นายกฯ โชว์เป่าขลุ่ย ร่วมรณรงค์วันอนุรักษ์มรดกไทย

นายกฯ โชว์เป่าขลุ่ย ร่วมรณรงค์วันอนุรักษ์มรดกไทย บอกเยาวชนอย่าปล่อยความหวังลอยในอากาศ อนาคตต้องกำหนดเอง ยืนยันไม่เกี่ยวจัดตั้งรัฐบาลใหม่

วันนี้ ( 26 มี.ค. 62 ) ที่ หน้าตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล ก่อนเป็นประธานการประชุม คสช. และ ครม. พลเอกประยุทุธ์ จันทร์โอชานายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ได้ร่วมประชาสัมพันธ์การจัดกิจกรรมวันอนุรักษ์มรดกไทย 2 เมษายน 2562  โดยได้ร่วมถ่ายภาพกับเยาวชนนักแสดงโขน และเยาวชนที่มาแสดงดนตรีไทย ซึ่งเป็นหลักสูตรเสริมการเรียนรู้ฝึกทักษะด้านดนตรีไทย

นายกรัฐมนตรี กล่าวในช่วงหนึ่งว่า วันนี้ได้อ่านหนังสือเล่มหนึ่งแล้วมีข้อความว่า หากเราโยนความหวังและอนาคตขึ้นไปบนฟ้า ก็จะเหมือนกับปล่อยว่าวให้หลุดลอยไป โดยว่าวนั้นจะลอยไปไม่มีทิศทาง ไปติดอยู่ที่ไหนไม่รู้ ก็เหมือนกับความหวังของเราที่ลอยไปโดยไม่สามารถที่จะกำหนดทิศทางใดได้ ดังนั้นความหวังและอนาคตที่เราอยากได้ต้องลงมือทำด้วยตนเอง และวันนี้ทุกคนที่มาก็เปรียบเหมือนความหวังของประเทศ ซึ่งตนเองได้ทำเรื่องต่างๆ ไว้ให้กับเยาวชนแล้ว

ขณะเดียวกันยังได้ทดลองเป่าขลุ่ย และนายกรัฐมนตรี ยังกกล่าวอีกว่า ความหวังที่กล่าวกับเด็กๆ นั้น ไม่เกี่ยวกับการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ ไม่เกี่ยวกับนายกรัฐมตรี จากนั้นทางสำนักปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีได้นำเข้มที่ระลึกตราสัญลักษณ์พระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช 2562 มาจำหน่าย

พร้อมกันนี้ยังได้เยี่ยมชมผลิตภัณพ์จากลุ่มผู้สูงอายุ จากโครงการรวมพลังประชารัฐส่งเสริมการมีงานทำให้ผู้สูงอายุ ปี 2562 โดยกระทรวงแรงงาน ซึ่งนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า วันนี้ต้องมีการเตรียมความพร้อมก้าวสู่สังคมผู้สูงอายุ ซึ่งรัฐบาลยืนยันว่าพร้อมที่จะดูแล แต่ทุกคนต้องช่วยกันสร้างความเข้มแข็งและพัฒนาตนเอง

พร้อมกันนี้นายกรัฐมนตรีได้หยิบตุ๊กตาในชุดพื้นเมืองที่ผลิตโดยกลุ่มผู้สูงอายุ จ.เชียงใหม่ พร้อมระบุว่า เป็นสินค่าที่น่าสนใจ อีกทั้งยังมีกล่องใส่ตุ๊กตาที่มีความสวยงามทำจากผ้าไทย ซึ่งสินค้าในลักษณะแบบนี้สามารถส่งเสริมยกระดับจำหน่ายต่างประเทศด้วย

พร้อมกันนี้ยังได้อุดหนุนกระเป๋าผ้าทอ 4 ใบ และหมวกจากกลุ่มรัฐวิสาหกิจชุมชนผู้สูงอายุ จ.ปราจีนบุรี เพื่อเตรียมไว้ให้แขกต่างประเทศที่มาเยือนประเททศไทย ซึ่งเป็นการประชาสัมพันธ์ผลิตภัณฑ์ประเทศไทยไปด้วย และจะสานต่อโครงการต่างๆ ต่อไป โดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง

ในระหว่างที่ชมสินค้า นางระเบียบ ยิ้มเทียน ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนบ้านโคกหม้อ จ.นครสวรรค์ ได้แนะนำพรมเช็ดเท้าที่ทอลายต่างๆ ก่อนจะจับมือพลเอกประยุทธ์ พร้อมให้กำลังใจ และบอกให้สู้ๆ พร้อมกันนี้นายกรัฐมนตรีได้ขอบคุณกลุ่มผู้ประกอบการค้าปลีกรายใหญ่ ที่ช่วยสนับสนุนกลุ่มผู้สูงอายุเข้าทำงาน

ทอง เปิดตลาดวันนี้ปรับขึ้น 50 บาท

ทอง เปิดตลาดวันนี้ปรับขึ้น 50 บาท รูปพรรณรับซื้อ 19,298.68 บาท ขายออก 20,250.00 บาท

สมาคมค้าทองคำประกาศราคาซื้อ-ขายทอง ประจำวันอังคารที่ 26 มีนาคม 2562 เมื่อเวลา 09.30 น. ซึ่งราคาปรับขึ้น 50 บาท เมื่อเทียบกับราคาวานนี้ โดยราคาทองราคาทองรูปพรรณ รับซื้อบาทละ 19,298.68 บาท ขายออกบาทละ 20,250.00 บาท ราคาทองคำแท่ง รับซื้อบาทละ 19,650.00 บาท ขายออกบาทละ 19,750.00 บาท

เลือกตั้ง62 : ‘สดศรี’ ชี้ กกต.ชุดปัจจุบัน ยังอ่อนประสบการณ์

หนึ่งในอดีต กกต. มอง กกต.ชุดปัจจุบัน ยังอ่อนประสบการณ์ในการจัดการเลือกตั้งระดับชาติ แต่ปัญหาเกิดขึ้นจากข้อจำกัดหลายอย่างที่เปลี่ยนแปลงจากการเลือกตั้งในครั้งก่อนหน้านี้

นางสดศรี สัตยธรรม อดีตคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เปิดเผยถึงมุมมองกรณีที่ประชาชนจับตาการทำงานของคณะกรรมการการเลือกตั้งชุดปัจจุบันในหลายๆเรื่อง ทั้งการวินิจฉัยบัตรดี-บัตรเสีย บางเขตเลือกตั้งมีคะแนนมากกว่าผู้มาใช้สิทธิ์ และการส่งบัตรเลือกตั้งจากประเทศนิวซีแลนด์ล่าช้าว่า การจะมองสมรรถภาพของ กกต.ชุดนี้ อาจจะต้องมองในส่วนของภาพรวม คือ 1.รัฐธรรมนูญฉบับนี้มีการเปลี่ยนแปลงจากเดิมคือ มีลักษณะของการปันส่วนผสม จึงทำให้ กกต.ชุดนี้ทำงานได้ยากขึ้น และ 2.ประสบการณ์ของกรรมการชุดนี้ยังไม่มากพอในการทำงานการเลือกตั้งในระดับชาติ จึงอาจเป็นผลให้เกิดความบกพร่องในการทำงาน ซึ่งเกิดได้จากหลายๆ ปัจจัย

ทั้งนี้ ในฐานะที่ตนเองเคยจัดการเลือกตั้งระดับชาติมาแล้ว 2 ครั้ง ก็ยอมรับว่าการทำงานในส่วนของการจัดการเลือกตั้งในแต่ละครั้งความบกพร่องสามารถเกิดขึ้นได้ แต่ต้องมีการชี้แจงให้สื่อมวลชนและประชาชนได้รับทราบถึงข้อเท็จจริง ที่สำคัญ กกต.ชุดนี้ ควรมีการประชาสัมพันธ์การเลือกตั้งที่ถึงลูกถึงคนมากกว่านี้ รวมทั้งมีการชี้แจงปัญหาต่างๆชัดเจน อาทิ ปัญหาที่ไม่สามารถประกาศผลการเลือกตั้ง 100 เปอร์เซ็นต์ ก็ต้องอธิบายว่าอะไรคือเหตุผล ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะ กกต.ชุดนี้ได้รับเรื่องร้องเรียนก่อนวันเลือกตั้งถึง 110 เรื่อง ในบางเขตที่มีการร้องเรียนจึงอาจต้องมีการระงับไว้ก่อน และประกาศเฉพาะเขตที่ไม่มีการร้องเรียน

ส่วนกรณีที่คนในสังคมออนไลน์ ได้รวบรวมรายชื่อเพื่อถอดถอน กกต. กฎหมายวางหลักเกณฑ์ไว้ตามมาตรา 114 ว่าการดำเนินการถอดถอนมี 2 กรณี คือ ผ่านรัฐสภา ซึ่งในขณะนี้ไม่มีรัฐสภามีเพียง สนช. จึงต้องยื่นการถอดถอนให้เป็นอำนาจของสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. ซึ่งไม่ใช่เพียงการรวมรวมรายชื่อในสังคมออนไลน์ แต่ต้องมีการระบุชื่อ และบัตรประชาชนเป็นลายลักษณ์อักษรชัดเจนจำนวน 20,000 รายชื่อ พร้อมกับหลักฐานการกระทำผิด(ทุจริต) ต่อประธาน ป.ป.ช. จากนั้นก็จะมีการไต่สวน ซึ่งทางกกต. สามารถต้องแก้ข้อหาในชั้น ปปช. ได้ ถ้าปปช.ลงมติกึ่งหนึ่งแล้วก็จะต้องยื่นไปที่อัยการสูงสุด อัยการสูงสุดจะเป็นผู้ฟ้องไปที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญานักการเมืองจะเป็นผู้พิจารณาถอดถอน ซึ่งในระหว่างการถอดถอนการทำงานของ กกต.ซึ่งเป็นองค์กรอิสระจะต้องหยุดชะงักลง