อ.ธิดา ร้องกกต. ตรวจสอบผลคะแนนเลือกตั้ง บัตรดี-เสีย-เกิน อย่างจริงจัง

อ.ธิดา ร้องกกต. ตรวจสอบการรายงานคะแนน บัตรดี-เสีย-เกิน อย่างจริงจัง เพื่อตอบข้อสงสัยประชาชน

วันนี้ (27 มี.ค. 62) มีรายงานว่า อาจารย์ธิดา ถาวรเศรษฐ พร้อมคณะอาสาสมัครตรวจสอบทุจริตการเลือกตั้ง ได้เดินทางมายื่นหนังสือเปิดผนึกถึงคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. กรณีที่กระบวนการเลือกตั้งได้ส่งผลที่น่ากังวลต่อความน่าเชื่อถือ ซึ่งทางคณะอาสาฯ ได้รายงานปัญหาข้อบกพร่องหลายประการ และได้รวบรวมปัญหาที่มีข้อร้องเรียน เพื่อรับการแก้ไขปรับปรุง โดยขณะนี้ประชาชนจำนวนมากตั้งข้อสงสัยถึงความโปร่งใสของ กกต.

ทั้งนี้ อาจารย์ธิดา เผยว่า จากการลงพื้นที่ของอาสาสมัครตรวจสอบการทุจริตการเลือกตั้ง พบความผิดปกติในการจัดการเลือกตั้งครั้งนี้จำนวน 11 ประเด็น โดยเฉพาะกรณีบัตรเกิน บัตรเสีย ที่เกิดขึ้นจำนวนมาก จึงต้องการให้ กกต.ตรวจสอบและทบทวนในส่วนที่เกี่ยวข้องกับบัตรเสียนี้ รวมถึงต้องเร่งแก้ไขข้อบกพร่องที่เกิดขึ้นจากการทำงานของ กกต.ก่อนหน้านี้ให้แล้วเสร็จ ก่อนการประกาศผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการในวันที่ 9 พ.ค. 62 เพราะหาก กกต. ไม่ดำเนินการใดๆ จะกระทบต่อความเชื่อมั่นในการทำงานและผลการเลือกตั้งที่ออกมา ซึ่งอาจส่งผลต่อการจัดตั้งรัฐบาลในอนาคต รวมถึงอาจนำไปสู่การร้องเรียนให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ

จึงขอเรียกร้องให้ กกต. มีการตรวจสอบ การรายงานคะแนนจากทุกหน่วย ทุกเขต จำนวนบัตรดี บัตรเสีย มีการตรวจสอบบัตรเสียที่มีมากผิดปกติ และบัตรเกินอย่างจริงจัง เพื่อตอบข้อสงสัยของประชาชนและเรียกร้องความยุติธรรมให้ผู้สมัครรับเลือกตั้ง

สหรัฐฯ กดดันประเทศไทย เร่งประกาศผลเลือกตั้งโดยเร็ว

สหรัฐฯ เรียกร้องประเทศไทยเร่งประกาศผลการ เลือกตั้ง และให้มีการตรวจสอบรายงานความผิดปกติที่เกิดขึ้นในทุกกรณี

วันที่ 27 มี.ค. 2562 เว็บไซต์สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย ได้เผยแพร่คำแถลงจากรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ โรเบิร์ต พาลาดิโน ถึงกรณีการเลือกตั้งในประเทศไทย เมื่อวันที่ 24 มีนาคมที่ผ่านมา โดยระบุว่า

เรายินดีกับพลเมืองไทยหลายสิบล้านคนที่ออกมาแสดงพลังในการเลือกตั้งที่รอคอยกันมาเป็นเวลานานเมื่อวันที่ 24 มีนาคมที่ผ่านมา เพื่อให้ประเทศไทยกลับมามีรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งอีกครั้ง การลงคะแนนเสียงของประชาชน การรายงานข่าวอย่างเข้มข้นของสื่อเกี่ยวกับกระบวนการเลือกตั้ง

รวมไปถึงการอภิปรายข้อเท็จจริงอย่างเสรี เป็นสัญญาณบวกแสดงถึงการกลับสู่รัฐบาลตามระบอบประชาธิปไตยที่สะท้อนความต้องการของประชาชน เรายืนเคียงข้างประชาชนชาวไทยในการเรียกร้องให้มีการประกาศผลการเลือกตั้งโดยเร็ว และให้มีการตรวจสอบรายงานความผิดปกติที่เกิดขึ้นในทุกกรณีอย่างยุติธรรมและโปร่งใส

สหรัฐอเมริการอคอยที่จะทำงานร่วมกับรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งชุดใหม่ของประเทศไทย เพื่อส่งเสริมค่านิยมต่างๆ รวมถึงประชาธิปไตย ความมั่นคง และความเจริญมั่งคั่งของพลเมืองทุกคน อันจะนำประเทศของเราทั้งสองให้ใกล้ชิดกันมากยิ่งขึ้น

กสิกรไทย ใช้เทคโนโลยีเปรียบเทียบใบหน้า นำร่องเปิดบัญชีเงินฝาก

ธนาคารกสิกรไทย นำเทคโนโลยีเปรียบเทียบใบหน้า (Face Recognition) ช่วยพิสูจน์ตัวตนลูกค้า กับสาขาของธนาคาร นำร่องใช้เปิดบัญชีเงินฝาก เพิ่มความแม่นยำให้พนักงานใช้พิสูจน์ตัวตนของลูกค้า พร้อมเตรียมเชื่อมข้อมูลข้ามธนาคาร ขยายการให้บริการบนช่องทางดิจิทัล เริ่มจากการเปิดบัญชีเงินฝาก ช่วยให้ลูกค้าทำธุรกรรมได้ทุกที่ทุกเวลา ไม่ต้องเดินทางมาสาขา และสร้างมาตรฐานใหม่ด้านความปลอดภัยยุคดิจิทัล ตั้งเป้าให้บริการเต็มรูปแบบไตรมาส 3 ปีนี้ พร้อมทั้งผลักดันให้เกิดการต่อยอดกับภาครัฐ ให้ลูกค้ายืนยันตัวตนเพื่อขอรับบริการจากภาครัฐฯ ในอนาคต

นายศีลวัต สันติวิสัฎฐ์ รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า ธนาคารให้ความสำคัญเรื่องการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลลูกค้า จึงนำเทคโนโลยีมาช่วยยกระดับการป้องกันความเสี่ยงอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดธนาคารได้เริ่มมีการนำเทคโนโลยีเปรียบเทียบใบหน้า (Face Recognition) มาช่วยการพิสูจน์ตัวตนลูกค้าที่สาขา โดยนำร่องใช้สำหรับบริการเปิดบัญขีเงินฝากที่สาขาของธนาคารแล้ว เพื่อเพิ่มมาตรฐานความปลอดภัยและความแม่นยำในการพิสูจน์ตัวตนลูกค้าของพนักงานสาขา ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงการสวมตัวตนเพื่อเปิดบัญชีของอาชญากร

สำหรับเอกสารและขั้นตอนการเปิดบัญชียังคงใช้พื้นฐานเดิมอยู่ ส่วนที่พัฒนาเพิ่มเติมเข้ามา คือ พนักงานสาขาจะทำการถ่ายภาพใบหน้าลูกค้าที่ขอเปิดบัญชี จากนั้นนำระบบเทคโนโลยีเปรียบเทียบใบหน้า (Face Recognition) ใช้เปรียบเทียบภาพถ่ายกับรูปภาพบนบัตรประชาชนของลูกค้า หลังจากนั้นพนักงานจะนำข้อมูลผลการเปรียบเทียบมาประกอบการเปิดบัญชีให้แก่ลูกค้า

ทั้งนี้ การให้บริการดังกล่าวอยู่ในโครงการ Regulatory Sandbox กับธนาคารแห่งประเทศไทย มาตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2561 จากผลการทดสอบพบว่า ระบบมีการตรวจสอบที่แม่นยำเป็นที่น่าพอใจ โดยเป้าหมายการพัฒนา คือ ธนาคารมีกระบวนการใช้งานระบบได้อย่างถูกต้อง แม่นยำ มีประสิทธิภาพ จนสามารถกำหนดให้ขั้นตอนการถ่ายภาพและพิสูจน์ตัวตนด้วยเทคโนโลยีเปรียบเทียบใบหน้าเป็นมาตรฐานในการทำธุรกรรม

นอกจากนี้ ภายในไตรมาส 3 ของปีนี้ เตรียมต่อยอดเชื่อมโยงข้อมูลข้ามธนาคาร เพื่ออำนวยความสะดวกให้ลูกค้าสามารถทำธุรกรรมที่ได้ง่ายยิ่งขึ้น โดยสามารถดำเนินการผ่านช่องทางดิจิทัลแทนการเดินทางมาสาขาได้ ทุกที่ทุกเวลา ครอบคลุมธุรกรรมสำคัญ อาทิ การขอสินเชื่อ และการเปิดบัญชีใหม่ข้ามธนาคาร โดยมี National Digital ID เป็นหน่วยงานกลางที่คอยดูแลให้การส่งข้อมูลระหว่างกันเป็นไปตามระเบียบข้อบังคับ และในอนาคตยังมีแผนจะผลักดันให้เกิดการต่อยอดกับภาครัฐ ช่วยให้ลูกค้าที่ติดต่อรับบริการจากทางราชการสามารถยืนยันตัวตนด้วยเทคโนโลยีนี้ได้อีกด้วย