มือปืนสาดกระสุนใส่หัวญาติตัวเองดับแค้นชักดาบไล่ทำร้ายคนในครอบครัว

หนึ่งในชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้านลากปืนลูกซองยิงหัวญาติตัวเองดับ แค้นชักดาบไล่ทำร้ายคนในครอบครัว

เมื่อคืนนี้วันที่ 8 มี.ค. ร.ต.อ.สัมภาษย์ ผลถาวร รอง สว.(สอบสวน) สภ.ทุ่งใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช รับแจ้งเหตุทำร้ายร่างกายด้วยอาวุธมีดและใช้อาวุธปืนยิงกัน มีผู้บาดเจ็บสองรายอาการสาหัสและเสียชีวิตในเวลาต่อมา หลังรับแจ้งจึงไปตรวจสอบพร้อมด้วย พ.ต.ท.พงษ์ศักดิ์ วิทย์การพงษ์ รอง ผกก.ป. ร.ต.อ.รักธรรม สมเขียวหวาน เจ้าหน้าที่เวรวิทยาการ มูลนิธิสยามรวมใจปู่อินทร์ และมูลนิธิใต้เต็กตึ๊งทุ่งใหญ่

ที่เกิดเหตุเป็นบ้านปูนชั้นเดียว หน้าบ้านพบกองเลือดสาดกระจายนองพื้น ในที่เกิดเหตุพบปลอกกระสุนปืนลูกซองตกอยู่ 2 ปลอก และมีดดาบยาว 50 ซม.เปื้อนเลือดตกอยู่ 1 ด้ามจึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน ส่วนคนเจ็บที่ถูกฟันด้วยมีดดาบและถูกยิงด้วยอาวุธปืนญาติช่วยกันนำส่ง รพ.ทุ่งใหญ่ ทราบชื่อนายทวีศิลป์ หรือกบ ชัยวินิชย์ อายุ 45 ปี ที่อยู่ตามบัตรประชาชนเลขที่ 175 หมู่ 3 ต.ช้างกลาง อ.ช้างกลาง จ.นครศรีธรรมราช มีบาดแผลถูกยิงด้วยปืนลูกซองยาว 5 นัดเข้าที่หน้าผากด้านขวาคมกระสุนถากเป็นทางยาวถึงศีรษะ 1 นัด อาการสาหัสแพทย์และพยาบาลระดมกำลังช่วยกันปั๊มหัวใจอยู่นานร่วมชั่วโมง สุดท้ายยื้อชีวิตไว้ไม่อยู่และเสียชีวิตลงในเวลาต่อมา

ส่วนคนเจ็บอีกรายทราบชื่อนางพิชญาภา ประทุมสุวรรณ อายุ 34 ปี อยู่บ้านเลขที่ 101/1 หมู่ 4 บ้านไร่หมวด ต.กรุงหยัน อ.ทุ่งใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช มีบาดแผลถูกฟันด้วยมีดดาบเข้าที่แขนขวาเป็นทางยาว 1 แผลเลือดไหลนองแพทย์ทำแผลใส่ยาอาการบาดเจ็บเล็กน้อยเห็นว่าปลอดภัยดีจึงให้กลับบ้านได้

จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุขณะที่นายอดิศร หรือเอ็น ประทุมสุวรรณ อายุ 34 ปี อยู่บ้านเลขที่ 101/1 หมู่ 4 ต.กรุงหยัน อาชีพรับจ้างและทำหน้าที่เป็นชุดรักษาความสงบประจำหมู่บ้าน มือปืนในคดีนี้ กำลังนั่งกินข้าวอยู่กับนางพิชญาภาภรรยา และลูกชายวัย 4 ขวบกับ 7 ขวบอยู่หน้าบ้าน ได้มีนายทวีศิลป์ ชัยวินิชย์ ผู้ตายที่เป็นญาติลูกพี่ลูกน้องกันกับนายอดิศร เมาเหล้าถือมีดดาบยาวครึ่งเมตรเดินเข้ามาที่บ้านส่งเสียงดังโวยวายพูดถึงเรื่องที่ดิน ที่นายอดิศรและนางพิชญาภาแบ่งที่ดินให้ผู้ตายได้อยู่อาศัย จนมีคนนำไปพูดในทำนองมาขอเขาอยู่อาศัยไม่มีที่เป็นของตัวเอง เรื่องจึงไปเข้าหูนายทวีศิลป์ สร้างความไม่พอใจถึงกับบุกมาด่าบุพการีของทั้งสองคนที่เป็นเจ้าของที่ดิน ก่อนจะเปิดฉากใช้มีดดาบยาวไล่ฟันนางพิชญาภา เข้าที่แขนวา 1 แผล

นายอดิศรสามีเห็นท่าไม่ดีเพราะนายทวีศิลป์ผู้ตาย ยังไล่ฟันแม่และคนในบ้าน จึงตัดสินใจเดินเข้าไปในบ้านหยิบปืนลูกซองยาว 5 นัดยิงใส่นายทวีศิลป์ไป 2 นัด นัดแรกกระสุนพลาดเป้าจึงยิงซ้ำเป็นนัดที่สอง กระสุนถูกหน้าผากด้านขวาถากเป็นทางยาวถึงศีรษะจนล้มฟุบจมกองเลือด ห่างจากบ้านไปเพียงเล็กน้อย หลังเกิดเหตุนายอดิศรมือยิงพร้อมกับญาติช่วยกันนำนายทวีศิลป์และนางพืชญาภา ส่ง รพ.ทุ่งใหญ่ และในเวลาต่อมานายทวีศิลป์ได้เสียชีวิตลง จากนั้นนายอดิศรกลับมาบ้านเพื่อรอมอบตัวกับเจ้าหน้าที่พร้อมอาวุธปืนของกลางที่ใช้ก่อเหตุในครั้งนี้มามอบเป็นหลักฐาน

ตำรวจควบคุมตัวมาสอบสวนให้การรับสารภาพ ว่าที่ทำลงไปนั้นเพราะเกิดจากการบันดาลโทสะ ที่เห็นภรรยาถูกทำร้ายต่อหน้าต่อตา ทั้งๆที่เป็นญาติลูกพี่ลูกน้องกับตนและแบ่งที่ดินให้ได้อยู่อาศัยทำมาหากิน พยายามห้ามปรามแล้วแต่ผู้ตายไม่ฟัง จึงตัดสินใจเดินเข้าไปในบ้านหยิบปืนออกมายิงได้รับบาเจ็บสาหัส ก่อนจะไปเสียชีวิตที่ รพ. ตำรวจนำตัวทำประวัติพิมพ์ลายนิ้วมือ และเก็บคราบเขม่าดินปืนที่มือทั้งสองข้าง ก่อนจะแจ้งข้อหาฆ่าคนตายโดยเจตนา ควบคุมตัวเข้าห้องขังเนื่องจากญาติเตรียมหลักทรัพย์มาขอยื่นประกันตัวไม่ทัน

ศรีสุวรรณบุก ป.ป.ช. เอาผิด 6 กกต. ถลุงงบ 12 ล้านไปต่างประเทศ

ศรีสุวรรณบุก ป.ป.ช. ร้องเรียนเอาผิด 6 กกต. ใช้งบ 12 ล้าน อ้างดูงานการใช้สิทธิเลือกตั้งของคนไทยในต่างประเทศ

เมื่อวันที่ 8 มี.ค. ที่ผ่านมา นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ได้เดินทางมายื่นหนังสือร้องเรียนต่อ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. เพื่อดำเนินการไต่สวนสอบสวนเอาผิด 6 กกต. ที่เดินทางไปต่างประเทศในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา เนื่องจากพบว่าคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ไม่มีการนัดประชุมเพื่อพิจารณาเรื่องสำคัญต่างๆ

เนื่องจากองค์ประชุมไม่ครบ เพราะ กกต.ทั้ง 6 คนอ้างว่าติดภารกิจเดินทางไปดูงานการใช้สิทธิเลือกตั้งของคนไทยในต่างประเทศ หรือการเลือกตั้งนอกราชอาณาจักรในเวลาไล่เลี่ยกันระหว่างวันที่ 27 ก.พ.-10 มี.ค.นี้ โดยที่การจัดการเลือกตั้งภายในประเทศซึ่งเป็นเรื่องใหญ่ที่ กกต. ต้องเร่งตรวจสอบและวินิจฉัยคงค้างอีกมากมาย อาทิ กรณีการร้องเรียนเกี่ยวกับการผิดกฎหมายเลือกตั้ง ผิดกฎหมายพรรคการเมืองมากมายในขณะนี้

ข้ออ้างที่ฝ่ายประชาสัมพันธ์กกต.แถลงเหตุผลมานั้นช่างเบาหวิวมาก จึงฟังไม่ขึ้น เนื่องจากอำนาจในการจัดการเลือกตั้ง ณ ประเทศต่างเป็นหน้าที่ของสถานทูตในแต่ละประเทศ สามารถทำได้ตามที่ กกต.มอบอำนาจให้ได้อยู่แล้ว ไม่มีความจำเป็นอย่างใดๆ ที่ กกต.ต้องไปติดตามตรวจสอบ ไม่เช่นนั้น กกต.ก็ต้องเดินทางไปทั้ง 67 ประเทศทั่วโลกที่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งได้ลงทะเบียนไว้

และเหตุใดต้องไปกันเป็นคู่ๆ ในประเทศที่เป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยว เช่น อังกฤษ อเมริกา เยอรมัน สวิตเวอร์แลนด์ และสิงค์โปร์ ส่วนประเทศอื่น ๆ เช่น จีน มาเลเซีบ ออสเตรเลีย ฯลฯ ที่มีการลงทะเบียนไว้เป็นจำนวนมาก ที่ไม่ไปเพราะไม่มีความสำคัญหรืออย่างไร และที่สำคัญทำไมต้องใช้งบประมาณแผ่นดินจากภาษีของประชาชนมากถึง 12 ล้านบาท จนถูกสังคมไทยวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างรุนแรงในขณะนี้

การกระทำของ 6 กกต.ดังกล่าว อาจเข้าข่ายฝ่าฝืน ม.21 แห่ง พรป.ว่าด้วย กกต.2560 ที่กำหนดให้ต้องทุ่มเทการทำงานให้เต็มเวลา และอาจเข้าข่าย “การทุจริตต่อหน้าที่” ตาม พรป.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต 2561 และอาจเข้าข่ายการฝ่าฝืนจริยธรรมหลายข้อ อาทิ ข้อ 7 ข้อ 11 และข้อ 17 ของมาตรฐานทางจริยธรรมของผู้ดํารงตําแหน่งในองค์กรอิสระ พ.ศ. 2561

ที่กำหนดไว้ชัดเจนว่า ต้องถือผลประโยชน์ของประเทศชาติเหนือกว่าประโยชน์ส่วนตน ไม่กระทําการอันเป็นการขัดกันระหว่างประโยชน์ส่วนตนกับประโยชน์ส่วนรวม ทั้งนี้ ไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อม และไม่กระทําการใดที่ก่อให้เกิดความเสื่อมเสียต่อเกียรติศักดิ์ของการดํารงตําแหน่ง ฯลฯ

ด้วยเหตุดังกล่าว สมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย จึงต้องนำความมาร้องเรียนต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. เพื่อให้ดำเนินการไต่สวน สอบสวนและเผาผิดตามมาตรา 28(1) ประกอบมาตรา 48 มาตรา 76 และมาตรา 87 แห่งพรป.ป.ป.ช.2561 ต่อไป

เลือกตั้ง62 : ‘มาร์ค’ พบ ‘หญิงหน่อย’ ขณะหาเสียงจับมือทักทายให้กำลังใจกัน

อภิสิทธิ์ ลงพื้นที่หาเสียงขอคะแนนประชาชน พบคุณหญิงสุดา​รัตน์​ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์​เลือกตั้ง​พรรคเพื่อไทยที่ ถ. เสรีไทย57 พร้อมให้กำลังใจกันและกัน

เมื่อช่วงเช้าวันนี้ (9 มีนาคม 2562) นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมด้วยนายพรพรหม  วิกิตเศรษฐ์ ผู้สมัคร ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์ เบอร์  6 เขตบึงกุ่ม – คันนายาว  ลงพื้นที่พบปะพี่น้องประชาชนที่ตลาดหมู่บ้านสหกรณ์ เคหะสถาน 4 และบริเวณสี่แยกสะพานลอย ปากซอยทางเข้าโรงเรียนคลองลำเจียก ถนนเกษตร – นวมินทร์

โดยนายอภิสิทธิ์ ได้กล่าวตอกย้ำถึงภารกิจ “แก้จน สร้างคน สร้างชาติ” ตามแนวทาง “ประชาชนเป็นใหญ่ ประชาธิปไตยสุจริต” โดยเน้นถึงแนวทางการทำงานของคนรุ่นใหม่อย่างนายพรพรหม วิกิตเศรษฐ์ ผู้สมัคร สส. เขตบึงกุ่ม – คันนายาว เบอร์ 6 ซึ่งจะมาผลักดันโครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ำตาล จากเส้นแคราย – ลำสาลี (บึงกุ่ม)  และสายสีเทา จากเส้นวัชรพล  – ทองหล่อ เพื่อเชื่อมเส้นทางกรุงเทพตะวันตกสู่ตะวันออก ยกระดับความเจริญย่านรามอินทรา และแก้ปัญหารถติดที่มีมาอย่างยาวนานให้หมดไป 

สำหรับเส้นทางรถไฟฟ้าสายสีน้ำตาล ช่วงแคราย-ลำสาลี (บึงกุ่ม) จะเริ่มต้นจากแยกแคราย มุ่งหน้าไปทางทิศตะวันออกตามแนวถนนงามวงศ์วาน จุดตัดทางพิเศษศรีรัช แยกพงษ์เพชร แยกบางเขน แยกเกษตร ต่อเนื่องไปตามแนวถนนประเสริฐมนูกิจ ผ่านจุดตัดถนนลาดปลาเค้า แยกเสนา จุดตัดถนนสุคนธสวัสดิ์ จุดตัดทางพิเศษฉลองรัช (รามอินทรา-อาจณรงค์) จุดตัดทางหลวง 350 จุดตัดถนนนวมินทร์ เลี้ยวขวาไปทางทิศใต้ ตามแนวถนนนวมินทร์ ผ่านแยกโพธิ์แก้ว แยกศรีบูรพา แยกแฮปปี้แลนด์ แยกบางกะปิ สิ้นสุดที่จุดตัดถนนพ่วงศิริและถนนรามคำแหง รวมระยะทางประมาณ 22.3 กิโลเมตร จำนวนสถานีเบื้องต้น 20 สถานี 

และสำหรับโครงการรถไฟฟ้าสายสีเทา (วัชรพล – ทองหล่อ) ซึ่งเป็นรถไฟฟ้ารางเดี่ยว เป็นสายที่เชื่อมต่อการเดินทางเข้าออกระหว่างใจกลางเมืองได้โดยตรงเพียง 25 นาที จากบึงกุ่มไปทองหล่อ และ 35 นาที จากบึงกุ่มไปสยาม ระบบรถไฟฟ้าสายสีเทามีบทบาทในแง่ที่ว่าเป็นแนวเส้นทางที่เชื่อมต่อกับระบบรถไฟฟ้าสายรถไฟฟ้าสีชมพูและสีเหลือง โดยรถไฟฟ้าสายสีเทาจะมีสถานีต้นทางเริ่มต้นที่วัชรพล ผ่านเส้นประดิษฐ์มนูธรรมและสิ้นสุดที่สถานีทองหล่อ อีกทั้งยังตัดกับระบบรถไฟฟ้าสายสีน้ำตาลที่สถานีเกษตร – นวมินทร์อีกด้วย

ในโอกาสนี้นายอภิสิทธิ์ยังได้กล่าวถึง นายพรพรหม วิกิตเศรษฐ์ ที่อยากให้ชาวบึงกุ่ม – คันนายาว ให้การสนับสนุน เนื่องด้วยเป็นคนรุ่นใหม่ที่ตั้งใจทำงาน และมีวิสัยทัศน์กว้างไกล การที่นายพรพรหมขับเคลื่อน และผลักดันโครงการรถไฟฟ้าทั้งสองสายนี้ ถือเป็นอีกหนึ่งนโยบายสำคัญที่จะช่วยยกระดับพื้นที่ในย่านนี้ และเป็นการกระจายความเจริญจากกรุงเทพชั้นใน สู่โซนกรุงเทพตะวันออกอย่างแท้จริง 

ด้านนายพรพรหม กล่าวว่า ตลอดช่วงเกือบสองเดือนที่ผ่านมาในการลงพื้นที่หาเสียงในย่านนี้ โดยเฉพาะเส้นทางเดินรถในย่านเกษตร – นวมินทร์ พบว่าสภาพการจราจรติดขัดมาก โดยเฉพาะในชั่วโมงเร่งด่วนทั้งช่วงเช้า และช่วงเย็น รถมีการเคลื่อนตัวช้า ตนมองว่าปัญหาการจราจรในย่านนี้เป็นปัญหาเรื้อรังมานาน การที่มีรถไฟฟ้าโครงการสายสีน้ำตาลเชื่อมต่อมายังเส้นทางนี้ ถือว่าจะช่วยแก้ปัญหาการจราจรได้เป็นอย่างดี 

อย่างไรก็ตามเมื่อเวลา 08.00 น.วันเดียวกัน ในระหว่างที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ช่วยผู้สมัคร ส.ส. หาเสียง ที่ ถ. เสรีไทย57 ได้พบกับคุณหญิงสุดา​รัตน์​ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์​เลือกตั้ง​พรรคเพื่อไทย จึงกล่าวทักทายพร้อมให้กำลังใจกันและกัน