ไฟป่าแม่ฮ่องสอนยังโหมหนัก 400 กว่าจุด ค่าควันพิษพุ่ง 245 ไมโครกรัมฯ

ไฟป่ายังโหมหนักในจังหวัดแม่ฮ่องสอน สูงสุดของภาคเหนือ พบ 407 จุด ขณะที่ค่าควันพิษพุ่งทะยาน 245 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร

วันที่ 31 มี.ค.62 ที่ศูนย์ป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควันจากไฟป่า จังหวัดแม่ฮ่องสอน ได้รายงานจุดความร้อน จากข้อมูลดาวเทียมระบบ VIIRS ตรวจพบจุดความร้อน Hotspot จำนวน 1,151 จุด 1. จ.แม่ฮ่องสอน จำนวน 407 จุด , 2. จ.เชียงใหม่ จำนวน 193 จุด , 3. จ.เชียงราย จำนวน 137 จุด , 4. จ.ลำปาง จำนวน 109 จุด , 5. จ.น่าน จำนวน 106 จุด , 6. จ.ตาก จำนวน 77 จุด , 7. จ.แพร่ จำนวน 50 จุด , 8. จ.พะเยา จำนวน 49 จุด และ 9. จ.ลำพูน จำนวน 23 จุด รวมทั้งหมด จำนวน 1,151 จุด

โดยจุดความร้อนของแม่ฮ่องสอน สูงสุดเป็นอันดับหนึ่งของภาคเหนือ . ข้อมูลจุดความร้อน (hotspot) สะสมตั้งแต่ วันที่ 1 มกราคม ถึง 29 มีนาคม 2562 มีการตรวจพบ จุดความร้อน 772 จุด ในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน ขณะที่ปี 2561 ในช่วงเวลาเดียวกันพบจุดความร้อน (hotspot) 554 จุด ซึ่งพบว่า ในปีนี้ จุดความร้อนได้เพิ่มสูงมากกว่าปีที่ผ่านมา ในขณะที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน ตั้งเป้าหมายการปฏิบัติงาน ว่าจะไม่ให้จุดความร้อนเกินกว่าปี 2561 และจะไม่มีการยกเลิกเที่ยวบิน

ทั้งนี้เมื่อเวลา 10.00 น.วันนี้ จากผลการตรวจวัดคุณภาพอากาศในพื้นที่ ต.จองคำ อ.เมือง, แม่ฮ่องสอน พบปริมาณฝุ่นละออง ขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM2.5) มีค่า 245 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร (µg/m3) อยู่ในเกณฑ์มีผลกระทบต่อสุขภาพ นอกจากนี้ยังพบปริมาณฝุ่นละออง ขนาดไม่เกิน 10 ไมครอน (PM10) มีค่า 284 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร (µg/m3) อยู่ในเกณฑ์มีผลกระทบต่อสุขภาพ

ยกเลิกเที่ยวบินที่ลงแม่ฮ่องสอนกว่า 80 เที่ยว

ด้านท่าอากาศยานแม่ฮ่องสอน รายงานสถานการณ์การยกเลิกเที่ยวบินของเมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2562 ที่ผ่านมา ว่า เครื่องบินของสายการบิน บางกอกแอร์เวย์ที่ให้บริการระหว่าง เชียงใหม่ – แม่ฮ่องสอน , สายการบินนกแอร์ ที่ให้บริการระหว่าง กรุงเทพ ฯ – แม่ฮ่องสอน และ สายการบินวิสดอมแอร์เวย์ ที่ให้บริการระหว่างเชียงใหม่ – แม่ฮ่องสอน ได้ทำการยกเลิกเที่ยวบินไปแล้วทั้งหมด 80 เที่ยวบิน โดยแยกเป็น สายการบินบางกอกแอร์เวย์ ยกเลิก 56 เที่ยวบิน , สายการบินนกแอร์ ยกเลิก 6 เที่ยวบิน และ สายการบิน RPS SYSTEM หรือ วิสดอมแอร์เวย์ ยกเลิก 18 เที่ยวบิน

ล่าสุดพบว่าได้มีบทความของผู้ใช้เฟซบุ้กที่ใช้ชื่อว่า Chidchanok Ruengorn มีข้อมูลที่ออกมาชี้ประเด็นเพิ่มเติมหลังจากมีการเอ่ยถึง “เห็ดถอบ” ว่าเป็นสาเหตุของปัญหาไฟป่าในครั้งนี้ โดยระบุว่า

อย่าโยนความผิดให้เห็ดถอบ วิชาระบาดวิทยากับปัญหาฝุ่นควัน

1. ปัญหาคืออะไร

  • เกิดฝุ่นลอยรอบๆบริเวณภาคเหนือและพิสูจน์แล้วว่าขนาด PM 2.5 เป็นอันตรายต่อสุขภาพ-เกิดเมื่อไหร่ ตอนไหน ที่ไหน pattern. เป็นอย่างไร เช่น สังเกตมาสามสัปดาห์ความรุนแรงจะมากที่สุดช่วงคืนวันศุกร์ ตลอดวันเสาร์ อาทิตย์ในระหว่างเดือนมกราคมถึงเมษายน ที่รุนแรงขึ้นๆ
  • ผลกระทบที่เกิดขึ้น ต่อสุขภาพทั้งร่างกายและจิตใจ ที่เกิดทันที ระยะสั้นและในระยะยาว ที่ต้องพิสูจน์ว่าเกิดจากฝุ่น
  • ผลกระทบทางเศรษฐศาสตร์ ค่าใช้จ่ายต่างๆที่เกิดขึ้น ในครัวเรือนค่าหน้ากาก เครื่องฟอกอากาศ ค่ายา ค่ารักษาพยาบาล ค่าดับไฟป่าและอื่นๆ

2. สาเหตุคืออะไร

  • เผาป่า ทำไมถึงเผา ไม่น่าใช่เอาเห็ดถอบอย่างเดียวหรอกมั๊ง นึกถึงเรื่อง waste จากการเกษตรของฤดูนี้เช่นจากอ้อย ข้าวโพด และอีกหลายอย่างที่มีนักวิชาการพูดถึงเกษตรพันธสัญญา และการเผาจากสาเหตุอื่น ลองมองในมุมเกษตรกรที่ต้องเลี้ยงปากท้อง ปัญหาจากนโยบายการจัดสรรกระจายรายได้ให้คนทั้งประเทศ ปัญหาซับซ้อนคงต้องใช้การเก็บข้อมูลแบบทั้งเชิงปริมาณและคุณภาพ
  • ไฟป่าตามธรรมชาติ
  • ไฟป่าจากประเทศเพื่อนบ้าน
  • ฝนไม่ตก อันนี้มาจากอะไรล่ะ โลกร้อนรึเปล่าโลกร้อนมาจากอะไรอันนี้คนพูดกันมาเยอะแล้ว

3. การแก้ปัญหาหรือ intervention

  • อันนี้ทำรีวิวมาหน่อย จีน อินเดีย ประเทศที่เจริญแล้วที่ประสบปัญหาทำอย่างไร ถอดบทเรียนกันมา
  • ถ้าพบสาเหตุจากการเผาไร่ กฎหมายคงต้องมา ในทุกมิติไม่น่าจะกับคนเผาอย่างเดียว ต้นเหตุเช่นนายทุนคงต้องมีกฎหมายกำกับไม่ใช่เอาแต่ข้าวโพดหรืออ้อยไปแล้วทิ้งปัญหาให้เกษตรจัดการต่อ
  • ไฟป่าจากเพื่อนบ้าน อันนี้ต้องยกระดับเป็นปัญหาภูมิภาคอาเซียน ปีนี้เราเป็นประธานน่าจะใช้โอกาสนี้ยกปัญหาสิ่งแวดล้อมขึ้นมาจัดการโดยเฉพาะเรื่องนี้
  • วิชาการเรื่องเกษตร การทำพืชพันธุ์ให้เหลือ waste น้อยๆ
  • สาเหตุจากเห็ดถอบคงมีส่วนบ้างแต่ถ้าใช้โมเดลเดิมๆจากอดีตจะเห็นว่าถ้าเผาเอาเห็ดถอบเราทนกันได้ในอดีตนะ ทีนี้จะทำยังไงลองคุยกันดูไม๊เพราะเห็ดถอบอาจจะเป็นมากกว่าเห็ดถอบในมิติอื่นทั้งวัฒนธรรมและสังคม

สรุปว่าแก้ให้ตรงเหตุให้รอบด้านปัญหาคงจะหมดไป ช้าหรือเร็ว

……………….

ขอบคุณ

ฮือฮามาแปลก!! งานศพนำรถไถตกแต่งไว้หน้าหีบศพ

ฮือฮามาแปลกงานศพ บรรดาลูกหลาน ลูกศิษย์ลูกหา ได้นำรถไถคู่กายคันแรกของตาเสริฐมาประดับตกแต่งไว้หน้าหีบศพเพื่อเป็นการระลึกและสำนึกในบุญคุณของตาเสริฐ เป็นครั้งสุดท้าย

วันที่ 30 มีนาคม 62 ผู้สื่อข่าวรายงานที่วัดโคกหล่อ ต.โคกหล่อ อ.เมือง จ.ตรัง ได้มีลูกหลาน บรรดาญาติ ลูกศิษย์ ร่วมกันจัดงานศพให้นายเหลือ(เสริฐ รถไถ) ไกรเทพ อายุ 75 ปี เสียชีวิตด้วยโรคชรา โดยการนำรถไถคู่กายของผู้ตาย ที่ใช้ในการทำมาหากินเลี้ยงครอบครัวมาตั้งแต่เริ่มแรก ได้นำมาไว้ประดับบริเวณภายในงานหน้าหีบศพ พร้อมมีช่อดอกไม้จัดวางไว้อย่างสวยงาม

ซึ่งลูกหลานตั้งใจทำให้เพื่อไว้ระลึกและสำนึกในบุญคุณของคุณตาเสริฐ เป็นครั้งสุดท้าย และเป็นอาชีพที่รักของผู้ตายครั้งยังมีชีวิตอยู่ด้วย และยังมีมโนราห์ทวีน้อยให้แขกที่มาร่วมงานศพได้รับชม พร้อมกับลูกหลาน ลูกศิษย์ ร่วมกันรำกลองยาวอีกด้วย สำหรับงานศพนายเหลือ(เสริฐ รถไถ) ไกรเทพ ทางเจ้าภาพได้ตั้งบำเพ็ญกุศลสวดพระอภิธรรมศพ ตั้งแต่วันที่ 30-31 มี.ค. 2562 และในวันที่ 1 เม.ย. 2562 จะทำการเคลื่อนศพเพื่อประกอบพิธีฌาปนกิจศพต่อไป ส่วนรถไถคันดังกล่าวทางญาติจะนำไปเก็บไว้เพื่อเป็นที่ระลึกในสวนต่อไป

ทั้งนี้ตาเหลือ (เสริฐ) มีบุตรด้วยกันทั้งหมด 3 คนโดยเมื่อครั้งยังมีชีวิต ตาเสริฐ ประกอบอาชีพขับรถไถนา รับจ้างไถนา ไถสวนตามสถานที่ต่างๆตั้งแต่อายุ 13 ปี เป็นที่รู้จักของผู้คนทั่วไปโดยเฉพาะผู้ที่ทำนาทำสวนทั้งในจังหวัดตรัง และจังหวัดใกล้เคียงจะรู้จักคุณตาเหลือ(เสริฐ)เป็นอย่างดี

เนื่องจากมาว่าจ้างไปไถนาไปไถสวนเป็นประจำ และเป็นผู้ที่มีความชำนาญและมีความสามารถในเรื่องรถไถเป็นอย่างดี สามารถขับและซ่อมเครื่องรถได้ด้วยตนเอง โดยคุณตาเป็นผู้ที่มีจิตใจโอบอ้อมอารีใจดีได้ถ่ายทอดวิชาและเทคนิคเกี่ยวกับเรื่องวิถีการไถนาไถสวน ให้กับผู้ที่สนใจในหลายๆคนจนผู้คนเหล่านั้นสามารถนำความรู้และเทคนิค เกี่ยวกับการไถนาด้วยรถไถไปใช้ประกอบอาชีพของตนเองได้

จึงถือเป็นปูชนียบุคคลที่คนรุ่นหลังควรยกย่องและเอาเป็นเยี่ยงอย่าง โดยคุณตาประกอบอาชีพนี้เลี้ยงครอบครัวประมาณ 60 ปีจนกระทั่งลูกๆขอให้คุณตาวางมือเพื่อให้มีเวลาพักผ่อนได้อยู่กับลูกหลานและได้ใช้ชีวิตที่อิสระ

ด้านนายวัฒนพงศ์ ไพโรจน์ อยู่บ้านเลขที่ 49 ม.6 ต.โคกหล่อ อ.เมือง จ.ตรัง ซึ่งเป็นหลานของตาเหลือ(เสริฐ) กล่าวว่า การนำรถไถมาประดับตกแต่งไว้หน้าหีบศพ ครั้งนี้ทำเพื่อเป็นการระลึกถึงผู้ที่วายชนไป เพราะตั้งแต่การทำอาชีพแรก คือ อาชีพขับรถไถ รับจ้างขับรถไถ และที่สำคัญยังเก่งในเรื่องของการซ่อมรถไถด้วย และยังสร้างลูกศิษย์ไว้มากมาย และยึดอาชีพนี้ เลี้ยงครอบครัว มาตั้งแต่อายุ 13 ปี

โดยวันนี้มีทั้งลูกหลาน พร้อมทั้งผู้ที่วานจ้างไปไถ ที่นา ที่สวน ลูกศิษย์ก็มากันทั้งหมด ซึ่งได้ตั้งงานบำเพ็ญกุล สวดพระอภิธรรม วันนี้เป็นวันแรก กับวันพรุ่งนี้ และในวันที่ 1 เมษายน 2562 จะทำการฌาปนกิจศพ นอกจากนี้ยังมีมหรสพมโนราห์ เป็นลูกหลานของผู้ตาย มีกลองยาว เพราะผู้ตายชอบมากขณะที่มีชีวิตอยู่ วันนี้ลูกหลานก็ได้ทำให้กับผู้ตาย โดยอุปนิสัยตอนมีชีวิตอยู่จะเป็นคนอัธยาศัยดีมาก จะเอ็นดู จะพูดจะจาไม่ให้ใครเสียใจ เป็นที่รักและเป็นเยี่ยงอย่างให้กับลูกหลานอีกด้วย

ส่วนทางด้านนายอุทัย ขวัญนิมิตร อายุ 66 ปี อยู่บ้านเลขที่ 51/1 ม.5 ต.บ้านโพธิ์ อ.เมือง จ.ตรัง ซึ่งเป็นลูกศิษย์คนแรกของตาเหลือ (เสริฐ) ที่ได้เรียนรู้เรื่องการขับรถไถ กล่าวว่า ตนเองรู้สึกภูมิใจที่ตาเหลือ (เสริฐ) ได้ให้วิชาการขับรถไถ ให้กับตนเองได้หาเลี้ยงครอบครัว และได้อยู่กับตาเหลือ (เสริฐ)มานาน วันนี้ตนเองก็ได้มาร่วมงานและได้ร่วมระลึกสำนึกบุญคุณที่ตาเหลือ (เสริฐ)ได้สอนให้วิชาการขับรถไถกับตนเอง

ประมวลภาพย้อนหลังพิธีไหว้ครู ‘วัดบางพระ’ ประจำปี 2562 ศิษยานุศิษย์ล้นหลาม

ประมวลภาพย้อนหลังกิจกรรมพิธีไหว้ครู “วัดบางพระ” ประจำปี 2562 คับคั่งไปด้วยศิษยานุศิษย์

เมื่อวันที่ 16 มี.ค. 62 ทีมข่าว MThai News  ได้มีโอกาสมาร่วมงาน พิธีไหว้ครู “วัดบางพระ” ประจำปี 2562 จึงได้เก็บภาพบรรยากาศภายในพิธีต่าง ๆ มาให้คุณผู้อ่านได้ชมกันอย่างตื่นตาตื่นใจไปกับเหล่าลูกศิษย์ลูกหาที่มา “สักยันต์ หลวงพ่อเปิ่น” และบางคนที่มีอาการที่เรียกว่า “ของขึ้น” ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับวิจารณญาณของแต่ละบุคคล พร้อมแล้วไปชมกันเลยค่ะ…

พิธีไหว้ครู เป็นพิธีกรรมที่เป็นประเพณีของไทยที่นิยมปฏิบัติกันมาตั้งแต่สมัยโบราณ เพื่อแสดงถึงความระลึกถึงพระคุณของครูบาอาจารย์ผู้อบรมสั่งสอนวิชาความรู้ เรียกได้ว่าเป็นพิธีที่จัดขึ้นเพื่อส่งเสริมให้ศิษย์ได้มีความกตัญญูกตเวที แสดงตนขอเป็นศิษย์ของท่านโดยตรง

สำหรับ วัดบางพระ ในทุกๆ ปี ทางวัดจะจัดให้มีพิธีไหว้ครูใหญ่ประจำปีขึ้นในวันเสาร์กลางเดือน ๔ เพื่อเป็นการระลึกถึงคุณบุรพาจารย์ผู้ประสิทธิ์ประสาทวิชา โดยในวันงานจะคับคั่งไปด้วยศิษยานุศิษย์ที่มารวมตัวกันอย่างล้นหลาม จนทำให้พื้นที่บริเวณลานวัดดูแคบไปอย่างถนัดตา