คลิป 2 หนุ่มกร่างอ้างเป็นทหาร เมาป่วนงานแต่ง

คลิปว่อนเน็ต 2 หนุ่มอ้างเป็นทหารอากาศ บุกป่วนยิงปืนขู่งานแต่งโดยไม่ทราบสาเหตุ จี้ตำรวจเร่งติดตามตัวมาดำเนินคดี

วันนี้ (11 มี.ค. 2562) คนในโลกออนไลน์ได้มีการส่งต่อคลิปพฤติกรรมไม่เหมาะสม ของชาย 2 คนอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ทหาร เมาอาละวาดป่วนในงานแต่งงาน ที่ อ.วังเหนือ จ.ลำปาง

โดยคลิปดังกล่าวถูกเผยแพร่ผ่านผู้ใช้เฟซบุ๊ก Kitty Chattanya Pk ที่เผยให้เห็นว่า มีชาย 2 คนท่าทางคล้ายคนเมาเข้ามาป่วนหาเรื่องในงานแต่งงาน  โดยคนหนึ่งสวมเสื้อเขียวนั้นได้ควักปืนออกมาจากกระเป๋า ขณะที่อีกคนใส่เสื้อขาวพูดจาท้าทายคนในงานตลอดเวลา ว่า อยากถ่ายก็ถ่ายเลยแล้วเอาไปลงในโซเชียลด้วยเพราะชอบ จากนั้นเขาได้ประกาศศักดาว่าทำงานอยู่กรุงเทพอยู่สนามม้า มีไรมาคุยได้ แต่ถ้าคุณยศต่ำกว่าพันเอก ไม่ต้องมาคุย

ซึ่งระหว่างที่กำลังเจรจาถามหาสาเหตุของการเข้ามาป่วนนั้น ชายอีกคนที่ใส่เสื้อเขียวยิงปืนขึ้น 1 นัด ทำให้ชาวบ้านที่อยู่ในเหตุการณ์ พากันเข้าไปปรามชายทั้ง 2 คนเป็นการใหญ่ แต่พวกเขาก็ไม่สนใจ พยายามจะมีเรื่องให้ได้ ก่อนที่ชายเสื้อขาวจะขึ้นไปบนหลังรถกระบะที่จอดอยู่ และควักปืนสั้นชูขึ้นฟ้า ส่วนชายเสื้อเขียวก็บอกว่า เขาเป็นทหารอากาศ มีปัญหาก็เจอกันได้ ก่อนที่คลิปจะตัดไป

ซึ่งผู้โพสต์มีข้อความระบุว่า เสื้อเขียวกับเสื้อขาวอ้างตัวว่ามียศสูงค่ะ #ประเทศไทยอะไรก็ได้ #งานแต่งหรือสงครามโลก #แชร์ไปจับตัวมันให้ได้ 👊

ทั้งนี้เมื่อคลิปดังกล่าวได้เผยแพร่ออกไปทำให้มีคนเข้าไปแสดงความเห็นจำนวนมาก โดยส่วนใหญ่ต่างรุมประณามชายทั้ง 2 คนที่เมาแล้วไม่อยู่เฉยๆ  เข้าไปป่วนงานคนอื่นจนเกิดความเดือดร้อน เพราะจากการสอบถามคนที่เห็นเหตุการณ์ได้ความประมาณว่า

ทั้ง 2 คนไม่ได้รู้จักกับเจ้าภาพ แต่ได้เข้ามาหาเรื่องที่งานโดยไม่ทราบสาเหตุ โชคดีที่เหตุการณ์นี้ไม่มีผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิตจากความคะนองอวดเบ่งดังกล่าว ขณะเดียวกันผู้คนจำนวนมากก็เรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งติดตามตัวคนทั้ง 2 รายมาดำเนินคดีเพราะหากปล่อยไว้อาจไปก่อเหตุซ้ำจนมีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตได้

อย่างไรก็ดีมีรายงานเพิ่มเติมว่า ชายเสื้อเขียวเป็นทหารอากาศจริง และตอนนี้ทางต้นสังกัดกำลังทำเรื่องปลดแล้ว

สำหรับการพกปืน และยิงปืนในที่สาธารณะ ทางกฎหมายได้บัญญัติโทษไว้ว่า พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน. วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. 2490 มาตรา 8 ทวิ ห้ามมิให้ผู้ใดพาอาวุธปืนติดตัวไปในเมืองหมู่บ้าน หรือทางสาธารณะ

โดยไม่ได้รับใบอนุญาตให้มีอาวุธปืนติดตัว เว้นแต่เป็นกรณีที่ต้องมีติดตัวเมื่อมีเหตุ จำเป็นและเร่งด่วนตามสมควรแก่พฤติการณ์ ไม่ว่ากรณีใด ห้ามมิให้พาอาวุธปืนไป โดยเปิดเผย หรือพาไปในชุมนุมชน ที่ได้จัดให้มีขึ้น เพื่อนมัสการ การรื่นเริง การมหรสพ หรือการอื่นใด

โดยความผิดของเรื่องนี้ มาตรา ๗๒ ทวิ ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา 8 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสิบปี หรือปรับ ไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา 8 ทวิ วรรคหนึ่ง ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือ ปรับไม่เกิน 10,000 บาทหรือทั้งจำทั้งปรับ

ถ้าผู้นั้นฝ่าฝืนมาตรา 8 ทวิ วรรคสองด้วย ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 6 เดือน ถึง 5 ปี และปรับตั้งแต่ 1,000 บาท ถึง 10,000 บาท ส่วนผู้ได้รับใบอนุญาตให้มีอาวุธปืนติดตัวผู้ใด ฝ่าฝืนมาตรา 8 ทวิ วรรคสอง ต้องระวางโทษ จำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 2,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

นอกจากนี้ หากยิงแล้วปรากฎว่าไปโดนผู้อื่น ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต ต้องรับผิดดังนี้ มาตรา ๒๙๑ ผู้ใดกระทำโดยประมาท และการกระทำนั้นเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี และปรับไม่เกิน 200,000 บาท มาตรา ๓๐๐ ผู้ใดกระทำโดยประมาท

และ การกระทำนั้นเป็นเหตุให้ผู้อื่นรับอันตรายสาหัส ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับรวมถึง มาตรา ๓๙๐ ผู้ใดกระทำโดยประมาท และการกระทำนั้นเป็นเหตุให้ผู้อื่นรับอันตรายแก่กาย หรือจิตใจ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และยังต้องรับผิดในทางแพ่ง ถูกเรียกร้องค่าเสียหายได้

‘บอย เคบี’ โวยซื้อบ้านหรูริมทะเลสาบ 80 ล้าน สุดท้ายสร้างไม่เสร็จ แถมได้ที่ดินไม่ครบ!

‘บอย เคบี’ โวยซื้อบ้านหรูริมทะเลสาบ 80 ล้าน สุดท้ายสร้างไม่เสร็จ เจ้าของโครงการไม่มีแม้แต่ใบอนุญาตก่อสร้าง แถมได้ที่ดินไม่ครบตามสัญญา!

โลกออนไลน์ต่างฮือฮา เมื่อเฟซบุ๊ก Thanaphan Limruaysrap หรือ บอย เคบี เจ้าของผลิตภัณฑ์อาหารเสริมยี่ห้อหนึ่ง ได้โพสต์ข้อความเป็นอุทาหรณ์สอนใจสำหรับคนคิดจะซื้อบ้าน เนื่องจากตนเองได้ทำสัญญาซื้อบ้านหรูริมทะเลสาบ ซึ่งมีราคาสูงถึง 80 ล้านบาท โดยได้มีการจ่ายเงินไปแล้วเกือบ 7.8 ล้านบาท แต่สุดท้ายกลับมีปัญหามากมายตามมา

ทั้งนี้ โพสต์ดังกล่าวระบุว่า “อุทาหรณ์สอนใจสำหรับคนคิดจะซื้อบ้าน เลือกหมู่บ้านผิด คิดจนตัวตาย !! ใครจะคิดว่าการจะซื้อบ้านหลังละ 80 ล้าน จะต้องเจอปัญหาแบบนี้ ดังนั้นจะหมู่บ้านเล็กหรือใหญ่ อย่าวางใจ ตรวจสอบให้ดี ไม่งั้นอาจเจอแบบนี้ เจ้าของโครงการเป็นถึงไฮโซในวงการเซเลป รู้จักคนดังมากมาย ภาพลักษณ์ภายนอกดูดีเหลือเกิน ไม่คิดเลยว่าจะทำได้ถึงขนาดนี้

บอกก่อนเลยว่าวันที่เราตัดสินใจไปซื้อ เราไปกันเองโดยไม่มีทนาย ไม่มีผู้ที่มีความรู้เรื่องรายละเอียดการซื้อบ้านไปด้วยเลย ด้วยความที่คิดว่ามันก็คงเหมือนการซื้อบ้านทาวโฮมเหมือนที่เราเคยซื้อมา คงไม่ต้องถึงขั้นมีทนาย บ้านราคาหลังตั้ง 80 ล้าน จะไปมีปัญหาได้ยังไง ซึ่งไม่ใช่เลย เราพลาด พลาดมากจริงๆที่ไม่รู้เรื่องอะไรเลยจนปล่อยให้มันเกิดปัญญามาจนถึงวันนี้ บอกเลยว่าโคตรเครียด

ความไม่ชัดเจนตั้งแต่เริ่มทำสัญญาซื้อบ้าน เอกสารสัญญามีทั้งหมด 3 ฉบับ คือบริษัทของโครงการเอง และของบริษัทรับเหมาก่อสร้าง ซึ่งวันที่ทำสัญญาซื้อขายกันจริงๆ ในเอกสารแนบท้ายบริษัท ระบุว่าจะต้องมีผู้ลงนาม 2 คน แต่กลับมีแค่นางคนเดียวที่มาเซ็นเอกสารและรับเงินของเราไป

ไม่พอแค่นั้น ในสัญญาตกแต่งบ้านของเรา วัสดุอุปกรณ์ต่างๆรวมราคาหลายสิบล้านบาท แต่ในสัญญาไม่มีข้อมูลรายละเอียดวัสดุอุปกรณ์อะไรให้เราเลย ว่ามีอะไร ใช้อะไรในการสร้างบ้าง สเปค สี รายละเอียดต่างๆ ซึ่งตอนแรกเหมือนจะมี แต่วันทำสัญญา นางดึงออกไปแล้วบอกว่า อ้อ อันนี้ไม่ใช่ของบ้านเรา เป็นของบ้านอื่น แต่เดี๋ยวจะเอามาให้ใหม่ ( แบบนี้ก็ได้หรอ? ) ในขณะที่เราพยายามตามเอกสารนั้นมาตลอด นางก็บ่ายเบี่ยง เดี๋ยวนั่นเดี๋ยวนี่ ไม่ได้สักที และจากวันนั้นจนถึงวันนี้ ยังไม่มีเอกสารรายละเอียดวัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ในการตกแต่งบ้านอะไรให้เราเลย

ในสัญญาระบุว่าบ้านจะสร้างแล้วเสร็จในวันที่ 20 ธันวาคม 2561 แต่เมื่อวันที่เราเข้าไปเช็คประเมินคือตั้งแต่วันที่ 23 เมษายน 2561 ก็เห็นได้ชัดแล้วว่ายังไงก็ไม่มีทางเสร็จทันตามที่ตกลงกันไว้แน่ๆ ในขณะที่เราต้องจ่ายค่างวดทุกๆเดือน กับความไม่ชัดเจนแบบนี้ ถามว่าใครจะกล้าจ่ายต่อ เพราะมันยังไม่มีอะไรที่ชัดเจนสมบูรณ์เลยสักอย่าง ซึ่งมันไม่สอดคล้องกับที่ระบุไว้แต่แรกเลยสักนิดเดียว

พีคกว่านั้นคือ การจะสร้างบ้าน มันต้องมีใบขออนุญาติการก่อสร้าง ซึ่งพอเราถามเค้าว่าเรามีใบอนุญาติการก่อสร้างบ้านหรือยัง ? ฝั่งนั้นตอบกลับมาว่า ยังไม่มี ยังไม่ได้ขอ กำลังจะยื่นขอให้ และจนถึงตอนนี้ก็ยังไม่รู้เลยว่าสรุปนางได้ยื่นขอใบอนุญาติการก่อสร้างหรือยัง ( ทั้งๆที่เริ่มสร้างไปก่อนหน้านั้นแล้ว )

ยัง ยังไม่สุด มีพีคกว่านั้นอีก การจะสร้างบ้าน เราต้องมีพิมพ์เขียว มีแปลนบ้านถูกมั้ย เราไม่มี เราไม่ได้รับ เราขอเค้าไป เค้าเอาแปลนและพิมพ์เขียวของบ้านหลังข้างๆมาให้ แล้วบอกว่าของเราก็แบบนี้แหละ แต่ว่ากลับด้านเอาค่ะ

และสิ่งที่เรามั่นใจเลยว่าจะพอ กับโครงการนี้ นั่นคือขนาดของที่ดินที่ระบุไว้ในสัญญาที่จะต้องเป็นของเรา พนักงานขายบอกเราว่าส่วนหนึ่งมันอยู่ในทะเลสาป แต่พื้นที่ในทะเลสาป ไม่ใช่ที่ของโครงการนี้ นั่นหมายความว่าที่ดินส่วนหนึ่งที่นางจะขายให้เรา คือที่ดินที่ไม่ใช่ของนางเองด้วย นั่นคือเราจะได้ที่ดินไม่ครบตามที่ตกลงกันไว้

ทั้งหมดทั้งมวลคือเราพยายามติดต่อให้นางมาใกล่เกลี่ยก็แล้ว อะไรก็แล้ว รอมาตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา นางกลับยังคงไปเที่ยวต่างประเทศบ้าง ปาร์ตี้บ้าง ชิวกับแก๊งไฮโซของนางบ้าง โดยที่ไม่คิดจะมาเคลียร์กับเราเลยสักนิด

และไม่ได้มีแค่เราที่โดน แทบทุกคนที่หลงมาซื้อบ้านโครงการนี้มีปัญหาหมด บางคนมากกว่าเราด้วยซ้ำ มีการพูดคุยกัน แต่เค้าบอกว่าฟ้องไปก็เท่านั้น คนๆนี้เค้าไม่ธรรมดา.. เราได้ยินแบบนี้ก็ทรุดเลย เงินที่เสียไปเกือบ 10 ล้านต้องมาสูญเปล่าจริงๆหรอ ?

เพราะขนาดคนที่โดนมากกว่าเรา โดนมาก่อนเรา เค้ายังไม่มีความคืบหน้าอะไรได้เลย ในขณะที่เคสของเรา นางปล่อยเฉย ชิวยิ่งกว่า แสดงว่าคงชินกับการมีปัญหาแบบนี้ และคงไม่เคยทำอะไรนางได้เลยจริงๆ เสียความรู้สึกมาก”

ปรับปรุงห้องน้ำมาตรฐานระดับสากล ส่งเสริมการท่องเที่ยวเมืองรอง

กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ร่วมส่งมอบสุขาที่ได้มาตรฐานระดับสากล ให้กับจังหวัดหนองคายซึ่งเป็นหนึ่งในการส่งเสริมการท่องเที่ยวเมืองรอง

กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้ร่วมส่งมอบห้องน้ำสำหรับผู้พิการที่ได้มาตรฐานระดับโลก ซึ่งมีทั้งสัญญานฉุกเฉินหากเกิดอุบัติเหตุ หรือแม้กระทั่งสิ่งอำนวยความสะดวกที่คนชราหรือแม้กระทั่งผู้ที่ตั้งครรภ์ก็สามารถเข้ามาใช้บริการได้อย่างปลอดภัย

สำหรับห้องสุขาแห่งนี้เป็นห้องสุขาแห่งที่ 4 ที่นายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา พร้อมด้วยนายอภิเชษฐ์ ศรีวัฒนประภา ผู้ช่วยประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ กลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ ได้จัดสร้างและส่งมอบให้กับวัดโพธิ์ชัย พระอารามหลวง จังหวัดหนองคาย ภายใต้ชื่อ “พลังคนไทย ห้องน้ำสุขใจ”

โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า ห้องสุขาที่สะอาดและสะดวกได้มาตรฐานจะเป็นการส่งเสริมภาพลักษณ์ที่ดีของแหล่งท่องเที่ยวโดยเฉพาะเมืองรอง ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของกลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ ที่ต้องการส่งเสริมความเข้มแข็งของชุมชน เป็นผู้สนับสนุนในการก่อสร้าง จำนวนทั้งสิ้น 70 ห้อง รวมมูลค่ากว่า 10 ล้านบาท

สำหรับห้องสุขา ภายใต้โครงการ “พลังคนไทย ห้องน้ำสุขใจ” ครั้งนี้ถือเป็นแห่งที่ 4 ซึ่งจะมีการส่งมอบให้ครบ 10 จังหวัด โดยหวังว่าจะสามารถส่งเสริมให้คนในชุมชนตระหนักในเรื่องการมีส่วนร่วมและการรักษาความสะอาดร่วมถึงอำนวยความสะดวกนักท่องเที่ยวทุกกลุ่ม