รถชนกัน 6 คันรวด บน ถ.เพชรเกษม ดับ 2 เจ็บ 4

เกิดอุบัติเหตุรถชนกัน 6 คัน บนถ.เพชรเกษม หน้าวิทยาลัยเทคนิคนครปฐม ดับ 2 เจ็บ 4

วันนี้(3 มี.ค.) เกิดอุบัติเหตุรุนแรงบน ถ.เพชรเกษม ช่วง กม.50 บริเวณด้านหน้าวิทยาลัยเทคนิคนครปฐม ต.พระประโทณ อ.เมืองนครปฐม จ.นครปฐม พบรถชนกันเป็นจำนวนมากทั้ง 2 ฝั่ง คาดว่าพุ่งข้ามฝั่งกันมา ส่งผลให้กีดขวางทางจราจรแทบทุกช่องทาง รถไม่สามารถผ่านสัญจรได้ สภาพการจราจรติดขัดอย่างหนัก เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.สามควายเผือก จ.นครปฐม ได้เข้าตรวจสอบพบรถบรรทุกพ่วงขับมาในฝั่งขาออก เลยวัดธรรมศาลาเล็กน้อย

ด้านคนขับรถบรรทุก ให้การเบื้องต้นว่า คลัทช์มีปัญหาทำให้ควบคุมรถไม่ได้ ก่อนเสียหลักพุ่งชนรถปิคอัพ โตโยต้า ไฮลักซ์ ไทเกอร์ และชนรถเก๋งอีกคัน จนพากันข้ามไปยังฝั่งขาเข้า และชนเข้ากับรถอีกหลายคัน ประกอบด้วย รถยนต์โตโยต้า ยาริส สภาพหงายท้อง, รถยนต์ฮอนด้า ซีวิค สีแดง ติดอยู่บนเกาะกลางถนน, รถยนต์ฮอนด้า ซีวิค สีแดง รุ่นเก่า และรถยนต์ซูซูกิ สวิฟท์ สีดำ รวมรถที่เกิดอุบัติเหตุทั้งหมด 6 คัน ส่วนรายละเอียดเพิ่มเติมรอสอบปากคำคนขับรถเนื่องจากได้รับบาดเจ็บ

ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ มูลนิธิสุขศาลานุเคราะห์ รายงานว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมีผู้ได้รับบาดเจ็บรวม 4 คน ในจำนวนนี้มีเด็กเล็ก ล่าสุด เจ้าหน้าที่ได้นำส่ง รพ.กรุงเทพคริสเตียน 3 คน และ รพ.ศูนย์นครปฐม 1 คน ส่วนผู้เสียชีวิตมี 2 คน เป็นชาย 1 คน อายุประมาณ 40 ปี และหญิง 1 คน อายุประมาณ 60 ปี ทั้งสองคนมากับรถเก๋ง ฮอนด้า ซีวิค สีแดง ขณะนี้ อยู่ระหว่างประสานติดตามญาติ ส่วนสภาพการจราจรพบว่าติดขัดอย่างหนักบริเวณ อ.เมือง – อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม โดย ถ.เพชรเกษม ขาเข้า ท้ายแถวสะสม 10 กม. อยู่บริเวณแมคโคร นครปฐม ส่วนขาออก ท้ายแถวสะสม 5 กม. บริเวณร้านขาหมู บางหว้า

CR JS 100

ตรวจค้นบ้านห้วยระหงส์ 7 จุดเป้าหมาย หลังพบข้อมูลขบวนการล่าสัตว์ป่า

ขยายผลปูพรมตรวจค้นบ้านห้วยระหงส์ 7 จุดเป้าหมาย หลังพบข้อมูลขบวนการล่าสัตว์ป่าส่งขายตลาดหล่มสัก จังหวัดเพชรบูรณ์ พบซากสัตว์ซุกซ้อนตู้เสื้อผ้า ที่นอน บางจุดไหวตัวทัน นำไปทิ้งป่าละเมาะหลังบ้าน สุดสลดใจพบซากเก้งถูกชำแหละสดๆ

วันนี้(3 มี.ค.) ศูนย์ปฏิบัติการพิทักษ์ป่า(ศปก.พป.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) โดยนายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ได้สั่งการให้นายศักดิ์ชัย จงกิจวิวัฒน์ ผู้อำนวยการสำนักป้องกันปราบปราม และควบคุมไฟป่า หัวหน้าหน่วยเฉพาะกิจปฏิบัติการพิเศษผู้พิทักษ์อุทยานแห่งชาติและสัตว์ป่า (พญาเสือ) กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช นำกำลังเจ้าหน้าที่ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กระจายกำลังเข้าค้นบ้านของกลุ่มขบวนการลักลอบล่าสัตว์ป่าส่งขายตลาดหล่มสัก 7 จุดเป้าหมาย ท้องที่บ้านห้วยระหงส์ ตำบลปากช่อง อำเภอหล่มสัก จังหวัดเพชรบูรณ์ ซึ่งเป็นหมู่บ้านที่มีพื้นที่อยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ (ป่าลุ่มน้ำป่าสักฝังซ้าย) หลังจากเมื่อวานที่ผ่านมา สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 3 คน พร้อมของกลางเป็นซากสัตว์ป่าคุ้มครอง ซึ่งทั้ง 3 รายมีบ้านพักอยู่ในหมู่บ้านดังกล่าว

โดยการอำนวยการของ นายศักดิชัย จงกิจวิวัฒน์ ผอ.สำนักป้องกันปราบปรามและควบคุมไฟป่า (อส)หน.ชุดพญาเสือ ได้แบ่งกำลังออกเป็น 2 ชุดใหญ่จำนวน 70 นาย ปฏิบัติการกำลังกระจายกำลังเข้าตรวจสอบบ้านต้องสงสัย ทั้ง 7 จุดจากการปฏิบัติการข่าวของนาย ชาญชัย ศรียงค์ ผอ.ศปป3.อส.(เหนือ)ที่เก็บข้อมูลมาระยะหนึ่งจนทราบพฤติกรรมของกลุ่มขบวนการ

จุดแรก เป็นบ้านต้องสงสัยของนายสมาน พบซากสัตว์ป่าจำพวก เนื้อเก้ง ไก่ป่า กระรอก หมูป่า อีเห็น กระจายซุกซ้อนในตู้เสื้อผ้า ที่นอน ซึ่งมีลักษณะคล้ายกับซากสัตว์ป่าที่ตรวจยึดเมื่อวานที่ผ่านมา พร้อมตรวจพบอาวุธปืนไทยประดิษฐ์ ปืนลูกซองยาวและเครื่องกระสุนภายในบ้าน เจ้าหน้าที่จึงจัดทำบันทึกจับกุมส่งพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรหล่มสัก เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

ขณะที่เจ้าหน้าที่อีกชุด กระจายกำลังปูพรมค้นโดยรอบบ้านต้องสงสัยอีกหลัง เจ้าของบ้านซึ่งไหวตัวหลบหนีไปได้ กำลังขยายตรวจสอบรัศมี 400 เมตร รอบๆ บ้านพัก พบซากเก้ง 2 ตัว ไก่ป่า 1 ตัว บรรจุในกระสอบปุ๋ยถูกนำมาซุกซ่อนในป่าละเมาะหลังบ้าน พร้อมโพยรับแทงหวยจำนวนมาก เจ้าหน้าที่คาดว่าผู้ครอบครองนำมาทิ้งไว้ เพื่อเลี่ยงความผิด เนื่องจากถูกกดดันอย่างหนักตลอดทั้งวัน เจ้าหน้าที่รวบรวมข้อมูลทำบันทึกเพื่อแจ้งความดำเนินคดีต่อไป

ทั้งนี้ อีกชุดปฎิบัติการ ได้เข้าตรวจสอบที่บ้านหลังหนึ่ง ซึ่งเป็นบ้านของเลขานุการนายกองค์การบริการส่วนตำบลปากช่อง อ.หล่มสัก จ.เพชรบูรณ์ ซึ่งเป็นน้องชายของผู้ต้องหารายหนึ่ง ที่เจ้าหน้าที่จับกุมได้ จากการสืบสวนพบว่า เป็นแหล่งรับซื้อเนื้อสัตว์ป่าทุกชนิดเพื่อนำรวบรวมส่งขายอีกทีหนึ่ง ที่บ้านพบเป็นร้านขายของชำขนาดใหญ่

จากการเข้าตรวจสอบในเบื้องต้น ยังไม่พบสิ่งผิดกฎหมาย และชุดปฏิบัติการได้ปูพรมตรวจสอบจนครบบ้านต้องสงสัย ซึ่งเป็นกลุ่มพรานที่เคยมีพฤติการณ์ล่าสัตว์ป่า บางคนเคยมีประวัติล่าช้างเพื่อเอางามาแล้วด้วย พบว่าในหมู่บ้านนี้เป็นที่อยู่อาศัยของนายทอง ผู้ต้องหาที่เข้าไปล่าสัตว์ป่า และเคยปะทะกับเจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธ์ุสัตว์ป่าภูเขียว และยิงเจ้าหน้าที่เสียชีวิต ก่อนหลบหนีอยู่พักหนึ่ง จนถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าล้อมจับและต่อสู้จนถูกวิสามัญเสียชีวิต

นายศักดิชัย จงกิจวิวัฒน์ ผอ.สำนักป้องกันปราบปรามและควบคุมไฟป่า เปิดเผยว่า สำหรับขบวนการล่าสัตว์ป่าขบวนการนี้ เป็นกลุ่มขนาดใหญ่ มีผู้ร่วมขบวนการจำนวนมาก ซึ่งเจ้าหน้าที่ของกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ได้ติดตามความเคลื่อนไหวมานาน จนสามารถจับกุมได้พร้อมของกลางและผู้ต้องหาจำนวนมาก จึงบูรณาการหน่วยงานภายใต้ศูนย์ปฏิบัติการพิทักษ์ป่า (ศปก.พป) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เข้าร่วมขยายผลและจะขยายผลต่อเนื่องทั้งขบวนการ ต้องทำให้ถึงที่สุด การเข้าตรวจสอบหมู่บ้านต้องสงสัยเพื่อเป็นการป้องปรามและบังคับใช้กฎหมายให้ถึงที่สุด ขณะที่ซากสัตว์ป่า เจ้าหน้าที่จะส่งไปยังหน่วยนิติวิทยาศาสตร์สัตว์ป่า กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืชตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง เพื่อเอาผิดกลุ่มขบวนการทั้งหมด

หนุ่มมอญโหดหื่น! ลากยายวัย 72 ปี ฆ่าข่มขืนกลางสวนปาล์ม

หนุ่มมอญโหดหื่น! ลากยายวัย 72 ปี ฆ่าข่มขืนกลางสวนปาล์ม  อำเภอหลังสวน จ.ชุมพร

วันที่ 3 มีนาคม 2562 เมื่อเวลา 16.00 น. ร.ต.อ. วิฑูรย์เผือกวารี พงส. สภ. ปากน้ำหลังสวน รับแจ้งพบศพผู้เสียชีวิต ที่หมู่ที่ 1 ต.บางน้ำจืด อำเภอหลังสวนจ.ชุมพร พร้อมด้วย พ.ต.อ. สัญญา พาตินธุ ผกก.พ.ต.ท. วิชัยจำปา รองผกก ป. พ.ต.ท.บูรณพลชนะภูมิ รอง ผกก.สอบสวน พ.ต.ท.ธรรมรัตน์ อินนาปา รอง ผกก.สส กำลังตำรวจสายตรวจสายสืบ รุดที่เกิดเหตุ

ที่เกิดเหตุ กลางสวนปาล์ม หลังบ้านเลขที่ 77 หมู่ที่ 1 บางน้ำจืด อ. หลังสวน จ.ชุมพร พบศพ ของนางสมวัน ทิมา อายุ 72 ปี อยู่บ้านเลขที่ 77 หมู่ที่ 1 ตำบลบางน้ำจืด อำเภอหลังสวน จังหวัดชุมพร อาชีพรับจ้าง ในสภาพเปลือยกายล่อนจ้อน ตามใบหน้าถูกทุบตีด้วยของแข็ง ที่บริเวณศีรษะเลือดไหลท่วมแห้งกรัง ที่อวัยวะเพศมีร่องรอยถูกข่มขืน จึงให้ตำรวจพิสูจน์หลักฐาน เก็บรายละเอียดไว้

จากการสอบสวน นายพรวิชัย ทิมา อายุ 72 ปี สามีของผู้ตาย อาชีพขับรถ รับจ้าง ได้การว่าในช่วงเช้าของวันนี้ ได้ขับรถไปส่งนาย นายภูวนัย ทิมา อายุ 41 ปี ลูกชาย เพื่อออกเรือประมง เมื่อเดินทางกลับมาถึงบ้านพักที่เช่าไว้อยู่กับครอบครัว ไม่พบนางสมวัน ภรรยาถึงออกตามหาไปในหลายสถานที่ในตำบลปากน้ำหลังสวน และโรงพยาบาลรวมถึงโทรศัพท์ไปสอบถาม ญาติสนิทก็ไม่ได้ข่าวว่านางสมวัน ว่าอยู่ที่ไหน จึงเดินทางกลับมาที่บ้านพัก และพูดกับ สุนัขชื่อบุญนำ สุนัขเพศผู้อายุ1 ปี ว่าเห็น แม่สมวันหรือไม่ปรากฏว่าสุนัข บุญนำกระโดดลงจากบ้านและวิ่งเข้าไปในสวนปาล์มเมื่อไปถึงกลางสวนปาล์มพบเห็นชิ้นส่วนของเสื้อผ้าอาทิ กางเกงใน สร้อยห้อยพระ ตกหล่นอยู่ตามระยะทาง เมื่อเข้าลึกเข้าไปในสวนปาล์มจึงพบร่างของนางสมวันนอนจมกองเลือดอยู่ภายในสวนปาล์มจึงแจ้งตำรวจ

พันตำรวจเอกสัญญา ผกก. เบื้องต้นได้การว่าคนร้ายรายนี้ น่าจะชื่อนายตะวันอายุ 37 ปี เป็นคนชาวมอญเข้ามาประกอบอาชีพ รับจ้างอยู่ใกล้กับสวนปาล์มที่เกิดเหตุ ในช่วงเมื่อคืนที่ผ่านมาได้เดินทางมา เพื่อปรึกษาของาน การลงเรือประมงกับนายภูวนัย ลูกชายของนางสมวัน และได้มีการดื่มเหล้า จนกระทั่งดึกนางสมวันจึงไล่ ให้นายตะวันและน้องชายชาวมอญไม่ทราบชื่ออายุ 20 ปีกลับไปนอน ต่อมาในช่วงเช้านายตะวันได้เดินทางมาที่บ้านพร้อมทั้งอ้างว่าจะนำพระเครื่องมาให้เช่าบูชาแต่ไม่มีใครสนใจ

หลังจากนั้น นายพรวิชัยจึงได้ออกไปส่งนายภูวนัยเมื่อกลับมาก็ไม่พบ นางสมวันและนายตะวัน จนมาพบว่าเป็นศพตำรวจสันนิษฐานว่าหลังจาก นายพรวิชัย และ นายภูวนัย ออกจากบ้านไป คนร้ายเห็นว่ายายสมวันอยู่บ้านเพียงลำพังจึงเกิดอาการหื่น อีกทั้งยายสมวันถึงจะอายุมาก แต่รูปร่างหน้าตายังสวยงาม ทำให้เกิดอาการหื่น ตรงเข้าฉุดลากยายสมวันเข้าไปสวนปาล์ม ถึงแม้ เสื้อผ้าจะหลุดรุ่นย แต่คนร้ายไม่สนใจ จนถึงที่เกิดเหตุ คนร้ายใช้ก้อนหินทุบยายสมวันที่ใบหน้าจนแน่นิ่ง แล้วลงมือข่มขืน ก่อนจะหลบหนีไป

ต่อมาตำรวจสามารถติดตามจับกุมตัวนายตะวันในขณะที่หลบอยู่ที่บ้านเช่าสำหรับคนงาน ของเจ้าของสวนปาล์ม ข้างๆสวนปาล์มที่เกิดเหตุ ตรวจสอบร่างกายพบร่องรอยขีดข่วนตามร่างกาย จึงได้ควบคุมตัวไปไว้ที่สภ.ปากน้ำหลังสวนเพื่อทำการตรวจหา DNA และจะได้ตามน้องชายของนายตะวันมาทำการสอบสวน หาข้อเท็จจริงในสาเหตุการตายของยายสมวันต่อไป

เหตุการณ์ดังกล่าวสร้างความสะเทือนขวัญแก่ชาวบ้านในหมู่ที่ 1 ตำบลบางน้ำจืดและตำบลปากน้ำหลังสวนอย่างมากเนื่องจากไม่เคยเห็น ไม่เคยเกิดเหตุร้ายเช่นนี้ในพื้นที่นี้กับคนสูงอายุมาก่อนและสวนปาล์มดังกล่าวเป็นจุดที่มีชาวบ้านใช้ในการเดินทางสัญจรไปมารวมถึงมีแรงงานต่างด้าวเข้ามาประกอบอาชีพและใช้ชีวิตอยู่เป็นจำนวนมาก ยังโชคดีที่ตำรวจสามารถจับกุมผู้ต้องสงสัยในการก่อเหตุฆ่าข่มขืนในครั้งนี้ได้อย่างทันควัน แต่ที่น่าสลดใจกว่านั้น คือ ครอบครัวดังกล่าว มีความยากจนมาก กระทั่งเงินที่จะใช้ในการทำศพยายสมวัน ยังไม่มีเลยแม้แต่น้อย เพราะเป็นครอบครัวที่หาเช้ากินค่ำกันเท่านั้นผู้สื่อข่าวได้แจ้งไปยัง นายวิบูลย์ รัตนาภรณ์วงศ์ ผวจ.ชุมพร สั่งการให้ ความช่วยเหลือเบื้องต้นแล้ว