13 กรรมการบริหารพรรคไทยรักษาชาติ ถูกเพิกถอนสิทธิ์ทางการเมือง 10 ปี

กรรมการบริหารพรรคไทยรักษาชาติจำนวน 13 ราย ถูกเพิกถอนสิทธิ์ทางการเมือง ไม่สามารถจัดตั้งพรรคใหม่ได้ 10 ปี

วันที่ 7 มี.ค. 2562 ศาลรัฐธรรมนูญได้นัดอ่านคำวินิจฉัย เรื่องคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. ยื่นคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยยุบพรรคไทยรักษาชาติ หรือ ทษช.

โดยศาลรัฐธรรมนูญมีมติเอกฉันท์ให้ยุบพรรคไทยรักษาชาติ และมีมติ 6 ต่อ 3 ให้สั่งเพิกถอนสิทธิทางการเมืองของคณะกรรมการบริหารพรรค (กก.บห.) ที่ดำรงตำแหน่ง ณ วันที่ 8 ก.พ. ซึ่งเป็นวันที่มีการกระทำความผิด มีมติเอกฉันท์ให้เพิกถอนสิทธิการเมือง กรรมการบริหารพรรคไทยรักษาชาติเป็นเวลา 10 ปี

กรรมการบริหารพรรคไทยรักษาชาติจำนวน 13 ราย ถูกเพิกถอนสิทธิ์ทางการเมือง ไม่สามารถจัดตั้งพรรคใหม่ได้ 10 ปี นับแต่วันที่ 8 ก.พ. 62 ประกอบไปด้วย

1)ร.ท. ปรีชาพล พงษ์พานิช หัวหน้าพรรค

2)น.ส.สุณีย์ เหลืองวิจิตร รองหัวหน้าพรรค

3)นายฤภพ ชินวัตร รองหัวหน้าพรรค

4)นายพฤติชัย วิริยะโรจน์ รองหัวหน้าพรรค

5)นพ.พงษ์ศักดิ์ ภูสิทธิ์สกุล รองหัวหน้าพรรค

6)นายมิตติ ติยะไพรัช เลขาธิการพรรค

7)นายต้น ณ ระนอง รองเลขาธิการพรรค

8)นายวิม รุ่งวัฒนจินดา รองเลขาธิการพรรค

9)นายคณาพจน์ โจมฤทธิ์ รองเลขาธิการพรรค

10)น.ส.ชยิกา วงศ์นภาจันทร์ นายทะเบียนสมาชิกพรรค

11)นายพงศ์เกษม สัตยาประเสริฐ โฆษกพรรค

12)นางวรรษมล เพ็งดิษฐ์ เหรัญญิกพรรค

13)นายจุลพงษ์ โนนศรีชัย กรรมการบริหารพรรค

ทั้งนี้ ดร.รุ่งเรือง พิทยศิริ กรรมการบริหารพรรค ลาออกวันที่ 4 ก.พ. 2562 จึงไม่ถูกเพิกถอนสิทธิ์ทางการเมือง

ปอท.เตือนอย่าคิดเลียนแบบ ล้งทุเรียนโพสต์เฟซหาคู่ให้ลูกสาว อาจพลาดทำผิด พรบ.คอมพ์

โฆษก บก.ปอท.มองล้งทุเรียนชุมพรโพสต์เฟซบุ๊กหาคู่ให้ลูกสาวว่าเป็นสีสันบนโซเชียล ก่อนเตือนสติรายอื่นอย่าคิดเลียนแบบเพราะอาจพลาดทำผิด กม.พรบ.คอมพ์ได้ ถ้าพิสูจน์ได้ว่าเป็นเรื่องไม่จริง

เมื่อเวลา 13.00 น.วันที่ 7 มี.ค. 2562 ที่ บก.ปอท. พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ ดีพอ ผกก.3 ในฐานะโฆษก บก.ปอท. ได้กล่าวถึงกรณีที่นายอานนท์ รถทอง เสี่ยล้งทุเรียนชาวชุมพร ประกาศหาคู่ให้ น.ส.กาญจน์สิตา รถทอง ลูกสาวคนสุดท้องผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวชื่อ “อานนท์ รถทอง” ข้อความที่โพสต์ระบุว่า ประกาศตามหาลูกเขย” และแนบคุณสมบัติอีก 3 ข้อ  คือ ต้องมีความรู้ไม่ต้องเอาแค่อ่านออกเขียนได้ (ใบปริญญาไม่เอาเต็มข้างฝาบ้าน) ขยันอดทนทำงาน ไม่ขี้เกียจ และต้องขี้เหนียวใช้เงินไม่เป็นชอบทำทุเรียน

ในตอนสุดท้าย ยังได้บอกอีกว่า จะให้ทุนในการประกอบอาชีพเป็นเงินถึง 10 ล้านบาท และจะไม่รับสินสอดจากฝ่ายชายแต่อย่างใด โดยรูปภาพจำนวน 8 รูป ที่ได้โพสต์ลงไปนั้น เผยให้เห็นแหวนและสร้อยคอทองคำจำนวนมาก และเงินสดอีกหลายแสนบาท ซึ่งเรื่องราวดังกล่าวได้ถูกแชร์ออกสู่โลกโซเชียลแล้วกว่า 16,000 ครั้ง และได้มีชาวเน็ตเข้ามาสมัครเป็นลูกเขยจำนวนมาก แต่หลังจากนั้นได้มีการประกาศยกเลิกการรับสมัครลูกเขยในเวลาต่อมา โดยเสี่ยล้งทุเรียนอ้างว่า มีผู้เข้ามาสมัครเป็นจำนวนมากทำให้ส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตส่วนตัว

ในเรื่องนี้ทาง พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ โฆษก บก.ปอท. มีความเห็นว่า โดยส่วนตัวแล้วตนมองเรื่องนี้เป็นสีสันบนโลกโซเชียล เมื่อมีการประกาศหาคู่พร้อมธุรกิจทุเรียนและเงินทุนอีก 10 ล้านบาท ตรงนี้ทำให้ชายไทยบางกลุ่มเกิดความหวังที่จะพบรักกับหญิงสาว มีเงินมีทอง โดยมีพ่อตาเป็นฝ่ายอุปถัมภ์ให้ แต่อยากจะฝากเตือนไว้ว่า ถ้ามีคนที่คิดอยากจะโพสต์ในลักษณะแบบนี้อีก ถ้าการโพสต์ออกมาแล้วเกิดเป็นเท็จหรือมีเจตนาบิดเบือนแล้วจะทำให้ประชาชนเกิดความเสียหายก็อาจจะสุ่มเสี่ยงกับการถูกดำเนินคดีตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ได้

พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ ดีพอ
พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ ดีพอ  ผกก.3 โฆษก บก.ปอท. 

ทั้งนี้ได้กล่าวเตือนด้วยว่า ถ้าจะสร้างสีสันก็ขอให้พิจารณาคดีก่อนว่าเป็นเรื่องจริงหรือเปล่า ถ้าเป็นเรื่องไม่จริง นึกสนุกคึกคะนองโพสต์ออกมาแล้วเกิดความเสียหายกับประชาชน ไม่เป็นความจริงจะถูกดำเนินคดีแน่นอน จะบอกว่ารู้เท่าไม่ถึงการไม่ได้ ซึ่งอัตราโทษค่อนข้างหนักคือ ม.14(1) ตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ พ.ศ.2560 อัตราโทษจำคุกไม่เกิด 5 ปี ปรับไม่เกิน 1 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ด่วน! ศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยยุบพรรคไทยรักษาชาติ ตัวสิทธิ์การเมือง 10 ปี !!

ศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยยุบพรรคไทยรักษาชาติ

วันที่ 7 มี.ค. 2562 เวลา 15.00 น. ที่ศาลรัฐธรรมนูญได้นัดอ่านคำวินิจฉัย เรื่องคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. ยื่นคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยยุบพรรคไทยรักษาชาติ หรือ ทษช. ทั้งนี้มีแกนนำพรรค ทษช. กรรมการบริหารพรรค และสมาชิกพรรค เข้าร่วมรับฟังการพิจารณาด้วย

โดยในท้ายที่สุดวันนี้ศาลมีวินิจฉัยมีคำสั่งให้ยุบพรรคไทยรักษาชาติเนื่องจากมีหลักฐานชัดเจน และทางพรรคทราบดีว่าทูลกระหม่อมฯ เป็นพระราชธิดาพระองค์ใหญ่ในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ทั้งยังเป็นพระเชษฐภคินีในสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และพระบรมราชวงศ์ทุกพระองค์ แม้จะทรงกราบถวายบังคมลาออกจากฐานันดรศักดิ์ไปแล้วตามกฎมณเฑียรบาล

ดังนั้นพรรคการเมืองต้องมีความรับผิดชอบทุกการตัดสินใจ หากพรรคใดมีการกระทำเป็นปฏิปักษ์ถึงจะไม่มีเจตนาล้มล้างก็เข้าลักษณะเข้าข่าย โดยจะต้องถูกลงโทษ อ้างความไม่รู้หรือรู้เท่าไม่ถึงการณ์ไม่ได้

ทั้งนี้ การเพิกถอนสิทธิรับสมัครเลือกตั้งของคณะกรรมการบริหารพรรค ผู้ถูกร้องที่ดำรงตำแหน่งอยู่ในวันที่ 8 ก.พ. ซึ่งเป็นวันที่มีการกระทำความผิดมีกำหนดระยะเวลา 10 ปี นับตั้งแต่ศาลมีคำสั่งยุบพรรค และห้ามไม่ให้ผู้ซึ่งเคยดำรงตำแหน่งกรรมการบริหารพรรคไปจดทะเบียนพรรคการเมืองขึ้นใหม่หรือเป็นกรรมการบริหารพรรคการเมืองหรือมีส่วนรวมในการจัดตั้งพรรคการเมืองขึ้นใหม่อีกไม่ได้ภายในกำหนดระยะเวลา 10 ปี

ทั้งนี้การวินิจฉัยดังกล่าวสืบเนื่องจากการที่พรรคไทยรักษาชาติ ได้การเสนอพระนามทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี เป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์เป็นวงกว้าง ต่อมาสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชโองการให้ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนฯ ยุติบทบาท เนื่องจากพระมหากษัตริย์และพระบรมราชวงศ์ทุกพระองค์ทรงดำรงสถานะอยู่เหนือการเมือง

จากนั้น กกต. จึงเห็นว่า ทษช. มีความผิดตามมาตรา 92 ของ พ.ร.บ.พรรคการเมือง ที่กระทำการอันอาจเป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข จึงได้ยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญเพื่อขอให้วินิจฉัยยุบพรรค ในเวลาต่อมาศาลได้พิจารณารับคำร้องดังกล่าวและมีการนัดพิจารณาในครั้งต่อไป

ขณะที่เมื่อวันที่ 27 ก.พ. ที่ผ่านมา ศาลรัฐธรรมนูญได้พิจารณาคำร้องเห็นว่าคดีมีพยานหลักฐานเพียงพอที่จะพิจารณาวินิจฉัยได้ จึงไม่ทำการไต่สวนตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญนูญ พ.ศ. 2561 มาตรา 58 วรรคหนึ่ง และกำหนดประเด็นที่ต้องพิจารณาวินิจฉัย ดังนั้นศาลธรรมนูญจึงกำหนดนัดแถลงด้วยวาจา และลงมติในวันนี้ (7 มี.ค.2562)