กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศประจำวันที่ 4 มีนาคม 2562

กรมอุตุนิยมวิทยา เผยไทยตอนบนมีอากาศร้อนโดยทั่วไป โดยมีฝนฟ้าคะนองบางแห่งบริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคตะวันออก

วันนี้ (4 มี.ค.62) กรมอุตุนิยมวิทยาพยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อนโดยทั่วไป โดยมีฝนฟ้าคะนองบางแห่งบริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคตะวันออก ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบนดูแลสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศที่ร้อนขึ้นในตอนกลางวันไว้ด้วย

ภาคเหนือ มีเมฆบางส่วน กับมีอากาศร้อนในตอนกลางวัน อุณหภูมิต่ำสุด 16-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-39 องศาเซลเซียส ลมตะวันตก ความเร็ว 10-15 กม./ชม.

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีเมฆบางส่วน กับมีอากาศร้อนในตอนกลางวัน โดยมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 10 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดอุดรธานี สกลนคร และนครพนม อุณหภูมิต่ำสุด 20-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 36-38 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-15 กม./ชม.

ภาคกลาง อากาศร้อนในตอนกลางวัน กับมีฝนฟ้าคะนองบางพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 36-38 องศาเซลเซียส ลมใต้ ความเร็ว 10-15 กม./ชม.

ภาคตะวันออก มีเมฆบางส่วน กับมีอากาศร้อนในตอนกลางวัน โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดจันทบุรี และตราด อุณหภูมิต่ำสุด 26-28 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-38 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นต่ำกว่า 1 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร

ภาคใต้ฝั่งตะวันออก มีเมฆบางส่วน กับมีฝนเล็กน้อยบางพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 22-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร

ภาคใต้ฝั่งตะวันตก มีเมฆบางส่วน กับมีฝนเล็กน้อยบางพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 22-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 10-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นต่ำกว่า 1 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร

กรุงเทพฯ และปริมณฑล มีเมฆบางส่วน กับมีอากาศร้อนในตอนกลางวัน อุณหภูมิต่ำสุด 26-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-37 องศาเซลเซียส ลมใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.

คลิปเตือนภัย!! รถตู้ตัดหน้าเก๋งจนพลิกคว่ำหลายตลบ

แชร์คลิปเตือนภัย!! รถตู้ขับข้ามเลนตัดหน้ารถเก๋งที่ขับมาด้วยความเร็วเบรกไม่ทันชนเข้าอย่างจัง โชคดีทั้งสองคันแค่บาดเจ็บเล็กน้อย

เมื่อวานนี้ (3 มี.ค.62) ผู้สื่อข่าวรายงานว่าผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งชื่อ “Thanawan Pitayataratorn” นำภาพจากกล้องวงจรปิดขึ้นโพสต์ในโลกออนไลน์ เป็นภาพขณะที่รถตู้สีขาวคันหนึ่งขับอยู่ในเลนซ้ายสุดแล้วจู่ๆ ก็เปลี่ยนเลนมายังขวาสุดกะทันหัน ทำให้รถเก๋งที่ขับมาทางตรงด้วยความเร็วชนเข้าอย่างจัง จนรถตู้พลิกคว่ำหลายตลบ พร้อมโพสต์ข้อความว่า

“เมื่อวานนี้มีอุบัติเหตุฝั่งตรงข้ามบ้าน แถวปั้ม ปตท. ค่อนข้างหน้ากลัวมาก รถตู้ออกมาจากซอยบ้านโนนม่วง แล้วตัดออกมาถนนมิตรภาพ รถเก๋งมาทางตรงเบรคไม่ทันชนกันแรงและรถเก๋งพลิกคว่ำหลายตลบ แต่ได้ข่าวว่าไม่มีใครเสียชีวิต ใครเป็นญาติคนเจ็บทั้งสองฝ่าย สามารถเอาภาพไปให้ตำรวจได้นะคะ ส่วนเรื่องใครผิด ใครถูก ขอให้เป็นเรื่องของตำรวจ” เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 14.03 น.วันที่ 2 มีนาคม 2562

ผู้สื่อข่าวติดต่อไปยังนางธนวรรณ พิทยาธราธร เจ้าของคลิป บอกว่า เกิดเหตุอยู่บนถนนมิตรภาพ ตรงข้ามห้างค้าปลีกรายใหญ่ในเมืองขอนแก่น และมักเป็นช่วงที่รถทำความเร็วและมักเกิดอุบัติเหตุบ่อย เคยเป็นจุดยูเทิร์นมรณะ จนตนเองต้องติดตั้งกล้องวงจรปิดเพื่อบันทึกภาพอุบัติเหตุให้ผู้ประสบเหตุใช้เป็นหลักฐานทางคดี กระทั่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ออกมาตรการควบคุมความเร็ว แต่ก็ยังมีการเกิดอุบัติเหตุอยู่

ขณะที่ผู้ใช้เฟซบุ๊กอีกราย (Tarin Intharatung)ได้นำคลิปและภาพนิ่งที่ถ่ายจากโทรศัพท์มือถือขึ้นมาโพสต์ เป็นภาพหลังเกิดอุบัติเหตุที่เกิดขึ้น พร้อมโพสต์ข้อความ “ขับรถด้วยความระมัดระวังนะครับ อุบัติเหตุหน้าโลตัสเอ็กตร้าขอนแก่น” ทำให้มีประชาชนที่เห็นเหตุการณ์เข้ามาแสดงความคิดเห็นว่า “เกิดตั้งแต่บ่าย2กว่าแล้วค่ะ รถเก่งกับรถตู้ รถก็เก่าคนแก่ทั้งคู่ เจ็บคนละนิดละหน่อย แต่รถพังยับเยิน รถเก๋งเกือบไฟไหม้ดีที่ดับทัน รถตู้คงเก็บของเก่า น่าสงสารเครื่องมือหากินคงใช้การไม่ได้” พร้อมกับบอกว่าโชคดีที่คนขับรถทั้งสองคันแค่เพียงได้รับบาดเจ็บ ไม่มีผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุครั้งนี้

ร่วมกตัญญู แจงกรณีย้ายกู้ภัยเฝ้าศพ เป็นระเบียบ ไม่ใช่ถูกลงโทษ

ร่วมกตัญญู แจงกรณีย้ายกู้ภัยเฝ้าศพ เป็นระเบียบ เนื่องจากอยู่ระหว่างสอบสวนข้อเท็จจริง ไม่ใช่การถูกลงโทษหรือพักงาน

มูลนิธิร่วมกตัญญู โพสต์หนังสือชี้แจงกรณีย้ายเจ้าหน้าที่กู้ภัยเฝ้าศพ หลังมีคำสั่งย้าย โดยข้อความระบุว่า ตามที่มีภาพและข่าวปรากฏตามสื่อต่าง ๆ กรณีนายนพดล สีทองคำ เจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู รหัส นคร 71 ปฏิบัติหน้าที่เก็บศพผู้เสียชีวิตจากการกระโดดสะพานพระราม 7 เมื่อเวลา 00.30 น. คืนวันที่ 23 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ก่อนจะพบศพในแม่น้ำเจ้าพระยาช่วงเวลาประมาณ 03.00 น. แต่จนถึงเวลา 06.00 น. เศษ ก็ยังไม่มีเจ้าหน้าที่ตำรวจมาตรวจชันสูตรพลิกศพ เนื่องจากจุดเกิดเหตุเป็นพื้นที่คาบเกี่ยวกับ 2 โรงพักของ บช.น.และ 2 โรงพัก สังกัด บช.ภ.1 นั้น

ต่อมาสื่อมวลชนได้มีการนำเสนอภาพและข่าวในประเด็นที่เจ้าหน้าที่กู้ภัยต้องมานั่งเฝ้าศพจนถึงเช้า เพราะตำรวจ 4 โรงพักไม่มีใครรับเป็นเจ้าของคดีนั้น ซึ่งในข้อเท็จจริงห้วงเวลาดังกล่าวได้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจเข้าไปที่เกิดเหตุแล้วขาดแต่พนักงานสอบสวนกับแพทย์ ซึ่งยังไม่แน่ชัดว่าเป็นท้องที่ใด ไม่ได้มีเพียงเจ้าหน้าที่มูลนิธิฯ อยู่ลำพัง จึงมีการทักท้วงถามข้อเท็จจริงของเหตุการณ์ขึ้น ทางมูลนิธิร่วมกตัญญูจึงแต่งตั้งคณะกรรมการเพื่อหาข้อเท็จจริงในเหตุการณ์ดังกล่าว

ดังนั้น เพื่อให้การตรวจสอบเป็นไปอย่างถูกต้องตามระเบียบทางมูลนิธิฯ จึงมีคำสั่งให้นายนพดล สีทองคำ มาช่วยงานที่สำนักงานฯ เพื่อให้คณะกรรมการได้ซักถามข้อเท็จจริงทั้งหมด ตามเอกสารคำสั่งที่มีการเผยแพร่เมื่อวันที่ 2 มีนาคม ที่ผ่านมา ซึ่งคำสั่งดังกล่าว มิใช่ “การลงโทษ” หรือ “พักงาน” อย่างที่มีการเผยแพร่ตามสื่อต่าง ๆ โดยเฉพาะสื่อโซเชียล จนก่อให้เกิดกระแสความไม่พอใจเป็นวงกว้างในทำนอง “คนทำดีแต่ถูกลงโทษ”

ทางมูลนิธิฯ ใคร่ขอเรียนชี้แจงว่า นายนพดล สีทองคำ ยังไม่ได้ถูกตัดสินลงโทษใด ๆ ทั้งสิ้น หากการตรวจสอบแล้วพบว่าไม่มีความผิด หรือข้อบกพร่องใด ๆ นายนพดล สีทองคำ หรือ นคร 71 จะกลับไปปฏิบัติหน้าที่ตามปกติต่อไป มูลนิธิฯ ขอยืนยันว่า เราตระหนักถึงคุณค่าของเจ้าหน้าที่และอาสาสมัครฯ ของเราทุกคน หากทำงานบนพื้นฐานของกฎระเบียบของมูลนิธิร่วมกตัญญูและอยู่ภายใต้กฎหมาย ทางมูลนิธิฯ พร้อมจะปกป้องและช่วยเหลือเจ้าหน้าที่และอาสาสมัครฯ ของเราอย่างเต็มกำลังความสามารถเช่นกัน

ดังนั้น การนำเสนอข่าวสารใด ๆ ก็ตามทางสื่อโซเชียลต่าง ๆ ทางมูลนิธิฯ ใคร่ขอความกรุณาทุก ๆ ท่านโปรดพิจารณาข้อความข่าวสารให้ถี่ถ้วนรอบคอบ และครอบคลุมในทุก ๆ ด้าน และหวังเป็นอย่างยิ่งว่า ทุก ๆ ท่านจะเข้าใจในสิ่งที่เกิดขึ้น ซึ่งมูลนิธิฯ น้อมรับทุกคำติติงหรือกำลังใจจากทุก ๆ ท่านไว้ ณ โอกาสนี้