รู้จัก ป้องกันได้ ภัยเงียบอันตราย ที่ชื่อ ‘โรคซึมเศร้า’

ถือว่าเป็นข่าวที่สะเทือนใจมาก กับกรณีนักศึกษากระโดดตึกของมหาวิทยาลัยฆ่าตัวตาย เมื่อวันที่ 6 มีนาคม ที่ผ่านมา และที่น่าตกใจอย่างยิ่งคือเป็นนักศึกษารายที่ 5 ในระยะเวลาเพียง 6 วันเท่านั้น ที่ตัดสินใจจบชีวิตตัวเอง ซึ่งจากข้อมูลแล้วพบว่าส่วนใหญ่มีอาการป่วยเป็น ‘โรคซึมเศร้า‘ และเชื่อว่ายังมีอีกหลายคนอาจกำลังประสบปัญหาอยู่และอาจจะไม่รู้ตัวว่ากำลังป่วยอยู่เช่นกัน

วันนี้ MThaiNews ขอพาผู้อ่านทุกท่านมาดูว่า ‘โรคซึมเศร้า’ มันโรคคืออะไร มีอันตรายมากน้อยแค่ไหน และประเทศไทยมีคนป่วยเท่าไหร่ ซึ่งโรคดังกล่าวถือว่าเป็นภัยเงียบที่พรากชีวิตคนไปไม่น้อย ทั้งในอดีตและปัจจุบัน

‘โรคซึมเศร้า’ คืออะไร?

‘โรคซึมเศร้า’ เป็นโรคทางจิตเวช สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกเพศทุกวัย ซึ่งความผิดปกติทางอารมณ์ และเป็นปัญหาสุขภาพจิตที่สำคัญของประเทศไทย เป็นคนที่มีอาการเศร้าอยู่ตลอดเวลา รู้สึกว่าไม่มีความสุขไม่อยากทำอะไร มีอาการทางกาย เช่น

นอนไม่หลับ ทานอาหารไม่ได้ อ่อนเพลีย น้ำหนักลด มีความคิดไปทางลบ ซึ่งภาวะทางอารมณ์ดังกล่าวหากปล่อยไว้เป็นระยะเวลานาน จะส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิต และผู้ป่วยอาจถึงขึ้นหาวิธีเพื่อที่จะฆ่าตัวตาย จากข้อมูลกรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข ปี 2561 พบว่าในประเทศไทยมีผู้ป่วยโรคซึมเศร้า 1.5 ล้านคน

อาการของโรคนี้เป็นอย่างไร?

1.มีอารมณ์ซึมเศร้า หงุดหงิด โกรธง่าย
2.หมดความสนใจ หรือ ความสุขในการทำกิจกรรมต่างๆ
3.นอนไม่หลับ หรือ นอหลับมากขึ้น
4.รู้สึกอ่อนเพลีย
5.เบื่ออาหาร หรือ ทานอาหารมากขึ้น
6.รู้สึกไร้ค่า ตำหนิตัวเอง
7.ไม่ค่อยมีสมาธิเวลาทำสิ่งต่างๆ
8.พูดช้า ทำอะไรช้าลง
9.มีความคิดอยากฆ่าตัวตาย หรือ มีความคิดอยากทำร้ายตัวเอง

***หากผู้ที่มีอาการที่กล่าวมาในข้างต้น และเป็นติดต่อกัน 2 สัปดาห์ มีโอกาสสูงที่จะเป็นโรคซึมเศร้า ควรพบแพทย์ในทันทีและเข้ารับการรักษาต่อไป***

โรคซึมเศร้าสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภท

โรคซึมเศร้าแบบขั้วเดียว คือ ผู้ป่วยมีอาการซึมเศร้าอย่างเดียว (แบ่งออกเป็น 2 ระดับ คือ โรคซึมเศร้าแบบรุนแรง และโรคซึมเศร้าเรื้อรัง)

โรคซึมเศร้าแบบสองขั้ว หรือ ที่เรียกว่า ‘ไบโพลาร์‘ ผู้ป่วยมีอาการอารมณ์ขึ้นลงมากกว่าคนทั่วไปจนเกิดผลเสีย โดยมีอารมณ์แปรปรวนรุนแรงสลับไปมาระหว่างอารมณ์ดีผิดปกติ กับช่วงภาวะซึมเศร้า หากผู้ป่วยไม่ได้รับการรักษาอาจจะทำให้กลายเป็นโรคจิตเภทได้

สาเหตุของ ‘โรคซึมเศร้า’

โรคซึมเศร้าไม่มีสาเหตุที่แน่ชัด ซึ่งคาดว่าปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดโรคซึมเศร้าได้แก่

พันธุกรรมหรือพื้นฐานดั้งเดิม มีประวัติสมาชิกในครอบครัวเป็นโรคซึมเศร้า หรือมีลักษณะนิสัยเป็นคนอ่อนไหวง่าย คิดมาก มองโลกในแง่ลบ รวมถึงการมีสารเคมีในสมองที่ไม่สมดุล

สภาพแวดล้อมตั้งแต่เด็กจนโต เช่น การเลี้ยงดูของพ่อแม่ อิทธิพลจากคนใกล้ชิดรอบข้าง

การเผชิญเรื่องเครียด เช่น ปัญหาชีวิตทั้งเรื่องการงาน ครอบครัว ปัญหาสุขภาพ

การดื่มแอลกอฮอล์และการใช้สารเสพติด การพึ่งเครื่องดื่มแอลกอฮอล์หรือสารเสพติดเพื่อให้ลืมความเสียใจและความเครียดจากเรื่องต่างๆ ไม่ใช่วิธีแก้ปัญหาที่ถูกต้อง แต่กลับทำให้เกิดภาวะซึมเศร้าตามมาได้ด้วย

การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน เช่น ฮอร์โมนจากภาวะตั้งครรภ์ หรือภาวะต่อมไทรอยด์ผิดปกติ

แนวทางการรักษา

การรักษาหลักคือ การพูดคุยให้คำปรึกษา การทำจิตบำบัด รวมถึงการใช้ยาในกลุ่มแก้ซึมเศร้าหากมีความจำเป็น โรคซึมเศร้าเป็นโรคที่รักษาได้ ผู้ป่วยส่วนใหญ่จะอาการดีขึ้นจนสามารถใช้ชีวิตได้อย่างเป็นปกติและยิ่งมารับการรักษาเร็วเท่าไรอาการก็จะดีขึ้นได้อย่างรวดเร็ว แต่หากปล่อยทิ้งไว้จะทำให้รักษายากยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ปัจจุบันยารักษาโรคซึมเศร้าเป็นยาที่ถือว่าปลอดภัย ไม่ค่อยมีผลข้างเคียง ผู้ป่วยบางคนกลัวผลข้างเคียงจนไม่กล้ากินยาตามที่แพทย์สั่งจนครบ เพราะกลัวว่าจะติดยาหรือกลัวว่ายาทำให้มีอาการมึนงงไปหมด ความจริงแล้วยาแก้ซึมเศร้าไม่มีการติดยาและไม่ทำให้เกิดอาการมึนงงอย่างที่เข้าใจกัน

วิธีการป้องกัน

การป้องกันโรคซึมเศร้าทำได้โดยปฏิบัติหลักสุขศึกษา คือ

อาหาร ให้กินอาหารครบ 5 หมู่ หากขาดสารอาหารบางอย่างไปจะทำให้มีความเสี่ยงเป็นโรคซึมเศร้ามากขึ้น เช่น โอเมก้า 3 วิตามิน อี ซี ดี ทองแดง ธาตุเหล็ก

การออกกำลังกาย ควรออกกำลังกายสัปดาห์ละอย่างน้อย 4 วันต่อสัปดาห์ ต่อเนื่องกัน 30-40 นาที เป็นการออกกำลังกายเบาๆ เช่น เดินเร็วก็ได้

การพักผ่อน นอนหลับให้เพียงพอกับที่ร่างกายต้องกาย ให้ตื่นขึ้นมาแล้วรู้สึกสดชื่น ไม่ง่วงหรือยังเพลียอยู่

การทำสมาธิ (Mindfulness) เพื่อผ่อนคลายจิตใจ มีงานวิจัยมากมายพบว่าการทำสมาธิช่วยให้สมองผ่อนคลาย ลดความเครียดได้

การฝึกคิดบวก ป้อนความคิดทางบวกให้กับตัวเองอยู่เสมอเพื่อสร้างให้จิตใจมีความเข้มแข็ง เอาชนะอุปสรรคในชีวิตได้

นอกจากการปฏิบัติตามข้างต้นแล้ว การปรึกษาจิตแพทย์ หรือผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับโรคทางจิตเวชก็เป็นวิธีหนึ่งที่ช่วยป้องกันและแก้ปัญหาได้ หากคิดว่าตัวเองกำลังเผชิญภาวะดังกล่าวอยู่ ซึ่งในปัจจุบันประเทศไทยของเราก็มีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับเรื่องทางจิตเวชกระจายอยู่ตามโรงพยาบาลและสถาบันต่างๆ ดังนี้

รายชื่อโรงพยาบาลที่มีจิตแพทย์ ในเขตกรุงเทพฯ

โรงพยาบาลที่มีจิตแพทย์ สังกัดรัฐ

– สถาบันจิตเวชศาสตร์สมเด็จเจ้าพระยา เขตคลองสาน
– รพ.ศิริราช เขตบางกอกน้อย
– รพ.จุฬาลงกรณ์ เขตปทุมวัน
– รพ.ตำรวจ เขตปทุมวัน

– รพ.รามาธิบดี เขตราชเทวี
– รพ.พระมงกุฎเกล้า เขตราชเทวี
– รพ.ราชวิถี เขตราชเทวี
– สถาบันประสาทวิทยา เขตราชเทวี

– สถาบันสุขภาพจิตเด็กราชนครินทร์ (ตรงข้ามรพ.รามา) เขตราชเทวี
– สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี (รพ.เด็ก) เขตราชเทวี
– สถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์ เขตทวีวัฒนา

– รพ.ราชานุกูล เขตดินแดง
– รพ.วชิรพยาบาล เขตดุสิต
– รพ.กลาง เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย
– รพ.นพรัตนราชธานี เขตคันนายาว
– รพ.เจริญกรุงประชารักษ์ เขตบางคอแหลม

– รพ.เวชการุณย์รัศมิ์ เขตหนองจอก
– รพ.สิรินธร เขตประเวศ
– รพ.ทหารผ่านศึก เขตพญาไท
– รพ.ทหารเรือกรุงเทพ พร. เขตบางนา
– รพ.ภูมิพลอดุลยเดช พอ. เขตสายไหม
– รพ.สมเด็จพระปิ่นเกล้ากรมแพทย์ทหารเรือ เขตธนบุรี

โรงพยาบาลที่มีจิตแพทย์ สังกัดเอกชน

– รพ.กรุงเทพ เขตห้วยขวาง
– รพ.พระรามเก้า เขตห้วยขวาง

– รพ.บางนา เขตบางนา
– รพ.มนารมย์ เขตบางนา
– รพ.บำรุงราษฎร์ เขตวัฒนา
– รพ.คามิลเลียน เขตวัฒนา
– รพ.สมิติเวชสุขุมวิท เขตวัฒนา

– รพ.สมิติเวชศรีนครินทร์ เขตสวนหลวง
– รพ.วิชัยยุทธ เขตพญาไท
– รพ.พญาไท2 เขตพญาไท
– รพ.เปาโล เมโมเรียล เขตพญาไท

– รพ.ธนบุรี เขตบางกอกน้อย
– รพ.เจ้าพระยา เขตบางกอกน้อย
– รพ.หัวเฉียว เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย
– รพ.พญาไท1 เขตราชเทวี

– รพ.บางปะกอก 1 เขต ราษฎร์บูรณะ
– รพ.บางปะกอก9 เขตจอมทอง
– รพ.กรุงเทพคริสเตียน เขตบางรัก
– รพ. BNH เขตบางรัก
– รพ.เสรีรักษ์ เขตมีนบุรี

– รพ.เซนต์หลุยส์ เขตสาทร
– รพ.เวชธานี เขตบางกะปิ
– รพ.พญาไท3 เขตภาษีเจริญ
– รพ.นครธน เขตบางขุนเทียน
– รพ.กล้วยน้ำไท เขตคลองเตย
– รพ.ยันฮี เขตบางพลัด

โรงพยาบาลที่มีจิตแพทย์ ในเขตปริมณฑล

– รพ.ศรีธัญญา อ.เมือง จ.นนทบุรี
– รพ.ชลประทาน อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี
– รพ.ปากเกร็ด อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี

– รพ.พระนั่งเกล้า อ.เมือง จ.นนทบุรี
– รพ.นนทเวช อ.เมือง จ.นนทบุรี
– รพ.เกษมราษฎร์ อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี

– รพ.ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี

โรคซึมเศร้า แม้จะฟังดูอันตราย แต่ถ้ารู้เท่าทันก็สามารถป้องกันได้ มาหมั่นสังเกตตัวเองและคนรอบข้างกันดีกว่า เพื่อที่โรคนี้จะได้ไม่มาเกาะกินเราและคนใกล้ตัวได้

ขอบคุณข้อมูล : www.honestdocs.co / www.bumrungrad.com / คลินิกสุขภาพจิตนายแพทย์เจษฎา

3 หน่วยงานผนึกกำลัง หนุน SME ไทย ยกระดับมาตรฐานสินค้ากลุ่มเครื่องสำอาง

สสว. จับมือ อย. และ CENTRAL LAB THAI จัดโครงการยกระดับมาตรฐานสินค้า เพื่อช่วยสนับสนุนให้ SMEs ได้รับมาตรฐานสินค้าในกลุ่มเครื่องสำอางและอาหาร เน้นจัดอบรมให้ความรู้เกี่ยวกับมาตรฐานสินค้า สนับสนุนการตรวจสารปนเปื้อนและสารพิษตกค้าง

นายสุวรรณชัย โลหะวัฒนกุล ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) กล่าวว่า ปัจจุบันธุรกิจเครื่องสำอางมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และยังได้รับอิทธิพลจากการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้บริโภคที่หันมาดูแลสุขภาพและผิวพรรณมากขึ้น ทำให้ปฏิเสธไม่ได้ว่าเครื่องสำอางได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันไปแล้ว ซึ่งตลาดเครื่องสำอางในปัจจุบันมีความหลากหลายทั้งเรื่องชนิด คุณสมบัติ คุณภาพ และราคา

แต่สิ่งเหล่านี้ล้วนผลิตจากสารเคมีที่ไม่ได้สังเคราะห์โดยธรรมชาติ สารบางตัวหากได้รับในปริมาณมากเกินไปก็อาจเป็นอันตราย และสิ่งที่น่ากลัวสำหรับผู้บริโภคคือ การที่ไม่ทราบว่าครีมหรือเครื่องสำอางที่ซื้อมามีส่วนผสมของสารอันตรายในเครื่องสำอางอยู่หรือไม่ อีกทั้งจากปัญหาที่พบในปัจจุบันเครื่องสำอางที่จำหน่ายอยู่ในท้องตลาด ตรวจพบสารปนเปื้อนที่เป็นอันตรายเป็นจำนวนมาก เช่น ตรวจพบสีที่ห้ามใช้ในในเครื่องสำอางกลุ่มตกแต่งใบหน้า สารปนเปื้อนในกลุ่มโลหะหนักเช่น สารปรอท

ซึ่งมักพบในเครื่องสำอางจำพวกครีมหน้าขาวใส และสารสเตียรอยด์ ไฮโดรควิโนน กรดวิตามินเอ ที่มักพบในผลิตภัณฑ์รักษาผิวหน้า รวมไปถึงการตรวจพบเครื่องสำอางปลอม จดแจ้งข้อมูลอันเป็นเท็จ ไม่มีสถานที่ผลิตจริงตามที่จดแจ้งไว้ ซึ่งอาจส่งผลให้เครื่องสำอางที่วางจำหน่ายไม่มีคุณภาพและมาตรฐาน

ผอ.สสว. กล่าวว่า จากปัญหาดังกล่าว สสว. จึงดำเนินโครงการยกระดับมาตรฐานสินค้าซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่าง สสว. อย. และ CENTRAL LAB THAI โดย สสว. ให้ความสำคัญกับกลุ่มผู้ประกอบการเครื่องสำอางเป็นหลัก เนื่องจากที่ผ่านมาปัญหาใหญ่ของผู้ประกอบการเครื่องสำอาง คือเรื่องมาตรฐานที่เป็นที่ยอมรับจากผู้บริโภค

โดยโครงการที่จัดขึ้น เป็นการจัดอบรมให้ความรู้ในการพัฒนาคุณภาพสินค้าประเภทเครื่องสำอางและอาหาร ให้ได้มาตรฐานความปลอดภัย ซึ่งมีพื้นที่จัดอบรมทั่วประเทศ อาทิ ภาคเหนือจัดที่จังหวัดเชียงราย ภาคใต้จัดที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือจัดที่จังหวัดนครราชสีมา ภาคกลางจัดที่จังหวัดนครปฐม กรุงเทพมหานครและปริมณฑลจัดที่จังหวัดนนทบุรี

โดยเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการ SME วิสาหกิจชุมชน ผู้ประกอบการโอทอป วิสาหกิจรายย่อย และบุคคลทั่วไป ที่เป็นสมาชิกของ สสว. ลงทะเบียนเข้ารับการอบรมและผ่านการคัดเลือกจำนวนรวม 1,000 รายแบ่งเป็นกลุ่มเครื่องสำอาง จำนวน 800 ราย และฝึกอบรมกลุ่มอาหาร จำนวน 200 ราย เข้ารับการฝึกอบรมเกี่ยวกับมาตรฐานสินค้าจากวิทยากรผู้เชี่ยวชาญจาก อย. และ ได้รับสิทธิ์คูปองส่วนลดรายละ 3,000 บาทเพื่อใช้บริการตรวจและวิเคราะห์ผลทางห้องปฏิบัติการกับ Central LabThai เพื่อเพิ่มศักยภาพการผลิตสินค้าสู่มาตรฐานความปลอดภัย รวมถึงการดูแลให้คำปรึกษาแนะนำแก่ผู้เข้าร่วมโครงการอย่างใกล้ชิด

เภสัชกรหญิง สมศรี ปรีชาทวีกิจ ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยของเครื่องสำอางและวัตถุอันตราย สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กล่าวว่า อย.มีหน้าที่ปกป้องและคุ้มครองสุขภาพประชาชนจากการบริโภคผลิตภัณฑ์สุขภาพ และเป็นหน่วยงานหลักที่ควบคุมดูแลการประกอบกิจการเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง

โดยผลิตภัณฑ์เหล่านั้นต้องมีคุณภาพมาตรฐานและปลอดภัย มีการส่งเสริมพฤติกรรมการบริโภคที่ถูกต้องด้วยข้อมูลวิชาการ ที่มีหลักฐานเชื่อถือได้และมีความเหมาะสม เพื่อให้ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพมีคุณภาพปลอดภัย ผู้บริโภคเกิดความมั่นใจ และส่งเสริมผู้ประกอบการให้สามารถแข่งขันทางการค้าในระดับสากลได้

ผู้เชี่ยวชาญ อย. เผยว่า การเข้าถึงกระบวนการเข้ารับการรับรองมาตรฐาน อย. เป็นกลไกสำคัญที่จะส่งผลให้ผู้ประกอบการเครื่องสำอาง และอาหาร ประสบความสำเร็จในการได้รับการรับรองมาตรฐาน อย. ซึ่งในการดำเนินโครงการยกระดับมาตรฐานสินค้า ผู้ประกอบการที่เข้าร่วมในโครงการจะได้รับการความรู้ และให้คำปรึกษา แนะนำขั้นตอนการตรวจประเมินสถานที่ผลิต เพื่อเตรียมความพร้อมในการยื่นขอมาตรฐาน อย.จากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา

พันโท นราวิทย์ เปาอินทร์ กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท ห้องปฏิบัติการกลาง (ประเทศไทย) จำกัด หรือ Central Lab Thaiกล่าวว่า ปัจจุบันสินค้าในกลุ่มเครื่องสำอาง และอาหารเป็นสินค้าที่มีกลุ่มผู้บริโภคเป็นจำนวนมาก ซึ่งเป็นโอกาสที่ดีหากผู้ประกอบการในกลุ่มสินค้าดังกล่าวนั้น สามารถผลิตสินค้าให้มีคุณภาพได้มาตรฐาน จะส่งผลให้เป็นที่ยอมรับในกลุ่มลูกค้า ซึ่งกลไกสำคัญที่จะสามารถบ่งบอกและรับรองได้ว่าสินค้าเครื่องสำอาง และอาหาร มีคุณภาพได้มาตรฐานความปลอดภัย คือ การนำตัวอย่างสินค้าเข้าตรวจสอบในห้องปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์

โดยในการจัด โครงการยกระดับมาตรฐานสินค้า ในครั้งนี้ ผู้เข้าร่วมในโครงการจะได้รับการส่งเสริมมาตรฐานสินค้า โดยสนับสนุนการตรวจวิเคราะห์สารปนเปื้อน หรือตรวจสารพิษตกค้าง (Toxic) หรือตรวจผลิตภัณฑ์ตามข้อกำหมดของกระทรวงสาธารณสุข หรือหน่วยงานภาครัฐอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง พร้อมออกรายงานผลตรวจวิเคราะห์ และให้คำปรึกษา เพื่อปรับปรุงการผลิตสินค้าให้ได้มาตรฐาน ซึ่ง Central Lab Thai ได้ดำเนินการจัดโปรแกรมการตรวจวิเคราะห์ผลิตภัณฑ์ตามมาตรฐานของรัฐ โดยการอบรมในแต่ละครั้ง ผู้ประกอบการจะได้รับส่วนลดในการตรวจวิเคราะห์ผลิตภัณฑ์มูลค่า 3,000 บาท/ โปรแกรม/ ราย

‘ปรีชาพล’ น้ำตาคลอ กล่าวขอบคุณทุกคนที่อยู่เคียงข้างพรรค

ถ้อยคำจาก ‘ปรีชาพล’ หลังศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยมีคำสั่งให้ยุบพรรคไทยรักษาชาติ

วันที่ 7 มี.ค. 2562 บรรยากาศภายหลังศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยมีคำสั่งให้ยุบพรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) มีประชาชนบางส่วนถึงกับนั่งร้องไห้กลางบริเวณหน้าศาลรัฐธรรมนูญ ขณะที่บางส่วนได้มีการแสดงความไม่เห็นด้วยและตระโกนว่า “ไม่เอาเผด็จการ”

ด้านร้อยโทปรีชาพล พงษ์พานิช อดีตหัวหน้าพรรค ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ทั้งน้ำตาคลอว่า

จากที่ได้รับฟังการวินิจฉัยนั้น ตนและกรรมการบริหารพรรคยืนยันน้อมรับพระราชโองการเมื่อวันที่ 8 ก.พ. ที่ผ่านมา ด้วยความจงรักภักดีต่อสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์

ทั้งนี้ทางพรรครู้สึกเสียใจอย่างสุดซึ้ง แน่นอนที่สุดการยุบพรรคกระทบต่อสิทธิและเสรีภาพทางการเมืองขั้นพื้นฐาน และกระทบต่อประชาชนที่เตรียมตัวเข้าสู่การเลือกตั้ง ซึ่งตนขอขอบคุณทุกกำลังใจจากทุกคน โดยพรรคการเมืองของเราแม้จะมีอายุเพียงแค่ 4 เดือน แต่ก็ได้รับความเมตตาจากประชาชน ซึ่งเราได้พยายามทำหน้าที่ด้วยความตรงไปตรงมา มีเจตนาที่บริสุทธิ์

ขณะที่กรรมการบริหารพรรคจะถูกเพิกถอนสิทธิทางการเมือง 10 ปี สำหรับตนและกรรมการบริหารพรรคทุกคนไม่ว่าจะอยู่ในสถานะใดก็ตามเราก็จะทำประโยชน์ให้แก่บ้านเมือง

ข่าวอื่นๆ