‘สุดารัตน์’ ปลุกประชาชน 24 มีนาฯ เข้าคูหาปลดความทุกข์ยาก

2 แคนดิเดตนายกฯ เพื่อไทย นำปราศรัยสมุทรปราการ ‘สุดารัตน์’ ปลุกประชาชน 24 มีนาฯ เข้าคูหาปลดความทุกข์ยาก ด้าน ‘ชัชชาติ’ ย้ำเพื่อไทยขออาสาเข้ามาแก้ปัญหาเศรษฐกิจ

พรรคเพื่อไทย จัดเวทีปราศรัยใหญ่ที่จังหวัดสมุทรปราการ นำโดยแกนนำพรรค อาทิ 3 แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ นายชัยเกษม นิติสิริ รวมถึงร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ประธานรณรงค์หาเสียง และนายโภคิน พลกุล อีกทั้งยังมีการเปิดตัวผู้สมัครส.ส.ทั้ง 7 เขต เมืองปากน้ำ โดยมีประชาชนเข้าร่วมรับฟังเป็นจำนวนมาก

คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวว่า สี่ห้าปีที่ผ่านมาพี่น้องได้รับการคืนความสุขหรือไม่ แล้วใครกระเป๋าตุงหรือกระเป๋าแฟ่บ แม้ว่าวันนี้ทุกคนยิ้มแย้มแต่เรารู้ว่าทุกคนต้องทนทุกข์กับเศรษฐกิจที่ย่ำแย่ ที่พวกเราต้องทนกันมา 24 มีนา คือวันที่พวกพวกเราต้องปลดความทุกข์ออกไป วันนี้ขุนพลพรรคเพื่อไทยพร้อมแล้ว ที่จะเร่งแก้ปัญหาฟื้นจากวิกฤตที่เกิดขึ้น ซึ่งที่ผ่านมา17ปีตั้งแต่ไทยรักไทยเราทำให้ประชาชนกับมามีเงินในกระเป๋าทุกครั้ง เราสัญญาว่าจะใช้เวลาภายในหกเดือน

พรรคเพื่อไทยเราจะเร่งฟื้นฟูเยียวยาจากภาวะเศรษฐกิจ ด้วยการปรับหนี้ เพื่อไทยจะปรับโครงสร้างหนี้ทั้งหมด เพื่อให้พี่น้องประชาชนมีกำลัง รวมทั้งธุรกิจขนาดเล็กและขนาดกลาง ส่วนการเติมทุนนั้น จะมีการเปิดสถาบันสร้างรายได้ ให้ประชาชนทำมาหากิน โดยการใช้กิจการค้ำประกัน แม้ว่าจะไม่มีโฉนดที่ดิน สำหรับผู้ใช้แรงงานเราจะขึ้นเงินเดือนอย่างเป็นระบบเพิ่มกำลังซื้อ ให้มีเงินไปจับจ่ายใช้สอย

มาตรการที่สามคือการลดภาษี รัฐบาลนี้มีแต่เพิ่มอัตรา เราจะไม่ทำแบบนั้น ดังนั้นเราจะต้องลดภาษีน้ำมันภาษีค่าครองชีพ ทุกครั้งที่เรากลับมาทำงานเราไม่เคยปล่อยให้พี่น้องยากลำบาก จนมีการเอาไปโจมตีว่าเราอุ้มแต่คนจน แต่เราอุ้มคนจน เพื่อจะช่วยอุ้มคนรวย เพราะตอนนี้คนจนไม่มีเงินแล้ว เราจะทำให้คนจนมีกระเป๋าที่ตุง เราจะไม่ทำอย่างเขาที่อุ้มคนรวย แต่ฝันของเราจะเป็นจริงได้คือ วันที่24มีนา ประขาชนต้องเข้าคูหากาเพื่อไทย

สำหรับการเลือกตั้งครั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่สวมหมวกสางใบเป็นทั้งนากยกรัฐมนตรี หัวหน้าคสช. และแคนดิเดตนายกฯ และยังแต่งตั้งพล.อ.ประวิตร มาคัดเลือกสมาชิกวุฒิสภาที่มีอำนาจเลือกนายกฯ “วันนี้เงินในประเป๋าเรายังไม่ตุง แต่กระเป๋าลุงมี 250 เสียงข้างในแล้ว” สุดารัตน์ กล่าว

ดังนั้นเลือกตั้งครั้งนี้เราต้องเลือกอย่างถล่มทลายเพื่อให้ชนะอีก 250เสียง พี่น้องถึงจะอออกจากความทุกข์ได้ ถ้าไม่เช่นนั้นก็จะอยู่กับเขาต่อไปอีกนาน เชื่อว่าอำนาจเหล่านั้นไม่ได้ยิ่งใหญ่ไปกว่าหัวใจของพี่น้องประชาชนเลย

“ถ้าพี่น้องคิดว่ามีความทุกข์ ต้องออกมากำหนดอนาคตตัวเองว่าจะอยู่อย่างนี้หรือไม่ ถ้าคิดว่าจะเดินไปกับเพื่อไทย มีทางเดียวเท่านั้น 24 มีนาฯ ต้องเดินไปเลือกเพื่อไทยทุกเขตอย่างถล่มทลายทั่วประเทศ หลังจากนั้นเพื่อไทยจะรับภารกิจทวงคืนความสุขกลับคืนมา เอาลุงคืนไป เอาตังค์ในกระเป๋าคืนมา” ประธานยุทธศาสตร์การเลือกตั้งพรรคเพื่อไทย กล่าวทิ้งท้าย

ด้านนายชัชชาติ กล่าวว่า การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นการต่อสู้ระหว่างประชาธิปไตยและเผด็จการ แม้ว่าพวกเราจะโดนรัฐประหารมาแล้วหลายครั้ง แต่พวกเราก็ยังยึดมั่นในหลักการ ทั้งนี้ยืนยันว่าประชาธิปไตยและปากท้องมันเกี่ยวข้องกัน เพราะประชาธิปไตยมันกินได้จริง หลังจากลงพื้นที่หลายจังหวัด พบว่าปัญหาแรกคือ ปัญหาปากท้อง ขณะที่ประชาชนหลายคนได้กลับบ้านเพราะถูกเลิกจ้างและบางรายหนีหนี้กลับภูมิเนา

ขณะที่ปัญหายาเสพติดก็กลับมาทะลักระบาดอีกครั้งในประเทศไทย จึงจำเป็นต้องให้เพื่อไทยเปลี่ยนแปลง รวมถึงปัญหาคนตัวเล็กตัวน้อยไร้การเหลียวแล สะท้อนว่ารัฐบาลที่ไม่ได้ถูกเลือกมาไม่มีการดูแลประชาชน หากเป็นระบอบประชาธิปไตย เมื่อเลือกเข้ามาแล้วไม่ดูแลตามสัญญา เลือกตั้งสมัยหน้าก็ไม่เลือก ซึ่งนี่คือความสวยงามของประชาธิปไตย

สำหรับปัญหาเศรษฐกิจ สาเหตุหลักคือนักลงทุนไม่เชื่อมั่น แม้ว่าจะมีเงินจากบีโอไอ 7 หมื่นล้าน หรือทุนจากนอกประเทศ ที่พร้อมรองรับการลงทุน แต่พวกเขาไม่มั่นใจก็ส่งผลกระทบต่อภาวะเศรษฐกิจ ดังนั้นพรรคเพื่อไทยจึงต้องนำความมั่นใจของนักลงทุนกลับคืนเข้ามา อีกหนึ่งปัญหาคือราคาพืชผลการเกษตร ที่ราคาตกต่ำลง ซึ่งมีพี่น้องทำอาชีพเกษตรกรกว่า 6 ล้านครัวเรือน ที่ได้รับผลกระทบทั่วพื้นที่ในประเทศ และปัญหาที่สามคือ ด้านอุตสาหกรรม ซึ่งพื้นที่สมุทรปราการ เพียบพร้อมในหลายด้าน แต่การบริหารจัดการยังไม่ดี ดังนั้นจำเป็นต้องใช้เงินภาษีต้องนำมาใช้อย่างมีคุณค่า

โดยเพื่อไทยมี 4 นโยบายคือ ปรับหนี้ เติมทุน ลดภาษี สร้างเศรษฐีใหม่ แต่เราต้องเพิ่มอีกหนึ่งอย่างคือ คุณภาพชีวิต ที่เป็นอีกเรื่องสำคัญ ถ้าเราได้คนที่เก่งคนที่มีความรู้มาบริหารมันได้มากกว่าการแจกเงิน ดังนั้นพรรคเพื่อพร้อมแล้วที่จะเข้ามาแก้ในปัญหาที่เกิดขึ้น

ธนาธรลั่น ผมไม่ได้เสนอให้ “พาทักษิณกลับบ้าน”

นายธนาธร หัวหน้าพรรคพรรคอนาคตใหม่ โพสต์เฟซบุ๊กชี้แจง ยืนยันไม่ได้เสนอให้พาทักษิณกลับบ้าน

วันที่ 8 มี.ค. 2562 นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคพรรคอนาคตใหม่ ได้โพสต์เฟซบุ๊กชี้แจง ถึงกรณีที่มีข่าวออกมาว่า นายธนาธร เสนอให้พานายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กลับบ้าน รื้อคดีใหม่ กลับเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม โดยเจ้าตัวได้ออกมาชี้แจงผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ยืนยันว่า ไม่ได้เสนอให้พาทักษิณกลับบ้าน

ข้อความที่นายธนาธร ระบุมีดังนี้

ผมไม่ได้เสนอให้ “พาทักษิณกลับบ้าน” แต่ผมเสนอว่า ถ้าเราต้องการสร้างความปรองดองจากแบ่งฝักฝ่ายทางการเมืองอย่างสุดขั้วในสิบกว่าปีที่ผ่านมา มีทางเดียว คือ แกนนำทุกสีเสื้อ รวมถึงผู้ที่ใช้อำนาจละเมิดสิทธิประชาชน หากกระทำผิดจะต้องไม่ลอยนวลพ้นผิด จะต้องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมที่เสรีและเป็นธรรม ส่วนผลตัดสินจะออกมาอย่างไร ทุกฝ่ายก็ต้องยอมรับ หนทางเปลี่ยนผ่านไปสู่ประชาธิปไตยโดยสันติ ต้องเริ่มต้นด้วยการเผชิญหน้ากับความจริงที่ผิดพลาดในอดีตและความยุติธรรม

สื่อบางสำนักนำคำให้สัมภาษณ์ของผมกับ Dave Kendal จาก Bangkok Post ไปตัดตอนเฉพาะบางช่วงบางตอนและบิดเบือนโดยเจตนาทำให้เข้าใจผิดว่า ผมจะ “พาทักษิณกลับบ้าน” (ดูบทสัมภาษณ์เต็มได้ที่ https://www.bangkokpost.com/news/politics/1637454 )

ผมกล่าวกับคุณ Dave Kendal ไปว่า เราเชื่อว่าประชาชนไม่ว่าจะเคยสังกัดสีเสื้อใดควรจะร่วมกันต่อต้านเผด็จการทหาร และถ้าเราต้องการสร้างความปรองดอง ทางเดียวคือ ผู้นำของแต่ละสีเสื้อต้องรับผิดชอบต่อสิ่งที่พวกเขาทำในอดีต โดยผ่านกระบวนการยุติธรรมที่เสรีและเป็นธรรม

ผมเห็นว่าเราควรคืนความยุติธรรมให้แก่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบในชีวิตและทรัพย์สินหรือคดีการเมืองจากการความขัดแย้งอันยาวนาน ไม่ว่าเขาจะสังกัดสีเสื้ออะไร

ทว่าในช่วงที่มีการเสนอร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมที่เรียกกันว่าฉบับเหมาเข่งสุดซอยนั้น ผมเป็นคนหนึ่งที่คัดค้านเรื่องนี้ เนื่องจากผิดไปจากหลักการที่เชื่อมั่น ผมเห็นด้วยที่เราจะนิรโทษกรรมในคดีการเมืองของประชาชนทั่วไปเพื่อสร้างความปรองดอง แต่ไม่เห็นด้วยที่จะปล่อยให้ผู้นำทางการเมืองลอยนวลพ้นผิดหากพิสูจน์แล้วว่าพวกเขากระทำผิดจริง

มีแต่ความกล้าหาญที่จะเผชิญต่อต่อความจริงในอดีต และกระบวนการยุติธรรมที่ไม่บิดเบี้ยวเท่านั้น สังคมไทยจึงจะออกจากหล่มความขัดแย้งสุดขั้วเพื่อก้าวไปสู่อนาคตใหม่ได้

สาว​โวย​สายการบิน​ดัง​ท​ำ​กระเป๋า​พัง ชดเชยแค่ 500 บาท โบ้ยไม่ได้ทำประกัน​

สาวเมืองกรุง ยกแก๊งแอ่วเหนือ ช็อกเจอสายการบินโยนกระเป๋าล้อหลุดกระจุย ชดเชยแค่ 500 บาท โบ้ยไม่ได้ทำประกัน​ เรียกร้องสายการบินดูแลทรัพย์สินผู้โดยสารดีกว่านี้

พนักงานสาวบริษัทเอกชนแห่งหนึ่งในกรุงเทพมหานคร​ วัย 36 ปี โพสต์เฟซบุคส่วนตัว ระบายความอึดอัดใจ หลังใช้บริการสายการบินแห่งหนึ่ง เดินทางมาท่องเที่ยว จ.เชียงใหม่ ในช่วงวันหยุดพร้อมกลุ่มเพื่อนๆ แต่เมื่อลงจากเครื่องบินที่ท่าอากาศยานเชียงใหม่ และมารอรับกระเป๋าที่สายพาน ปราฏว่าเมื่อเห็นกระเป๋าของตัวเองถึงกับช็อก เพราะกระเป๋าแตกเสียหายที่มุมล้อทั้ง 2 ข้าง จนเป็นรูโหว่ ส่วนล้อ 2 ข้างหลุดออกมา

เนื้อหาที่โพสต์ในเฟซบุ๊ก ระบุว่า

เหตุเกิด : ณ สนามบินเชียงใหม่ เราเดินทางด้วยสายการบิน … จากดอนเมือง ถึงเชียงใหม่ ลงมารอกระเป๋าตรงสายพาน เพื่อรับกระเป๋า แต่สิ่งที่ได้คือ กระเป๋าเป็นสภาพอย่างในรูป ล้อหายไป 2 ล้อ สิ่งที่รับจากพนักงานคือแสดงความรับผิดชอบจ่าย 500 บาท (บอกไม่ได้ซื้อประกันอุบัติเหตุ?) งง ใน งง สุดท้ายบอกเป็นแบบนี้ตั้งแต่ดอนเมืองว่ะ ประเด็นอยู่ที่ ควรแสดงความรับผิดชอบมากกว่านี้ไหม มีกระเป๋าหรือมีถุงอะไรให้ใส่ของ ไม่ใช่ให้ลาก 2 ล้อออกมาแบบนี้ ทำงานบริการคุณควรบริการให้ดีกว่านี้ คนขนกระเป๋าชู้ทมาเหรอคะ 

พนักงานสาวรายนี้ เล่าว่า ได้เดินทางมาเที่ยว จ.เชียงใหม่ กับเพื่อนๆ โดยใช้บริการสายการบินชื่อดัง เส้นทางดอนเมือง – เชียงใหม่ เวลา 11.30 – 12.45 น. เมื่อเดินทางมาถึงก็มารอรับกระเป๋าที่สายพาน แต่เมื่อเห็นสภาพกระเป๋าของตัวเอง ก็แทบล้มทั้งยืน

เพราะกระเป๋าแตกเสียหาย ล้อหลุดออกมา 2 ข้าง จึงแจ้งพนักงานของสายการบินทราบ จากนั้นพนักงานได้พาไปติดต่อที่เคาน์เตอร์แต่เมื่อพนักงานตรวจสอบแล้วแจ้งว่า ตนเองไม่ได้ซื้อประกันอุบัติเหตุไว้ จึงชดใช้ได้สูงสุดเพียง 500 บาทเท่านั้น

ขณะที่ทางสายการบินแจ้งว่า จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดพบว่า สภาพกระเป๋าเสียหายตั้งแต่อยู่ที่สายพานของท่าอากาศยานดอนเมืองแล้ว พร้อมนำเอกสารมาให้เซ็นเพื่อรับเงินชดเชยจำนวน 500 บาท แต่ตนเองปฏิเสธไม่รับเงิน

พนักงานจึงแจ้งว่า หากจะร้องเรียนให้ติดต่อไปที่คอลเซ็นเตอร์ของสายการบินเอง ตนจึงต้องลากกระเป๋าที่เสียหายออกมาในสภาพนั้น โดยไม่มีพนักงานคนใดแสดงน้ำใจหาถุงมาคลุม หรือใส่ล้อที่ชำรุดให้ จึงต้องนำล้อไปทิ้งถังขยะเอง

เจ้าของกระเป๋าใบนี้​ บอกว่า ที่ต้องโพสต์เฟซบุ๊กเพื่อระบายความอึดอัดใจ เพราะเสียความรู้สึกกับการที่สายการบินปฏิเสธความรับผิดชอบ ประเด็นไม่ได้อยู่ที่เงินชดเชย เพราะไม่อยากได้เงิน

แต่อยากให้สายการบินและพนักงานที่ให้บริการ มีความรับผิดชอบ และดูแลรักษาทรัพย์สินของผู้โดยสารดีกว่านี้ เพราะสภาพกระเป๋าที่เสียหายคาดว่าจะเกิดจากการโยนกระเป๋าอย่างรุนแรงจนถึงขั้นกระเป๋าแตกเป็นรู ล้อหลุดกระจุยออกมา

กระเป๋าที่เสียหายไม่ได้มีราคาสูง ส่วนทรัพย์สินที่อยู่ภายในก็ไม่ได้เสียหายอะไรมาก แต่สิ่งที่ต้องการเรียกร้องคือการให้บริการของสายการบิน ที่ผ่านมาใช้บริการสายการบินนี้มาตลอด และขากลับจาก จ.เชียงใหม่ในวันอาทิตย์นี้ ก็ต้องกลับสายการบินนี้เช่นกัน

แต่ขณะนี้เริ่มไม่มั่นใจในบริการและการดูแลทรัพย์สินของลูกค้าของสายการบินดังกล่าว ซึ่งเพื่อนๆ ในกลุ่มที่มาเที่ยวด้วยกัน ก็มีบางคนที่กระเป๋าเป็นรอยเล็กน้อย ขณะที่ขากลับจาก จ.เชียงใหม่ ตนต้องเสียเวลาไปหาซื้อกระเป๋าใบใหม่มาแทนใบเก่าที่เสียหาย เพราะคงไม่สามารถหิ้วกระเป๋าที่ชำรุดขึ้นเครื่องได้