เลือกตั้ง62 : การเมืองดุ!! กับพฤติการณ์ทำลายป้ายหาเสียง…?

เลขาธิการ กกต. เผยถึงพฤติการณ์การทำลายป้ายหาเสียงว่า มีความผิดตามกฎหมายอาญา มาตรา 358 ฐานทำให้เสียทรัพย์ มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิน 6,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

วันนี้ (2 มี.ค. 62) นับถอยหลังในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนเลือกตั้ง วันที่ 24 มี.ค. 62 บรรดาพรรคการเมืองต่าง ๆ ต่างติดป้ายหาเสียง เพื่อชูนโยบายของพรรค ว่าใครจะคว้าเก้าอี้ได้มากกว่ากัน ขณะที่ ป้ายหาเสียงของแต่ละพรรคการเมืองที่ติดตั้งอยู่ริมถนนในแต่ละพื้นที่กรุงเทพมหานคร ได้ถูกมือมืดขีดเขียนและกรีดทำลาย อีกทั้งยังมีป้ายหาเสียงมีบางส่วนยังได้รับความเสียหายเนื่องจากการติดตั้งที่ไม่แน่นหนา และวัสดุที่นำมาใช้ไม่มีความคงทน ซึ่งป้ายที่ได้รับความเสียหายเหล่านี้อาจทำให้เกิดอันตรายกับประชาชนที่สัญจรไปมาบนทางเท้าได้

ทั้งนี้ พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เปิดเผยถึงพฤติการณ์การทำลายป้ายหาเสียงว่า มีความผิดตามกฎหมายอาญา มาตรา 358 ฐานทำให้เสียทรัพย์ มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิน 6,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ไม่ว่าจะเป็นประชาชนทั่วไป หรือผู้สมัครรับเลือกตั้งก็มีโทษในอัตราเดียวกัน

อย่างไรก็ตามการทำลายป้ายหาเสียงยังคงมีให้เห็นในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ ซึ่งการทำลายป้ายหาเสียงนั้นถือว่ามีความผิดตามกฎหมาย และหากมีคนเห็นต่างที่แอบทำลายป้ายหาเสียง ถือเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายอีกเช่นกัน นอกจากห้ามทำลายแล้ว ห้ามเคลื่อนย้ายป้ายหาเสียง เพราะจะมีความผิดด้วยเป็นต้น

‘มาดามเดียร์’ ให้กำลังใจ 2 พิธีกร ถูกบอร์ดช่อง 9 ปลด ยไม่ขอก้าวล่วง เพราะเป็นเรื่องภายในองค์กร

“มาดามเดียร์” ให้กำลังใจ 2 พิธีกร ถูกบอร์ดช่อง 9 ปลด ยืนยันไม่ขอก้าวล่วงเพราะเป็นเรื่องภายในองค์กร พร้อมสนับสนุนเวทีดีเบตสร้างสรรค์ โชว์นโยบาย ไร้ความขัดแย้ง

วันที่ 2 ก.พ. 62 น.ส.วทันยา วงษ์โอภาสี ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงกรณีข่าวที่บอร์ด อสมท.สั่งให้ผู้ดำเนินรายการดีเบต ศึกเลือกตั้ง 62 ทาง ช่อง 9 MCOT ยุติการทำหน้าที่ ว่า ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณทางรายการที่ได้ในโอกาสเชิญผู้แทนของพรรคพลังประชารัฐไปร่วมรายการ ซึ่งในวันนั้นตนเองได้รับมอบหมายจากทางพรรคให้ไปร่วม ซึ่งทราบแต่เพียงว่าเป็นรายการดีเบตรูปแบบใหม่ในลักษณะเกมโชว์ และไม่ทราบล่วงหน้าว่าจะมีคำถามอะไรบ้าง ทุกอย่างที่เกิดขึ้นในรายการเป็นไปตามสถานการณ์จริง ไม่มีการเตรียมบทให้แต่ละฝ่ายตอบคำถามแต่อย่างไร ซึ่งในส่วนที่มีข่าวให้ผู้ดำเนินรายการทั้ง 2 คนยุติการทำหน้าที่ครั้งนี้ ส่วนตัวขอให้กำลังใจตามหลักวิชาชีพสื่อมวลชน ที่เชื่อว่าทุกคนมีความตั้งใจในการทำหน้าที่ของตัวเองอย่างดีที่สุด แต่ไม่ขอก้าวล่วงการตัดสินใจของคณะกรรมการบอร์ดช่อง 9 เพราะเป็นเรื่องภายในขององค์กร และหวังว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจะคลี่คลายและมีทางออกที่ดีที่สุด

น.ส.วทันยา ยังเชื่อว่า การจัดรายการดีเบตมีความสำคัญ และมีประโยชน์ แต่ก็ไม่ใช่ทั้งหมดของการแสดงวิสัยทัศน์ เครื่องยืนยันความสำเร็จที่ดีที่สุด คือการลงมือทำให้ประชาชนเห็นจริง นอกจากนี้ต้องการเห็นเวทีดีเบตเป็นไปในเชิงสร้างสรรค์ เราควรออกมาประชันวิสัยทัศน์นโยบายเพื่อเป็นทางออกให้กับประเทศ มากกว่าการพูดถึงประเด็นทางการเมืองที่จะนำสังคมกลับสู่ความขัดแย้ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเด็นที่ได้ข้อยุติ และมีมติจากประชาชนไปแล้ว ทั้งนี้ยืนยันส่วนตัวยังจะไปร่วมรายการดีเบตในเชิงสร้างสรรค์ต่อไป

สมาคมนักข่าวฯ ชี้ปลด ‘อรวรรณ’ โดยที่ยังพิสูจน์ไม่ได้ว่า ‘ชี้นำโจมตีรัฐบาล’ เท่ากับปิดกั้นเสรีภาพสื่อ

แถลงการณ์ กรณีนางอรวรรณ ชูดี (กริ่มวิรัตน์กุล) ที่ปรากฏเป็นข่าวว่า ต้องยุติการทำหน้าที่ผู้ดำเนินรายการ “ศึกเลือกตั้ง 62” ทางสถานีโทรทัศน์โมเดิร์นไนน์

จากกรณีที่ปรากฏเป็นข่าวว่าคณะกรรมการและผู้บริหาร บริษัท อสมท. จำกัด (มหาชน) มีคำสั่งให้นางอรวรรณ ชูดี (กริ่มวิรัตน์กุล) ผู้จัดการส่วนสร้างสรรค์รายการข่าว สำนักข่าวไทย อสมท. ยุติการทำหน้าที่ผู้ดำเนินรายการ “ศึกเลือกตั้ง 62” ทางสถานีโทรทัศน์โมเดิร์นไนน์ที่ออกอากาศทางช่อง 9 MCOT HD โดยระบุว่า มีการทำหน้าที่ในลักษณะ ชี้นำให้โจมตีรัฐบาล

โดย นางอรวรรณ ได้ทำหน้าที่ดำเนินรายการ การประชันวิสัยทัศน์เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ ในหัวข้อ “คนใหม่ การเมืองใหม่ ?” การเมืองไทยในความคิดของคนรุ่นใหม่ ควรเป็นอย่างไร โดยดำเนินรายการร่วมกับนายวีระ ธีรภัทร

สมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย เห็นว่า การสั่งให้นางอรวรรณ ยุติการทำหน้าที่ผู้ดำเนินรายการโดยที่ยังไม่สามารถพิสูจน์ได้อย่างชัดเจนว่า การทำหน้าที่ของนางอรวรรณ เข้าข่าย “ชี้นำให้โจมตีรัฐบาล” เป็นเพียงการกล่าวอ้างเพื่อปิดกั้นเสรีภาพการทำหน้าที่ของสื่อมวลชน ซึ่งเป็นการไม่เหมาะสม ถือเป็นการกระทำที่เข้าข่ายแทรกแซงเสรีภาพในการนำเสนอข่าว และเป็นการคุกคามสื่อมวลชนโดยตรง และยังเป็นการละเมิดสิทธิการรับรู้ข้อมูลข่าวสารของประชาชนอีกด้วย

โดยเฉพาะในช่วงที่กำลังจะมีการเลือกตั้งทั่วไปในวันที่ 24 มีนาคมนี้ การทำหน้าที่ของสื่อมวลชนมีส่วนสำคัญในการกระตุ้นให้ประชาชนมีความตื่นตัว ตระหนักถึงการไปใช้สิทธิเลือกตั้ง และมีส่วนร่วมในการตรวจสอบนโยบาย ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ

จึงขอเรียกร้องผู้บริหารของสถานีโทรทัศน์โมเดิร์นไนน์ และ บอร์ด อสมท.ทบทวนคำสั่งดังกล่าว เพื่อปกป้องและคุ้มครองเสรีภาพของบุคลากรในการทำหน้าที่ ตามมาตรฐานจรรยาบรรณวิชาชีพของสื่อมวลชน และเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ ในมาตรา 35 ที่ระบุว่า บุคคลซึ่งประกอบวิชาชีพสื่อมวลชนย่อมมีเสรีภาพในการเสนอข่าวสารหรือการแสดงความคิดเห็นตามจริยธรรมแห่งวิชาชีพ

และขอเป็นกำลังใจให้กับนางอรวรรณ และผู้ประกอบวิชาชีพสื่อมวลชนทุกคนที่ทำหน้าที่นำเสนอข้อเท็จจริงอย่างรอบด้าน ด้วยความรับผิดชอบเพื่อประโยชน์ในการรับรู้ข้อมูลข่าวสารของประชาชน

สมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย
2 มีนาคม 2562