ศาลสั่งประหารชีวิต ‘โฟร์ สีมา​’ มือฆ่าชิงทรัพย์ ยาย-หลาน

ศาลพิพากษาให้ประหารชีวิต ‘โฟร์ สีมา​’ มือฆ่าชิงทรัพย์ ยาย-หลาน แต่ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพจึงลดโทษให้เหลือจำคุกตลอดชีวิต

จากกรณีมีคนร้ายก่อเหตุฆ่าชิงทรัพย์ นางสนม เกสร อายุ 56 ปี กับ ด.ช.อรรถโกวิทย์ มณฑาจันทร์ อายุ 11 ขวบ ที่ จ.เพชรบูรณ์ ชิงสร้อยคอทองคำหนัก 1 บาท และโทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง เหตุเกิดเมื่อวันที่ 25 ก.ค.2561 ที่ผ่านมา

ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมตัวผู้ก่อเหตุได้คือ นายวัชรพล หรือโฟร์ สีมา อายุ 20 ปี โดยให้การรับสารภาพว่า ตนก่อเหตุจริง ตั้งใจจะไปขโมยแค่ทรัพย์สิน แต่ผู้ตายทั้งสองตื่นมาเห็นเสียก่อน และเรียกให้เพื่อนบ้านช่วย ตนเลยจวงแทงทั้งคู่ เพื่อปิดปาก จากนั้นได้หลบหนีเข้าไปบ้านและทำตัวปกติเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น จนกระทั่งถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับได้ดังกล่าว

ล่าสุด ที่ห้องพิจารณาคดีที่ 3 ศาลจังหวัดหล่มสัก ศาลพิพากษาให้ประหารชีวิตนายวัชรพล แต่ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพจึงลดโทษให้เหลือจำคุกตลอดชีวิต พร้อมทั้งชดเชยค่าเสียหายให้แก่โจทก์เป็นจำนวนเงินกว่า 600,000 บาท

ด้านนางพรพภา มณฑาจันทร์ ซึ่งเป็นลูกสาวของนางสนม และ เป็นแม่ของ ด.ช.อรรถโกวิทย์ ได้กล่าวขอขอบคุณศาลที่ได้ลงโทษผู้ที่ฆ่าแม่และลูกชายของตนเองให้ประหารชีวิต และ การที่ศาลได้ลดโทษให้จำคุกตลอดชีวิต ตนก็เห็นว่าเป็นการสมควรแล้วที่ผู้ก่อเหตุจะต้องได้ชดใช้กรรมในเรือนจำต่อไป ซึ่งถ้าหากดวงวิญญาณแม่รับรู้ได้ก็คงไม่อยากให้มีการประหารชีวิต เพราะจะเป็นเวรกรรมต่อกันไปในชาติหน้า

อพยพวุ่น!! ไฟไหม้ป่าหญ้ากว่า 50ไร่ ควันโหมเข้าหมู่บ้าน

เกิดเหตุเพลิงไหม้ป่าหญ้ากว่า 50 ไร่ เป็นวงกว้างกลุ่มควันปกคลุมหมู่บ้านจัดสรร เจ้าหน้าที่เร่งอพยพผู้สูงอายุและเด็กเล็ก

เมื่อเวลา 16.30 น. วันที่ 28 มีนาคม 62 ศูนย์วิทยุมูลนิธิร่วมกตัญญูจังหวัดปทุมธานี รับแจ้งมีเหตุเพลิงไหม้หญ้าเป็นวงกว้างกลุ่มควันปกคลุมหมู่บ้านจัดสรรมีผู้ป่วยติดเตียงและเด็กติดอยู่ภายในบ้านจำนวนหลายราย ที่เกิดเหตุหมู่บ้านพฤกษา64/1 หมู่ที่5 คลองสาม อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี หลังรับแจ้งจึงจัดกำลังอาสาสมัครในพื้นที่ พร้อมประสานงานรถดับเพลิงอบต.คลองสาม อบต.คลองสี่ อบต.คลองห้า และพื้นที่ข้างเคียงจำนวน6คัน พร้อมชุดค้นหาภายในตัวอาคารรุดไปที่เกิดเหตุ

ที่เกิดเหตุเป็นหมู่บ้านจัดสรร2ติดกันได้แก่หมู่บ้านพฤกษา64/1 และพฤกษา64/2 ซึ่งมีบ้านเรือนประชาชามากกว่า 400 หลังคาเรือน ส่วนต้นเพลิงเกิดจากเพลิงที่ไหม้ป่าหญ้าด้านทิศใต้ของหมู่บ้าน ซึ่งเป็นพื้นที่กว้างกว่า 50 ไร่ แสงเพลิงได้ลุกไหม้อย่างรุนแรงเพราะเป็นหญ้าแห้ง ประกอบกับลมได้เปลี่ยนทิศทางทำให้ควันปกคลุมบ้านเรือนประชาชนจนมองไม่เห็นผิวทางและบ้านเรือนประชาชน

อาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญูต้องใช้ไมโครโฟนประกาศ ให้คนที่อยู่ภายในออกมาด้านนอกเพื่อไปอยู่ในที่ปลอดภัย พร้อมกับให้เจ้าหน้าที่ดับเพลิงเข้าไปตรวจสอบตามบ้านเรือนประชาชนหาผู้ติดค้าง กระทั่งช่วยเหลือนางนนฑวัน จงระฆังทอง อายุ65ปี ที่ป่วยชราติดเตียงออกมาจากบ้านเลขที่ 51/33 หมู่บ้านพฤกษา64/2 นำออกมาไว้ในที่โล่งอย่างปลอดภัย พร้อมกับช่วยเหลือเด็กออกจากสถานที่รับเลี้ยงเด็กและที่พักอาศัยอยู่ภายในบ้าน ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่ดับเพลิงอยู่ระหว่างควบคุมเพลิง

ทางด้าน น.ส.ธรรมษรณ์ น้อยพยา อายุ 36 ปี เปิดเผยว่า เพลิงไหม้ตั้งแต่ช่วงสายที่ผ่านมาแต่ไหม้อยู่ไกลหมู่บ้านซึ่งเจ้าหน้าที่ดับเพลิงอบต.คลองสาม ได้เข้ามาทำการควบคุมเพลิงแล้วแต่เพลิงมีวงกว้าง ก่อนที่ลมจะเปลี่ยนทิศทางเพราะลมแรงทำให้เพลิงลุกไหม้อย่างรวดเร็วจนกลุ่มควันโหมเข้าหมู่บ้าน

ไฟไหม้ตึกสูง ย่านธุรกิจในกรุงธากา เสียชีวิตอย่างน้อย 5 ราย

เกิดเหตุไฟไหม้ ตึกสูงย่านธุรกิจในกรุงธากา ประเทศบังกลาเทศ เบื้องต้นมีผู้เสียชีวิตอย่างน้อยแล้ว 5 ราย

บีบีซี รายงานอ้างนายโมฮัมหมัด รัสเซล จากสำนักงานดับเพลิงในกรุงธากา บังกลาเทศว่า เกิดเหตุไฟไหม้ที่อาคารสำนักงานสูง 19 ชั้นแห่งหนึ่งในย่านธุรกิจของกรุงธากา ช่วงเที่ยงวันนี้ ทำให้มีคนบาดเจ็บอย่างน้อย 6 คน เนื่องจากกระโดดลงมาจากอาคาร เบื้องต้นมีรายงานผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 5 ราย

ส่วนสาเหตุของไฟไหม้ ตำรวจอยู่ระหว่างการสอบสวน หน่วยดับเพลิงในกรุงธากา พร้อมเจ้าหน้าที่จากหน่วยกู้ภัยอื่นๆรวมถึงกองทัพเรือและกองทัพอากาศอยู่ระหว่างปฏิบัติงานในที่เกิดเหตุ ด้านสื่อท้องถิ่น ระบุว่า มีหลายคนตะโกนจากหน้าต่างของอาคารเพื่อให้ทีมกู้ภัยเข้าไปช่วยเหลือ

อย่างไรก็ตามเมื่อเดือนที่แล้ว เกิดเหตุไฟไหม้ชุมชนเก่าแก่แห่งหนึ่งในกรุงธากา ทำให้มีคนเสียชีวิต 78 ศพ และมีคนบาดเจ็บหลายคน

ขอบคุณ BBC,Mirror