จวกยับ! กระบะแล้งน้ำใจขับช้าแช่เลนขวา ไม่หลบรถพยาบาล

ชาวเน็ตวิจารณ์ยับ คลิปรถกระบะแล้งน้ำใจ ขับช้าแช่เลนขวา ไม่หลบรถพยาบาล

วันที่ 2 ก.พ. 62 โลกออนไลน์ได้มีการแชร์คลิปจากผู้ใช้งานเฟซบุ๊ก แค่ คนธรรมดา เผยให้เห็นเหตุการณ์ขณะที่รถพยาบาลกำลังขับอยู่บนถนน มีรถกระบะคันหนึ่งขับขวางอยู่ข้างหน้าบนเลนขวา ไม่ยอมหลบไปเลนซ้าย ทำให้รถพยาบาลไม่สามารถขับต่อได้อย่างรวดเร็ว  พร้อมข้อความบอกเล่าระบุว่า

เห็นกระบะน้ำใจที่เหือดแห้งของคนบางกลุ่ม.. กระทำโดยเจตนาหรือไม่เจตนาก็ดี… แต่ผมแนะนำให้ไปสอบใบขับขี่ใหม่นะครับ.. #ชีวิตคนๆนึงที่รอการช่วยเหลือทุกวินาทีมันสำคัญ #ให้ทางเท่ากับให้ชีวิต แต่นี่เล่นตั้งใจขวางเลย ผมรู้ว่าคุณเห็นรถเรา แต่คุณไม่ยอมหลบ

หลังจากที่คลิปดังกล่าวได้ถูกเผยแพร่ออกไปในโลกออนไลน์  ชาวเน็ตต่างเข้ามาแสดงความคิดเห็นวิพากษ์วิจารณ์การกระทำของกระบะคันดังกล่าวเป็นจำนวนมาก ส่วนใหญ่มองว่าควรหลบทางให้รถพยาบาล หากขับช้าควรอยู่เลนซ้าย ขณะเดียวกันก็มีบางส่วนสงสัยว่าทำไมรถพยาบาลจึงไม่เลือกที่จะแซงซ้ายในเมื่อมีโอกาสแซงได้ ต่อมามีคอมเมนท์ตอบกลับว่า รถพยาบาลหลีกเลี่ยงที่จะเเซงซ้ายเพราะเสี่ยงเป็นอันตรายต่อผู้บาดเจ็บ

ที่มา แค่ คนธรรมดา

เบิกฤกษ์หัวหน้าพญาเสือคนใหม่ บุกจับขบวนการลักลอบค้าสัตว์ป่า ตลาดหล่มสักเพชรบูรณ์

“เบิกฤกษ์หัวหน้าพญาเสือคนใหม่” นำกำลังบุกจับขบวนการลักลอบค้าสัตว์ป่ากลางตลาดหล่มสัก จังหวัดเพชรบูรณ์ สุดสะเทือนใจ สัตว์ป่าถูกถลกหนัง สับเป็นชิ้นๆ เตรียมส่งหน่วยนิติวิทยาศาสตร์สัตว์ป่าพิสูจน์อย่างละเอียดอีกครั้ง

ศูนย์ปฏิบัติการพิทักษ์ป่า (ศปก.พป.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยนายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช สั่งการให้นายศักดิ์ชัย จงกิจวิวัฒน์ ผู้อำนวยการสำนักป้องกัน ปราบปราม และ ควบคุมไฟป่า , หัวหน้าหน่วยเฉพาะกิจปฏิบัติการพิเศษผู้พิทักษ์อุทยานแห่งชาติและสัตว์ป่า (พญาเสือ) กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ลงอำนวยการบังคับใช้กฎหมายต่อกลุ่มขบวนการลักลอบล่าสัตว์ป่า ในเขตจังหวัดเพชรบูรณ์ซึ่งเป็นขบวนการใหญ่

โดยได้ประสานงานร่วมนายชีวะภาพ ชีวะธรรม ผู้อำนวยการสำนักป้องกันรักษาป่าและควบคุมไฟป่า กรมป่าไม้ ในฐานะรองผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการพิทักษ์ป่า(ศปก.พป.) พันเอกพงษ์เพชร เกษสุภะ หัวหน้าชุดปฏิบัติการ ศปป.4 กอ.รมน. และ นายชัยชาญ ศรียงค์ .ผอ,ศปป3 นำกำลังเจ้าหน้าที่จากชุดพญาเสือ , เจ้าหน้าที่สำนักงานสนับสนุนการป้องกันและปราบปรามที่ 3 ภาคเหนือ เจ้าหน้าที่เขตห้ามล่าสัตว์ป่าเขาค้อ ตำรวจสถานีตำรวจภูธรหล่มสัก และ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ฯ ลงพื้นที่ตรวจสอบซากสัตว์ป่าจำนวนมาก หลังจากเจ้าหน้าที่ชุดการข่าวแจ้งว่าจะมีการนำสัตว์ป่าจำนวนมาก มาลักลอบจำหน่ายบริเวณตลาดหล่มสัก กำลังเจ้าหน้าที่จึงปูพรมบุกตลาดดังกล่าว กระทั่งพบรถยนต์เป้าหมายจำนวน 3 คัน จึงแสดงตัวเข้าจับกุม พบซากอีเห็น ไก่ป่า ตุ่น พญากระรอก กระรอก และ อื่น ๆ อีกจำนวนมากบรรจุในลังน้ำแข็ง

นอกจากนี้ พบชิ้นเนื้อบรรจุในถุงตรวจสอบเบื้องต้น คาดว่าน่าจะเป็นเนื้อเก้ง เนื่องจากพบเศษเส้นขนติดบริเวณเนื้อ โดยในที่เกิดเหตุเจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้กระทำผิด 4 คน เบื้องต้นยังให้การปฏิเสธ อ้างว่ารับซื้อมาจากชาวบ้าน เจ้าหน้าที่จึงได้ร้องทุกข์กล่าวโทษ นำส่งพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรหล่มเก่า เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

สำหรับขบวนการล่าสัตว์ป่าขบวนการนี้ นายชาญชัย ศรียงค์ ผอ,ศปป3 ได้ติดตามความเคลื่อนไหวมานานจนสามารถจับกุมได้ พร้อมของกลางและผู้ต้องหาจำนวนมาก ส่วนซากสัตว์ป่า เจ้าหน้าที่จะส่งไปยังหน่วยนิติวิทยาศาสตร์สัตว์ป่า กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืชตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง เนื่องจากสัตว์ป่าที่ยึดได้ถูกชำแหละ จึงไม่สามารถแยกได้ว่าเป็นสายพันธุ์ใด พร้อมสั่งการให้มีการขยายผลกับผู้ที่อยู่เบื้องหลังทั้งขบวนการ ซึ่งขณะนี้ฝ่ายความมั่นคงพบข้อมูลบุคคลที่เกี่ยวข้องทั้งหมดแล้ว โดยลงพื้นที่อำนวยการด้วยตนเอง พร้อมบูรณาการกับ ชุดปฎิบัติการๆ ของศูนย์ปฎิบัติการพิทักษ์ป่า(ศปก.พป)ร่วมปฎิบัติการอย่างต่อเนื่อง

อีกแล้ว! สาวโพสต์เล่า เพื่อนเกาหลีเรียกแท็กซี่จากสยาม-เซียร์รังสิต โดนคิดเงิน 950 บ.

อีกแล้ว! สาวโพสต์เล่า เพื่อเกาหลีเรียกแท็กซี่จากสยาม-เซียร์รังสิต โดนเรียกคิดเงิน 950 บาท โทรศัพท์แจ้งกลับไม่เป็นผล

เมื่อวันที่ 28 ก.พ. ที่ผ่านมา สาวเจ้าของบัญชีเฟซบุ๊กชื่อ Mintty Kunpat Phonpawiworakun ได้โพสต์ภาพและคลิปวีดีโอพร้อมเล่าเรื่องราวของเพื่อนเกาหลี ที่เจอเข้ากับฤทธิแท็กซี่ไทย โดนเรียกเงินค่าโดยสารจากสยามไปเซียร์รังสิต 950 บาท โทรศัพท์ไปแจ้งที่เบอร์ 1584 ก็ไม่ได้รับความคืบหน้าใดๆ โดยมีรายละเอียดดังนี้…

ทั้งนี้ หลังจากเรื่องราวดังกล่าวได้ถูกเผยแพร่ลงบนโลกออนไลน์ ชาวเน็ตต่างให้ความสนใจ เนื่องจากปัญหาแท็กซี่ไทยนั้นมีมานานมาก และยังไม่มีบทลงโทษไหนที่เด็ดขาดชัดเจน รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็ละเลย ทำให้ภาพลักษณะของประเทศเสียหาย จนทำให้เมืองไทยกลายเป็นเมืองที่ไม่น่าท่องเที่ยวไปแล้ว และไม่ใช่แค่นักท่องเที่ยวที่เจอแบบนี้ คนไทยเองก็ไม่ต่างกัน