นักศึกษา โวย หลังทีมถ่ายทำหักกิ่งต้นชมพูพันธ์ทิพย์มาประดับฉาก

นิสิตม.เกษตร กำแพงแสน โวย หลังมีกองถ่ายหักกิ่งต้นชมพูพันธ์ทิพย์มาประดับฉาก ลั่นถ้าจะใช้วิธีการแบบนี้แล้วอ้างว่าช่วยโปรโมทไม่ต้องมา

วันที่ 9 มี.ค. 2562 ผู้ใช้เฟซบุ๊ก Sutas Chanaka ได้โพสต์ข้อความกรณีมีกองถ่ายจากสถานที่หนึ่ง ได้เข้ามาขอถ่ายทำที่บริเวณถนนวัฒนาเสถียรสวัสดิ์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน ซึ่งเป็นบริเวณที่มีดอกชมพูพันธุ์ทิพย์ปลูกเรียงกันอยู่สองฟากถนน โดยผู้โพสต์ระบุว่าทางกองถ่ายอ้างว่าจะมาถ่ายทำเพื่อช่วยโปรโมท แต่กลับหักกิ่งขนาดใหญ่มาประดับฉาก ทั้งนี้สร้างความไม่พอใจให้กับผู้พบเห็นเป็นอย่างมาก ซึ่งผู้โพสต์ระบุข้อความดังนี้

พวกเราพยายามรักษาสภาพของต้นชมพูพันธ์ทิพย์มาตลอด ไม่หักกิ่ง ไม่โน้มกิ่งขณะถ่ายรูป และเมื่อเวลาหมดช่วงที่เค้ามีดอก พวกเราก็พรวนดิน นำปุ๋ยคอกมากใส่ หวังว่าเค้าจะกลับมาสมบูรณ์ดังเดิม และแข็งแรงพอที่เค้าจะมาออกดอกให้ทุกคนได้ดูในปีถัดๆ ไปและทุกปี

แต่ภาพที่เห็น ทั้งหักกิ่ง โน้มกิ่ง ฯลฯ ถ้าคุณจะอ้างว่ามาถ่ายทำเพื่อช่วยโปรโมทหรือใดๆ เราขอบคุณมาก แต่ถ้าจะใช้วิธีการแบบนี้ ทำร้ายต้นไม้ของพวกเราแบบนี้ไม่ต้องก็ได้

ขณะที่ต่อมาสภาผู้แทนนิสิตมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน ได้ออกประกาศระบุว่า ตามที่มีการร้องเรียนจากนิสิตมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน เรื่องผู้เข้าเยี่ยมชมต้นชมพูพันธุ์ทิพย์หักกิ่งต้นไม้ เป็นผลให้เกิดความเสียหาย สภาผู้แทนนิสิตกำแพงแสนได้รับทราบข้อร้องเรียนดังกล่าว และได้ดำเนินการสอบถามข้อมูลกับทางมหาวิทยาลัยฯ และผู้ที่เกี่ยวข้อง

ทั้งนี้เหตุการณ์ดังกล่าวเป็นการถ่ายทำเพื่อประชาสัมพันธ์ของบริษัทแห่งหนึ่ง ซึ่งได้มีการขออนุญาตและทำข้อตกลงว่าจะไม่ก่อให้เกิดความเสียหาย และหากเกิดความเสียหายทางบริษัทยินดีรับผิดชอบทุกประการ บัดนี้มหาวิทยาลัยเกตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสนได้ดำเนินการกับผู้กระทำการแล้วดังนี้

1.มอบหมายให้หน่วยงานรักษาความปลอดภัยแจ้งความเพื่อดำเนินคดี

2.ให้บริษัทชดใช้ค่าเสียหาย

3.ให้บริษัททำหนังสือถึงมหาวิทยาลัยเพื่อแสดงความรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

4.ให้ยุติการถ่ายทำ

เตือน! อาหารเสริม กิมมิค-ออร่าฟิต แจ้งยกเลิกผลิตแต่ยังแอบขาย

อย. เตือนอย่าซื้อผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร กิมมิค-ออร่าฟิต หลังตรวจพบสถานประกอบการขาดต่ออายุใบอนุญาต และแจ้งยกเลิกไปแล้วตั้งแต่ ปี 2561 แต่ยังมีการโฆษณาขายสินค้า

นายแพทย์พูลลาภ ฉันทวิจิตรวงศ์ รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา เปิดเผยต่อสื่อมวลชนว่า สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ได้รับเรื่องร้องเรียนจากผู้บริโภคให้ตรวจสอบผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร 2 รายการ ได้แก่ ผลิตภัณฑ์กิมมิค (ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร) และ ผลิตภัณฑ์ออร่าฟิต

เนื่องจากมีการโอ้อวดสรรพคุณ และอ้างถึงเลขที่รับอนุญาตจาก อย. จากการตรวจสอบพบว่า ผลิตภัณฑ์กิมมิค เลขสารบบอาหาร 24-1-20555-1-0046 และ ผลิตภัณฑ์ออร่าฟิต เลขสารบบอาหาร 24-1-20555-1-0285 ได้รับอนุญาตสำหรับอาหารชื่อสารสกัดจากตังกุย ซอยโปรตีน ไอโซเลท สารสกัดจากโสม วิตามินอี (ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร)

ซึ่งผู้รับอนุญาตผลิตอาหารของทั้ง 2 ผลิตภัณฑ์ คือ บริษัท อินโนว่า แล็บโบราโทรี่ จำกัด เลขที่ 95/64 หมู่ 1 ตำบลวังเย็น อำเภอแปลงยาว จังหวัดฉะเชิงเทรา โดยทางบริษัทขาดต่ออายุใบอนุญาตผลิตอาหารและได้แจ้งยกเลิกทะเบียนไปแล้ว เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2561

ดังนั้น ผลิตภัณฑ์ทั้ง 2 รายการดังกล่าว ที่ระบุวันที่ผลิตหลังจากยกเลิกใบอนุญาตจะเข้าข่ายเป็นผลิตภัณฑ์ปลอม ผู้ที่ขายจะมีโทษทั้งจำและปรับ ซึ่ง อย. ได้สั่งระงับการโฆษณา รวมทั้งได้ดำเนินการตามกฎหมายกับผู้โฆษณาแล้ว

ทั้งนี้ ขอย้ำเตือนประชาชนอย่าซื้อผลิตภัณฑ์ดังกล่าวเนื่องจากมีความเสี่ยง หากพบปัญหาในการบริโภค จะไม่มีผู้รับผิดชอบ เนื่องจากผู้ผลิตได้แจ้งยกเลิกกิจการไปแล้ว ก่อนซื้อผลิตภัณฑ์สุขภาพใดๆ ประชาชนสามารถตรวจสอบข้อมูลผลิตภัณฑ์สุขภาพที่ขออนุญาตไว้กับ อย. เบื้องต้นได้ที่ App “อย. ตรวจเลข”

และหากผู้บริโภคพบเห็นการกระทำที่เข้าข่ายผิดกฎหมาย ขอให้แจ้งมาได้ที่ช่องทางการร้องเรียนแจ้งเบาะแสกับ อย. ที่สายด่วน อย. 1556 หรือที่ E-mail: 1556@fda.moph.go.th หรือ ตู้ ปณ. 1556 ปณฝ. กระทรวงสาธารณสุข จ.นนทบุรี 11004 หรือร้องเรียน ผ่าน Oryor Smart Application หรือ Line @Fdathai หรือที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดทุกจังหวัด รองเลขาธิการฯ อย. กล่าวในที่สุด

เปิดแล้ว ! ถนน-อุโมงค์ ‘กบินทร์บุรี-ปักธงชัย’ ต้นแบบทางเชื่อมผืนป่ามรดกโลกแห่งแรกของไทย

นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธานในพิธีเปิดใช้ทางหลวงหมายเลข 304 สาย อ.กบินทร์บุรี – อ.ปักธงชัย ซึ่งเป็นถนนเชื่อมผืนป่ามรดกโลกแห่งแรกของประเทศไทย ก่อสร้างโดยกรมทางหลวง

นายอานนท์ เหลืองบริบูรณ์ อธิบดีกรมทางหลวง เปิดเผยว่า ทางหลวงหมายเลข 304 เป็นเส้นทางสายยุทธศาสตร์ที่เชื่อมโยงภาคตะวันออกและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และเป็นเส้นทางสายหลักที่รองรับการขนส่งสินค้าจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือสู่ท่าเรือแหลมฉบังและนิคมอุตสาหกรรมภาคตะวันออก

ปัจจุบันมีการขยายเส้นทางเป็น 4 ช่องจราจร ยกเว้นบริเวณ กม.191+860 ถึง กม.195+310 และบริเวณกม.207+760 ถึง กม.233+269 ที่ยังไม่สามารถดำเนินการก่อสร้างได้ เนื่องจากแนวเส้นทางดังกล่าวอยู่ในพื้นที่รอยต่อของอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่-อุทยานแห่งชาติทับลาน ซึ่งเป็นพื้นที่สำคัญส่วนหนึ่งของพื้นที่มรดกโลกดงพญาเย็นเขาใหญ่ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางธรรมชาติ จนปี 2548

คณะกรรมการมรดกโลกได้เสนอแนะให้ประเทศไทยดำเนินการจัดทำแนวเชื่อมต่อ (Wildlife Corridor) เพื่อเพิ่มความหลากหลายทางชีวภาพและป้องกันสัตว์ป่าไม่ให้ได้รับอันตรายจากถูกรถชน

ทั้งนี้กรมทางหลวงได้ดำเนินการสำรวจและออกแบบรายละเอียดและจัดทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม(EIA) ทางเชื่อมผืนป่ามรดกโลกบนทางหลวงหมายเลข 304 ขึ้น ภายใต้การบูรณาการข้อมูลทางวิชาการร่วมกันระหว่างกรมทางหลวง กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช และคณะกรรมการมรดกโลก ให้เป็นถนน 4 ช่องจราจร รวมระยะทางประมาณ 19 กิโลเมตร

ทั้งนี้ทางหลวงเส้นดังกล่าวมีความโดดเด่นคือการก่อสร้างทางเชื่อมผืนป่าที่ได้ออกแบบเป็นอุโมงค์ชนิดดินตัดและถมกลับ โดยถมดินด้านบนอุโมงค์ ปลูกต้นไม้เพื่อปรับปรุงภูมิทัศน์และระบบนิเวศ เพื่อจูงใจให้สัตว์ป่าเข้ามาใช้ประโยชน์ และสามารถข้ามฝั่งไป-มาได้ ปัจจุบันบริเวณหลังคาของอุโมงค์พบรอยเท้าของสัตว์ป่าข้ามไป-มาหากันทั้งสองผืนป่าระหว่างอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่และอุทยานแห่งชาติทับลาน

นอกจากนี้ โครงการยังได้ก่อสร้างสะพานทางยกระดับเพื่อเป็นทางลอดสัตว์ป่า (Wildlife Underpass) 2 ช่วง ระยะทาง 570 เมตร และ ระยะทาง 340 เมตร รถสามารถวิ่งบนสะพาน ในขณะเดียวกันสัตว์ป่าสามารถลอดใต้สะพานไป-มาได้อย่างปลอดภัย อันเป็นการรักษาไว้ซึ่งมรดกทางธรรมชาติ ส่งเสริมระบบนิเวศ ซึ่งเป็นคุณค่าโดดเด่นเป็นสากลของผืนป่ามรดกโลกดงพญาเย็น-เขาใหญ่