ส่งผลให้ช่วงเวลากลางวันยาวที่สุดในรอบปี สำหรับประเทศทางซีกโลกเหนือ นับเป็นวันที่ย่างเข้าสู่ฤดูร้อน ส่วนประเทศทางซีกโลกใต้ช่วงกลางวันจะสั้นที่สุดในรอบปี นับเป็นวันที่ย่างเข้าสู่ฤดูหนาว
  3. วันศารทวิษุวัต (สาด-ทะ-วิ-สุ-วัด) (Autumnal Equinox) ในปี 2562 ตรงกับวันที่ 23 ก.ย. เป็นวันที่ดวงอาทิตย์ขึ้นทางทิศตะวันออกและตกทางทิศตะวันตกพอดี ส่งผลให้ช่วงเวลากลางวันเท่ากับกลางคืนพอดี นับเป็นวันที่ประเทศทางซีกโลกเหนือย่างเข้าสู่ฤดูใบไม้ร่วง ส่วนซีกโลกใต้เข้าสู่ฤดูใบไม้ผลิ
  4. วันเหมายัน (เห-มา-ยัน) (Winter Solstice) ในปี 2562 ตรงกับวันที่ 22 ธ.ค. เป็นวันที่ดวงอาทิตย์ขึ้นทางทิศตะวันออกเฉียงไปทางใต้มากที่สุด และตกทางทิศตะวันตกเฉียงไปทางใต้มากที่สุด ส่งผลให้ช่วงเวลากลางวันสั้นที่สุดและกลางคืนยาวที่สุดในรอบปี หรือที่คนไทยเรียกว่า “ตะวันอ้อมข้าว” สำหรับประเทศทางซีกโลกเหนือ นับเป็นวันที่ย่างเข้าสู่ฤดูหนาว ส่วนประเทศทางซีกโลกใต้ ช่วงกลางวันจะยาวที่สุดในรอบปี นับเป็นวันที่ย่างเข้าสู่ฤดูร้อน