แจงรถขนหีบบัตรเลือกตั้งสัญญาณหาย เป็นการเข้าใจผิดของสื่อมวลชน

ปณท. แจง รถขนหีบบัตรเลือกตั้งล่วงหน้าสัญญาณหายเป็นการเข้าใจผิดของสื่อมวลชน บางคันแค่จอดพักกินข้าวกลางทาง

วันที่ 22 มี.ค. 2562 จากกรณีที่เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาช่องสถานีโทรทัศน์แห่งหนึ่ง ได้มีการรายงานข่าวว่าคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) พร้อมผู้บริหารของบริษัทไปรษณีย์ไทย ร่วมกันปล่อยขบวนรถไปรษณีย์ขนส่งบัตรเลือกตั้งล่วงหน้า และบัตรเลือกตั้งนอกราชอาณาจักร กว่า 2 ล้านฉบับ จำนวน 15 คันรถ ไปยังเขตเลือกตั้งทั้ง 350 เขตทั่วประเทศ ซึ่งหลังจากปล่อยขบวนได้ไม่นานมีรถจำนวน 8 คัน เกิดสัญญาณขาดหายจนเกิดความวุ่นวายนั้น

ล่าสุด นายมานพ ศรวิบูลย์ศักดิ์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่สายงานปฏิบัติการนครหลวง บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด ชี้แจงถึงกรณีดังกล่าวว่า รถขนหีบบัตรเลือกตั้งล่วงหน้าที่หายไป 8 คันจากจอมอนิเตอร์ของศูนย์ติดตามที่สำนักงานไปรษณีย์ เป็นการเข้าใจผิดของสื่อมวลชน

โดยรถทุกคันเปิดจีพีอาร์เอสติดตามอยู่ตลอดเวลา ขณะที่รถเคลื่อนจะเป็นจุดสีแดง แต่เมื่อรถหยุดจะเป็นจุดสีดำ ซึ่งทางไปรษณีย์ได้ตรวจสอบและโชว์ในจอมอนิเตอร์พบว่าที่เป็นจุดสีดำเพราะบางคันได้เดินทางไปถึงปลายทางแล้ว บางคันจอดพักกินข้าวกลางทาง

โดยยืนยันว่ารถทุกสายที่ส่งบัตรเลือกตั้งอยู่อยู่ในเส้นทางและระยะทางที่กำหนด อีกทั้งมีกรรมการประจำรถอยู่ครบ รถทุกคันไม่มีอุบัติเหตุ ไม่มีคันใดออกนอกเส้นทาง และได้ทำความเข้าใจต่อสื่อมวลชนที่ทำข่าวไปแล้ว

‘สุเทพ’ FB เลือกตั้งคราวนี้ ก่อนกาบัตร ถามตัวเองก่อน ‘อยากให้ประเทศเป็นแบบไหน’

“สุเทพ” โพสต์เฟซบุ๊ก เลือกตั้งคราวนี้ ก่อนจรดปากกาในคูหา ถามตัวเองก่อนว่าอยากให้ประเทศของเราเป็นแบบไหน

วันนี้ (22 มี.ค. 62) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 10.59 น. ที่ผ่านมา นายสุเทพ เทือกสุบรรณ แกนนำผู้ร่วสมก่อตั้งพรรครวมพลังประชาชาติไทย ได้โพสต์ข้อความตอนหนึ่งบนเฟสบุ๊กส่วนตัว Suthep thaugsuban (สุเทพ เทือกสุบรรณ) ว่า…

กว่า 5 ปีที่มวลมหาประชาชนลุกขึ้นมาต่อสู้กับระบอบทักษิณ ความรุนแรงถูกนำมาเขย่าขวัญผู้ชุมนุมครั้งแล้วครั้งเล่า หลายชีวิตถูกทำลาย หลายชีวิตต้องบาดเจ็บพิการ เพราะรวมใจกันสู้ เพราะไม่ยอมถอยหนี กลับยิ่งทำให้พลังของประชาชนยิ่งแข็งแกร่งขึ้น และยิ่งประจานความชั่วร้ายของรัฐบาลทรราชให้โลกเห็นว่า นอกจากไม่สนใจฟังแล้ว ยังเข่นฆ่าประชาชนมือเปล่า ทำทุกอย่างเพื่อรักษาอำนาจเผด็จการรัฐสภา เลือกตั้งคราวนี้ กลับโยนคำว่า “เผด็จการ” ใส่ให้ทหารที่เป็นเหมือนกรรมการห้ามทัพทำบ้านเมืองให้สงบ แถมยังยึดเอาคำว่า “ประชาธิปไตย” ไว้ให้พวกตัวเอง แต่ประชาธิปไตยของเขา คืออำนาจที่ได้มาจากเสียงข้างมาก แต่กลับนำไปใช้เป็นเครื่องมือเพื่อหาผลประโยชน์ให้พวกพ้อง…ประชาธิปไตยจึงถูกนำมาใช้เป็นข้ออ้างเท่านั้น

เมื่อประชาชนทนไม่ไหว ออกมาขับไล่ ก็นำไปสู้วิกฤติบ้านเมือง และลงท้ายด้วยการทำรัฐประหาร ฉีกรัฐธรรมนูญ เลือกตั้งใหม่ นักการเมืองหน้าเก่าๆ ก็กลับเข้าสภาได้อีกโดยการซื้อเสียงแจกนโยบายประชานิยม สร้างเผด็จการรัฐสภา เพื่อทุจริตถอนทุนคืน …เป็นวังวนซ้ำๆเดิมๆ ไม่เบื่อกันบ้างหรืออย่างไร เลือกตั้งคราวนี้ ก่อนจรดปากกาในคูหา ถามตัวเองก่อนว่าอยากให้ประเทศของเราเป็นแบบไหน ถามตัวเองก่อนว่ารับได้ไหมหากต้องกลับมาอยู่ในวังวนเดิมไม่รู้จบที่ชาว กปปส.กลุ่มหนึ่ง ต้องมาตั้งพรรคการเมืองเอง เพื่อให้ กปปส.ด้วยกัน รวมพลังสนับสนุนพรรคให้เข้าไปปฏิรูปประเทศต่อ หากใครที่มองเห็นว่า “ประเทศยังไม่ปลอดภัย” เหมือนกับผมมาสู้กันอีกสักตั้งครับ …คิดว่าทำเพื่อประเทศของเรา เลือกพรรครวมพลังประชาชาติไทย

สุเทพ เทือกสุบรรณ

หนุ่มร้อง สคบ. ถูกเต้นท์รถมือสอง ปรับเลขไมล์วัดระยะทาง ก่อนย้อมแมวขาย

หนุ่มวัย 26 ร้อง สคบ. ถูกเต้นท์รถมือสอง ปรับเลขไมล์วัดระยะทาง ก่อนย้อมแมวหลอกขาย เจ้าตัวลั่นต้องการดำเนินคดี เพื่อให้เป็นเคสตัวอย่าง

เมื่อวันที่ 22 มี.ค. 62 นายเปศล รอดสุด อายุ 26 ปี นำเอกสารหลักฐาน เข้าร้องทุกข์ต่อสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค หรือ สคบ. กรณีถูกเต้นท์รถมือสองแห่งหนึ่งในพื้นที่ จ.เลย หลอกขายรถยนต์ยี่ห้อฟอร์ด รุ่นเฟียสต้า โดยมีการปรับเลขไมล์วัดระยะทางรถยนต์ จากประมาณ 329,000 ไมล์ เหลือเพียง 32,169 ไมล์ ซึ่งเมื่อใช้งานได้เพียง 2 เดือนกว่าๆ ปรากฎว่ารถคันดังกล่าวระบบเกียร์เสียหาย และหม้อน้ำรั่ว เป็นเหตุให้ใช้งานไม่ได้

ทั้งนี้ นายเปศล เปิดเผยว่า แฟนสาวของตัวเอง ซื้อรถยนต์คันดังกล่าว มาจากเต้นท์ขายรถยนต์มือสองแห่งหนึ่งในราคา 196,000 บาท เมื่อวันที่ 19 ธ.ค. 61 โดยในใบเสนอราคาซื้อขาย ระบุว่า รถยนต์คันนี้ถูกใช้งานมาแล้ว 32,169 ไมล์ เมื่อใช้รถยนต์ได้ประมาณ 2 เดือนกว่าๆ ระยะทางประมาณ 2,000 ไมล์ ปรากฏว่ารถยนต์เกิดขัดข้องไม่สามารถใช้งานได้ เมื่อนำเข้าศูนย์รถยนต์ฟอร์ด สาขาพระรามสี่ ก็พบว่า รถยนต์คันดังกล่าว มีการใช้งานมาแล้วกว่า 329,000 ไมล์ ซึ่งไม่ตรงกับที่ระบุไว้ในสัญญาซื้อขาย

“จากนั้นจึงเข้าแจ้งความกับตำรวจ แล้วประสานเจ้าของเต้นท์รถยนต์คู่กรณี เข้าเจรจาเพื่อไกล่เกลี่ย แต่ปรากฏว่าคู่กรณีปฏิเสธความรับผิดชอบ จึงนำเรื่องราวเข้าร้องทุกข์ต่อ สคบ.เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย” นายเปศล กล่าว

นอกจากนี้ นายเปศล ระบุทิ้งท้ายว่า ตัวเองอยากให้เคสนี้เป็นกรณีตัวอย่าง สำหรับคนที่ต้องการซื้อรถยนต์มือสอง ให้ตรวจสอบรายละเอียด และตรวจเช็กสภาพรถยนต์ให้ดี มิเช่นนั้นอาจจะประสบเหตุการณ์อย่างตัวเอง

เบื้องต้น สคบ.รับเรื่องราวร้องทุกข์ไว้ก่อน โดยจะเร่งทำการตรวจสอบข้อเท็จจริง ก่อนจะเรียกคู่กรณีทั้งสอง มาพูดคุยเพื่อไกล่เกลี่ย เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป