ไม่มีน้ำทำนา!! ตระเวนหา ‘หนูนา’ ขายสร้างรายได้ยามแล้ง

ชาวนา อ.โกรกพระ จ.นครสวรรค์ ตระเวนหา ‘หนูนา’ ขายสร้างรายได้ยามแล้ง เนื่องจากพื้นที่ยู่นอกเขตชลประทานทำนาได้เพียง 1-2 ครั้งต่อปีเท่านั้น

วันนี้ (11 มี.ค.62) ผู้สื่อข่าว จ.นครสวรรค์ รายงานว่า นายทรงศักดิ์ เฟื้อแก้ว ชาวนาตำบลเนินกว้าว อำเภอโกรกพระ จังหวัดนครสวรรค์ พาสมาชิกในครอบครัวนำรถไถนาพร้อมอุปกรณ์ออกหาหนูตามนาข้าวในพื้นที่ หลังพื้นที่นาทั้งหมดปล่อยรกร้างหลังเก็บเกี่ยว เนื่องจากขาดแคลนน้ำจนไม่สามารถทำนาได้

นายทรงศักดิ์บอกว่า ในพื้นที่อยู่นอกเขตชลประทานทำนาได้เพียง 1-2 ครั้งต่อปีเท่านั้น ซึ่งหลังจากฤดูกาลเก็บเกี่ยวชาวบ้านก็ต้องออกไปทำงานรับจ้าง หรือออกหาอาหารพื้นบ้านมาเลี้ยงชีพและครอบครัว ส่วนตนเองนั้นเวลาว่างก็จะพาครอบครัวออกมาหาหนูนาสร้างรายได้ในช่วงหน้าแล้ง

ส่วนการหาหนูนานั้นจะนำถังน้ำใส่ถังขนาดใหญ่ 2 ถัง บรรทุกใส่ใส่รถไถนาเพื่อนำน้ำไปกรอกตามรูหนู หลังจากนั้นก็จะจับหนูที่วิ่งหนีน้ำท่วมรูนำมาประกอบอาหารเพื่อรับประทานในครอบครัว ซึ่งถ้าได้จำนวนมากเหลือจากรับประทานแล้วก็สามารถนำไปขายสร้างรายได้อีกทางหนึ่ง โดยหนูนาที่ทำเสร็จแล้วจะขายได้กิโลกรัมละกว่า 100 บาท ซึ่งถือเป็นวิถีชีวิตของชาวนาในช่วงฤดูแล้งเนื่องจากไม่มีอาชีพอื่นและในพื้นที่ไม่สามารถทำนาได้

‘ชัชชาติ’ นั่งวินลุยหาเสียงมักกะสัน ประชาชน ‘อยากให้เป็นนายกฯ’ ย้ำเพื่อไทยไม่ทอดทิ้งคนจน

‘ชัชชาติ สิทธิพันธุ์’ นำผู้สมัครส.สเพื่อไทย เขตราชเทวี หาเสียงย่านมักกะสัน จับมือให้คำมั่นสัญญาขออาสาแก้ปัญหาสร้างคุณภาพชีวิตประชาชนให้ดีขึ้น ตามคอนเซ็ปต์ ‘บ้านใกล้งาน’ จี้ ‘รัฐบาลคสช.’ เร่งหาทางออกกรณีงบบัตรคนจน สิ้นงบเมษายนนี้

นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ อดีตรัฐมนตรีกระทรวงคมนาคม และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย เดินทางด้วยจักรยานยนต์รับจ้างลงพื้นที่หาเสียงย่านมักกะสัน เขตราชเทวี พร้อมผูสมัครส.ส.นายประพนธ์ เนตรรังษี เบอร์ 3 และนายพร้อมพงษ์ นพฤทธิ์ สมาชิกพรรคเพื่อไทย

โดยคณะหาเสียงของนายชัชชาติ ได้เดินพบปะผู้ค้าและประชาชน บริเวณตลาดสายหยุด ซึ่งบรรยากาศวันนี้ประชาชนได้ให้การต้อนรับเป็นอย่างดี อย่างไรก็ดีผู้ค้าในพื้นที่ได้สะท้อนปัญหาว่า อยากให้มีการแก้ปัญหาเรื่องคมนาคม โดยนายชัชชาติได้ให้คำมั่นสัญญาว่า หากพรรคเพื่อไทยได้เป็นรัฐบาลจะอาสาแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น และบางรายบอกว่า อยากให้นายชัชชาติ เป็นนายกรัฐมนตรี เพื่อทำให้เศรษฐกิจดีขึ้น

หลังจากรับฟังปัญหาและพูดคุยกับตัวแทนชุมชน นายชัชชาติ ระบุว่าปัญหาส่วนใหญ่คือปากท้องและการคมนาคมที่การเดินทางล่าช้า ขณะที่คนในชุมชนรวม 15 ชุมชน ซึ่งเป็นพื้นที่การรถไฟแห่งประเทศไทย กังวลว่าจะมีการเปิดให้เช่าพื้นที่และถูกนำไปใช้ในเชิงพาณิชย์ ซึ่งนายชัชชาติมองว่าคนตัวเล็กตัวน้อยคือผู้ที่ขับเคลื่อนกทม.อยู่ จึงเห็นว่าควรมีการทบทวนและพิจารณาให้เหมาะสมและทำให้คนในชุมชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ตามคอนเซ็ปต์ ‘บ้านใกล้งาน’ หากพรรคเพื่อไทยเป็นรัฐบาล จะลงพื้นที่สำรวจพื้นที่ที่มีปัญหาเพื่อเก็บข้อมูลให้ถี่ถ้วน และจัดสรรเรื่องที่อยู่อาศัย รวมถึงดูแลผู้สูงอายุ เพื่อให้มีการใช้ทรัพยากรให้มีประสิทธิภาพ 

ทั้งนี้การรถไฟแห่งประเทศไทย(รฟท.)ต้องดูภาพรวมและสำรวจการลงทุนด้านขนส่ง แต่ก็ถือเป็นเรื่องใหญ่เพราะมีเรื่องภาระหนี้ ตอนนี้ต้องทำรางรถไฟทางคู่และจัดหัวรถจักรเพิ่ม และพยายามดึงลูกค้าให้มาใช้ให้มากขึ้น เพื่อเพิ่มรายได้เข้ามา ส่วนเรื่องที่ดินต้องต้องนำมาใช้ให้มีประสิทธิภาพ 

ขณะที่กรณีผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ออกมาระบุว่างบประมาณสำหรับบัตรสวัสดิกาลแห่งรัฐ มีใช้ถึงเดือนเมษายนนี้ นายชัชชาติ ได้แสดงความกังวลต่อกรณีดังกล่าว เนื่องจากอยู่ในช่วงหลังเลือกตั้งแล้ว  ซึ่งรัฐบาลนี้ต้องหาทางออกว่าจะใช้งบประมาณใดมาจ่ายในช่วงฉุกเฉินนี้ หากเพื่อไทยเข้ามาก็ดำเนินการตามระเบียบงบประมาณ สิ่งที่สัญญากับประชาชนไว้แล้วต้องทำต่อ เพราะรัฐบาลผิดสัญญาไม่ได้ อย่างไรก็ตามต้องดูพ.ร.บ.งบประมาณว่าจะงบจากไหนมาสนับสนุนตรงนี้ เพราะคนจนเราต้องช่วยเหลือในมิติที่เหมาะสม 

กลยุทธ์การลงทุนหุ้นไทย แนะรอสะสมหุ้นพื้นฐานบริเวณ 1,600 จุด

คาดหุ้นไทยแกว่งตัว Sideways ภาพรวมยังถูกกดดันจากความกังวลเรื่องเศรษฐกิจโลก แนะรอสะสมหุ้นพื้นฐานบริเวณ 1,600 จุดบวกลบ

บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน)  ระบุบทวิเคราะห์วันนี้ (11 มี.ค.) ว่า แนวโน้มตลาดหุ้นไทย เราคาดว่า SET Index จะแกว่งตัว Sideways โดยบรรยากาศการลงทุนในภาพรวมยังคงถูกกดดันจากความกังวลเรื่องเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว หลังล่าสุดตัวเลขการจ้างงานสหรัฐฯ ออกมาแย่กว่าคาดมาก

ขณะที่ประเด็นสำคัญที่ต้องติดตามในวันพรุ่งนี้คือการลงมติข้อตกลง Brexit ว่าจะถูกคว่ำอีกหรือไม่ ซึ่งจะยิ่งตอกย้ำภาพเศรษฐกิจยูโรโซนที่อ่อนแอ เราจึงมองว่าหุ้นในกลุ่ม Domestic Play จะยังเคลื่อนไหวได้แข็งแกร่งกว่า Global Play จากการเมืองและการเลือกตั้งในประเทศที่ค่อนข้างชัดเจนขึ้น

สำหรับกลยุทธ์การลงทุนหุ้นไทย เน้นลงทุนหุ้นในกลุ่ม Domestic Play รอสะสมหุ้นพื้นฐานบริเวณ 1,600 จุดบวกลบ ขณะที่หุ้นเด่นเดือน มี.ค. ได้แก่ EA, ERW, PLANB, RS, TVO