เตือนอย่าหลงเชื่อข่าวปลอม! ปลด 2 กกต. ร้อง ปอท.ตรวจสอบแล้ว

สำนักงาน กกต. เตือนอย่าหลงเชื่อข่าวปลอม กรณีปลด 2 กกต.  ขณะที่ ร้อง ปอท.ตรวจสอบเรื่องนี้แล้ว

จากกรณีที่มีการแชร์ข่าวในสังคมออนไลน์ ว่า มีการทุจริตเกี่ยวกับการเลือกตั้ง และเชื่อมโยงถึง 2 กกต.โดยในข่าวระบุว่า มีการปลด 2 คณะกรรมการการเลือกตั้ง คือ นายฉัตรไชย จันทร์พรายศรี และ นายปกรณ์ มหรรณพ ในกรณีสลับรถขนบัตรเลือกตั้ง

ล่าสุด สำนักงาน กกต.ยืนยันว่า ข่าวที่ได้ทำการแชร์กันออกไปนั้นเป็นข่าวปลอม และได้มีการดำเนินการให้ร้องต่อกองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ปอท.) เข้ามาตรวจสอบในกรณีนี้เรียบร้อยแล้ว เตือนประชาชนอย่าหลงเชื่อ

สำหรับขั้นตอนการคัดแยก ขนย้าย และรักษาหีบบัตรเลือกตั้งล่วงหน้า

หลังลงคะแนนเลือกตั้งล่วงหน้าเสร็จสิ้น บัตรเลือกตั้งจะถูกบรรจุใส่ซองของแต่ละเขต ที่มีในแต่ละจังหวัด จากนั้นจะนำขึ้นรถไปรษณีย์พิเศษ จังหวัดละ 1 คัน เพื่อขนบัตรเลือกตั้ง เข้ามาจัดเก็บในสำนักงาน กกต.ส่วนกลาง ภายในวันที่ 18 มีนาคม โดยตลอดการขนส่งจะมีมาตรการดูแลความปลอดภัย ด้วยการใช้รถตำรวจ 1 คัน นำหน้ารถไปรษณีย์ และภายในรถไปรษณีย์ จะมีตำรวจ 1-2 นาย คอยเฝ้าดูความเรียบร้อย ภายในรถถูกติดตั้งกล้องวงจรปิด และติดตั้ง จีพีเอส (GPS) คำนวณระยะเวลาการเดินทางจากแต่ละจังหวัดเข้ามาที่ สำนักงาน กกต. ซึ่งจะทำให้รู้ว่า รถถูกจอดพักนานเท่าไหร่ มีจุดไหนที่มีเหตุต้องสงสัยต่อการเปลี่ยนบัตรหรือไม่

อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ มีรายงานว่า กกต. และบริษัทไปรษณีย์ไทยร่วมกันปล่อยขบวนรถไปรษณีย์ขนส่งบัตรเลือกตั้งล่วงหน้าและบัตรเลือกตั้งนอกราชอาณาจักร จำนวน 2 ล้านฉบับ 15 คันรถ หลังปล่อยขบวนรถออกไปสักพัก รถไปรษณีย์จำนวน 8 คัน เกิดสัญญานขาดหายและบางส่วนสัญญาณอ่อน ต่อมาได้รับคำชี้แจ้งว่า ที่สัญญาณขาดหายเนื่องจากถึงจุดหมายแล้วดับเครื่องจอดรถ เช่นที่จังหวัดอยุธยา ส่วนคันที่สัญญาณอ่อนเกิดจากผ่านพื้นที่ที่ไม่สัญญาณ แต่ไม่นานขบวนการขนส่งหีบบัตรล่วงหน้าก็ได้เข้าสู่ภาวะปกติ

สบส. สั่งเร่งตรวจสอบ 9 คลินิก ลักลอบนำยาลดความอ้วนขายให้นายทุน

สบส. สั่ง สสจ. เร่งตรวจสอบ 9 คลินิก ลักลอบนำยาลดความอ้วนขายให้นายทุน

วันนี้(26 มี.ค.) นพ.อาคม ประดิษฐสุวรรณ รองอธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ หรือ สบส. เปิดเผยภายหลังจากแพทยสภาได้สั่งการให้ สบส.เข้าไปตรวจสอบคลินิกที่ได้รับอนุญาตให้ใช้ยาลดความอ้วน ที่ถูกจัดไว้เป็นวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทประเภท2 และ ประเภท4 เพื่อนำไปรักษาให้กับคนไข้ แต่ยาชนิดนี้ต้องสั่งจากทางสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา หรือ อย. เท่านั้น ซึ่งต่อมาได้ตรวจสอบพบว่าคลินิกที่ได้รับอนุญาตในการสั่งจ่ายยา ไม่ได้นำยาไปรักษาคนไข้ แต่กลับนำยาดังกล่าวไปขายต่อให้กับนายทุนเพื่อนำไปผลิตเป็นยาลดความอ้วน และขายในโลกออนไลน์ จนมีผู้หลงเชื่อซื้อไปรับประทานจนเสียชีวิต

โดยความคืบหน้าทาง รองอธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กล่าวว่า ขณะนี้ได้สั่งการไปยังสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด หรือ สสจ. ในแต่ละพื้นที่ให้เข้าไปตรวจสอบคลินิกที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ซึ่งพบว่ามีจำนวน 9 คลินิก กระจายอยู่ใน 6 จังหวัด ได้แก่ หนองบัวลำพู , อุบลราชธานี อุดรธานี นครราชสีมา พิษณุโลก และตาก โดยทั้งหมดพบว่าเป็นคลินิกเวชกรรม

ส่วนรายละเอียดการระทำของแต่ละคลินิกนั้น อยู่ระหว่างรอรายงานจากทาง สสจ. แต่เบื้องต้นอาจเข้าข่ายความผิดดำเนินการผิดประเภท โดยผู้ดำเนินการไม่ดูแลผู้ประกอบวิชาชีพ ปล่อยให้มีการกระทำผิด

บรรทุกพ่วงเบียดรถจักรยานยนต์ 2 พี่น้องล้มดับ 1 บาดเจ็บ 1

รถบรรทุกพ่วงเบียดรถจักรยานยนต์ 2 พี่น้องล้มเสียชีวิต 1  ราย บาดเจ็บ 1 คน

วันที่ 25 มี.ค.  เมื่อเวลา 20.00 น. ร.ต.ท.อธิคม ทองแดง รองสว.สอบสวน สภ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา ได้รับเกิดอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ถูกรถยนต์บรรทุกพ่วงเฉี่ยวชนรถจักรยานยนต์ แล้วหลบหนี มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ บนถนนสาย 347 บางปะหัน-ปทุมธานี หลักกิโลเมตรที่ 19 มุ่งหน้าปทุมธานี ม.3 ต.เชียงรากน้อย อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา ไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สมาคมอยุธยารวมใจ

พบรถจักรยานยนต์ ฮอนด้า ซีบีอา สีดำขาว หมายเลขทะเบียน 3 กก 493 กรุงเทพมหานคร ล้มคว่ำอยู่ริมถนน สภาพด้านหน้ารถได้รับความเสียหาย ใกล้กันพบศพนายจิรยุทธ จูศรเวท อายุ 28 ปี เป็นผู้ขับขี่ สภาพศพแขนขาหัก มีบาดแผลฉกรรจ์ เลือดไหลนองเต็มพื้นถถ ที่ข้างทางพบนายนัฐธาดา พันธ์สายศรี อายุ 25 ปี ผู้โดยสารได้รับบาดเจ็บมีแผลถลอกตามร่างกาย นั่งร้องไห้ฟูมฟาย จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ให้การช่วยเหลือ ส่งรักษาที่โรงพยาบาลบางปะอิน

สอบถามนายนัฐธาดา พันธ์สายศรี อายุ 25 ปี ผู้ได้รับบาดเจ็บน้องของผู้ตาย ทราบว่า ตนและผู้ตายได้ขับรถจักรยานยนต์มาทำธุระที่ อ.บางปะอิน ระหว่างทางที่จะกลับบ้านพักใน อ.วังน้อย ได้มีรถยนต์บรรทุกพ่วง ขับเบียดรถจักรยานยนต์ จนล้มคว่ำพ่วงของรถบรรทุกได้ทับเข้าที่ลำตัวของผู้เสียชีวิต จนเสียชีวิตส่วนรถยนต์บรรทุกคันที่เฉี่ยวชนนั้นได้หลบหนีไป

ด้านเจ้าหน้าที่ต้องจะทำการสอบสวนผู้ได้รับบาดเจ็บอย่างละเอียด พร้อมทั้งสอบสวนพยานที่เห็นเหตุการณ์ รวมทั้งตรวจสอบว่าบริเวณจุดเกิดเหตุนั้นมีกล้องวงจรปิด หรือไม่เพื่อที่จะติดตามรถบรรทุกคันกล่าวมาดำเนินคดี