เกิดเหตุไฟไหม้ชุมชนย่านห้วยขวาง เพลิงสงบแล้ว จนท.เร่งตรวจสอบ

เกิดเหตุเพลิงไหม้บ้านเรือนประชาชนใน ซ.ประชาราษฏร์บำเพ็ญ 2 เขตห้วยขวาง เจ้าหน้าที่เร่งเจ้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ

เมื่อเวลา 10.00 น. วันนี้ (31 มี.ค.62) มีรายงานว่าเกิดเหตุเพลิงไหม้บ้านเรือนประชาชนใน ซ.ประชาราษฏร์บำเพ็ญ 2 เขตห้วยขวาง เมื่อเจ้าหน้าที่ดับเพลิงห้วยขวางเดินทางไปถึงพบเพลิงกำลังลุกไหม้บ้านไม้ปลูกติดกันหลายหลัง และเพลิงเริ่มลุกลาม รถดับเพลิง 6 คันเร่งระดมฉีดน้ำ โดยใช้เวลาไม่นานเพลิงจึงสงบ

ทางด้าน ร.ต.อ.อัครเจตต์ วันแจ้ง รองสารวัตรปราบปราม สน.ห้วยขวาง เปิดเผยว่าหลังเพลิงสงบพบมีบ้านเรือนประชาชนเสียหาย 3 หลัง ลักษณะเป็นห้องเช่าปลูกติดกัน ไม่มีผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิต โดยเจ้าของห้องเช่าแจ้งว่าเพลิงไหม้ขณะตนกำลังนอนหลับ จึงตกใจตื่นและวิ่งหนีออกมา สาเหตุเบื้องต้นยังไม่ทราบแน่ชัด ต้องให้จนท.พิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจสอบอีกครั้ง

ขอบคุณ จส.100

วิกฤตฝุ่นพิษ!! ม.แม่ฟ้าหลวง ประกาศงดการเรียนการสอน 1-2 เม.ย.นี้

มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ประกาศดการเรียนการสอน ระหว่างวันที่ 1 – 2 เมษายน 2562 เนื่องจากสถานการณ์หมอกควันที่รุนแรงและส่งผลกระทบต่อสุขภาพ

วันนี้ (31 มี.ค.62) มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงออกประกาศผ่านเพจ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลว งดการเรียนการสอน ระหว่างวันที่ 1 – 2 เมษายน 2562 เนื่องจากสถานการณ์หมอกควันที่รุนแรงและส่งผลกระทบต่อสุขภาพ และของดกิจกรรมหรือให้บริการพื้นที่โล่งแจ้งที่สุ่มเสี่ยงต่อหมอกควัน เช่น สนามกีฬา

ทั้งนี้มหาวิทยาลัยจะเปิดให้บริการศูนย์บรรณสารและสื่อการศึกษา (ห้องสมุด) ตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมให้บริการ Clean Room ที่ติดตั้งเครื่องฟอกอากาศ ที่โซนสบาย รวมถึงการเปิดห้องประชุมประดู่แดง 1และ 2 อาคารเอนกประสงค์ (E4) เพื่อให้นักศึกษาได้เข้ามาหลบฝุ่นควัน และขอให้นักศึกษา-บุคลากรดูแลสุขภาพและป้องกันตนเองด้วยการสวมใส่หน้ากากอนามัยที่เหมาะสมตลอดเวลา

นอกจากนี้มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงได้ดำเนินการฉีดพ่นละอองน้ำเพื่อสร้างความชุ่มชื้นในอากาศและดักจับฝุ่นควันภายในพื้นที่ของมหาวิทยาลัยอยู่ตลอดทั้งวัน รวมถึงการลาดตระเวนตรวจพื้นที่ป่าโดยรอบมหาวิทยาลัยไม่ให้มีการจุดไฟเผาโดยหน่วยเฉพาะกิจของมหาวิทยาลัยที่ทำเป็นประจำทุกปี

ในส่วนการปฏิบัติงานของบุคลากรยังคงให้มาปฏิบัติงานตามปกติจนกว่าจะมีประกาศเปลี่ยนแปลง

ปลัดก.อุตสาหกรรมเผย คดี ม.44 ปิดเหมืองแร่ทองคำ ยังไม่จ่ายเงินค่าชดเชย

ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เผยกรณี ม.44 ปิดเหมืองแร่ทองคำ ยังไม่จ่ายเงินค่าชดเชย ชี้จากข้อมูลนักวิชาการพบว่าบริษัทเหมืองแร่กระทำความผิดจริงชาวบ้านเดือดร้อน

วันนี้ (31 มี.ค.62) นายพสุ โลหารชุน ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรมและประธานคณะกรรมการดำเนินการระงับข้อพิพาทระหว่างราชอาณาจักรไทยกับบริษัท คิงส์เกต คอนโซลิเดเต็ด ลิมิเต็ด ชี้แจงว่า ตามที่มีประเด็นทางสื่อสังคมออนไลน์ที่ว่ามีการใช้ ม.44 ประกาศปิดเหมืองทองคำชาตรี เนื่องจากพบสารโลหะหนักปนเปื้อนสภาพแวดล้อมและชุมชน ซึ่งบริษัท คิงส์เกต พิสูจน์แล้วไม่จริง

รวมทั้งปรากฏเอกสารเผยแพร่ของบริษัท คิงส์เกต แจ้งว่ามีการบรรลุข้อตกลงเกี่ยวกับการประนีประนอม โดยได้รับสินไหมทดแทนจากการประกันความเสี่ยงทางการเมืองและค่าใช้จ่ายในการดำเนินการอนุญาโตตุลาการระหว่างประเทศ

กรณีข้อพิพาทระหว่างไทยกับบริษัท คิงส์เกต นั้น กระทรวงอุตสาหกรรม ขอเรียนว่า ประเด็นที่อ้างว่าบริษัท คิงส์เกต พิสูจน์แล้วไม่จริงนั้น ไม่เป็นความจริง ทั้งนี้การตรวจสอบผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของประชาชนโดยรอบพื้นที่ประกอบกิจการเหมืองแร่ทองคำยังคงดำเนินการอย่างต่อเนื่อง

โดยล่าสุดรายงานผลการศึกษาโครงการ “การสำรวจตรวจสอบโอกาสการรั่วไหลของสารพิษจากบ่อกักเก็บกากแร่ที่ 1 (TSF1) ของเหมืองทองคำ บริษัท อัครา รีซอร์สเซส จำกัด (มหาชน) จังหวัดพิจิตร” ซึ่งมี ผศ.ดร.ธนพล เพ็ญรัตน์ มหาวิทยาลัยนเรศวร และคณะ เป็นผู้ศึกษาโครงการ มีข้อบ่งชี้ว่า พบความผิดปกติทางความต้านทานไฟฟ้าแสดงถึงการรั่วไหลของน้ำเหมืองจากบ่อกักเก็บกากแร่ที่ 1 และพบความผิดปกติของธรณีเคมีร่วมกับไอโซโทป โดยระบุว่ามีร่องรอยการไหลของน้ำเหมืองจากบ่อกักเก็บกากแร่ที่ 1 ไปถึงบ่อสังเกตการณ์ และบริเวณนาข้าวตามที่มีการร้องเรียนจากชาวบ้าน

ส่วนประเด็นการจ่ายค่าสินไหมทดแทนของบริษัทประกันนั้น เป็นเรื่องของความตกลงระหว่างบริษัท คิงส์เกต กับบริษัทประกัน ซึ่งไม่เกี่ยวข้องและไม่มีผลต่อแนวทางการต่อสู้และรูปคดีของฝ่ายไทยในชั้นอนุญาโตตุลาการ

สำหรับการดำเนินการระงับข้อพิพาทตามกระบวนการอนุญาโตตุลาการระหว่างประเทศกับบริษัท คิงส์เกต คอนโซลิเดเต็ด ลิมิเต็ด นั้น ขอย้ำว่า ขณะนี้คณะกรรมการดำเนินการระงับข้อพิพาทระหว่างราชอาณาจักรไทยกับบริษัท คิงส์เกต คอนโซลิเดเต็ด ลิมิเต็ด โดยความร่วมมืออย่างใกล้ชิดของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและที่ปรึกษากฎหมายที่มีความเชี่ยวชาญในระดับสากล อยู่ระหว่างการต่อสู้และการพิจารณาของคณะอนุญาโตตุลาการ โดยยังไม่มีการตัดสินชี้ขาด

ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรมกล่าวว่า รัฐบาลมีความมั่นใจว่าการดำเนินการของรัฐบาลไทยเป็นการคุ้มครองประชาชนจากผลกระทบ เฉพาะหน้าด้านสุขอนามัยและสิ่งแวดล้อมปนเปื้อนอย่างทันท่วงที เป็นไปตามมาตรฐานสากลสอดคล้องกับกฎหมายระหว่างประเทศ พร้อมสู้คดีต่อไป และยังไม่มีการพิจารณาการจ่ายค่าชดเชยแต่อย่างใด