กระทรวงสาธารณสุขเผย!! เน้นมาตรการป้องกัน-แก้ปัญหาเกิดอุบัติเหตุรถพยาบาล

กระทรวงสาธารณสุข เน้นมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาการเกิดอุบัติเหตุรถพยาบาลและความคุ้มครองอุบัติเหตุทางถนน เพื่อความปลอดภัย

จากกรณีที่วานนี้ (18 เม.ย. 2562) นายแพทย์ประพนธ์ ตั้งศรีเกียรติกุล รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข ได้มีการประชุมทางไกลร่วมกับนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด และผู้อำนวยการโรงพยาบาลทุกแห่ง พร้อมสั่งให้รถพยาบาลห้ามใช้ความเร็วเกิน 80 กม./ชั่วโมง และห้ามฝ่าไฟแดงทุกกรณี เพื่อป้องกันอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้น และเพื่อความปลอดภัยของผู้ป่วย ญาติ และเจ้าหน้าที่ขณะนำส่งผู้ป่วยนั้น

ล่าสุดวันนี้ (19 เมษายน 2562) ที่กระทรวงสาธารณสุข จ.นนทบุรี นายแพทย์ประพนธ์ ตั้งศรีเกียรติกุล รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ว่า ข้อมูลรถพยาบาลของกระทรวงสาธารณสุขขณะปฏิบัติการนำส่งผู้ป่วยที่เกิดความสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สิน จากการวิเคราะห์ข้อมูลย้อนหลังพบว่า ส่วนใหญ่สาเหตุมาจากการขับรถเร็ว ฝ่าสัญญาณไฟจราจร ไม่คาดเข็มขัดนิรภัย

ข้อมูลในปี 2559 – 2562 เกิดอุบัติเหตุ 110 ครั้ง มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต 318 ราย เป็นพยาบาลและบุคลากรในระบบการแพทย์ฉุกเฉิน 129 ราย เสียชีวิต 4 ราย พิการ 2 ราย ผู้ป่วยบาดเจ็บ 58 ราย เสียชีวิต 3 ราย คู่กรณีเสียชีวิต 14 ราย ส่วนใหญ่เกิดขณะส่งต่อผู้ป่วยระหว่างสถานพยาบาลถึงร้อยละ 80

กระทรวงสาธารณสุข จึงได้กำหนดมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาการเกิดอุบัติเหตุรถพยาบาลและความคุ้มครองอุบัติเหตุทางถนน ปีงบประมาณ พ.ศ.2562 เพื่อความปลอดภัยของผู้ป่วย ญาติ และบุคลากรทางการแพทย์

นายแพทย์ประพนธ์ กล่าวต่อว่า มาตรการดังกล่าวเป็นการเน้นย้ำสำหรับรถพยาบาลในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งขอทำความเข้าใจว่า หลักการส่งต่อระหว่างสถานพยาบาลนั้น คำนึงถึงความปลอดภัยของผู้ป่วย และมาตรฐานในการรักษาพยาบาลเป็นสำคัญ แพทย์เจ้าของไข้จะทำการประเมินแล้วว่า ผู้ป่วยมีสัญญาณชีพคงที่ ไม่อยู่ในภาวะวิกฤต คาดว่าจะไม่ทรุดลงรุนแรงขณะนำส่งถึงโรงพยาบาลปลายทาง และการเปิดไซเรนหรือไฟฉุกเฉิน เป็นการแจ้งให้ผู้ใช้รถใช้ถนนทราบว่าภายในรถมีผู้ป่วย

อย่างไรก็ตาม รถพยาบาลยังคงต้องปฏิบัติตามพระราชบัญญัติการจราจรทางบก และใช้ความเร็วตามที่กฎหมายกำหนด หากใช้ความเร็วสูง แรงปะทะขณะเกิดอุบัติเหตุจะรุนแรง ทำให้เกิดโอกาสการเสียชีวิตได้มาก สำหรับการให้หยุดรถพยาบาลในจุดที่ปลอดภัยเพื่อทำหัตถการนั้น เนื่องจากการทำหัตถการขณะรถวิ่ง พยาบาลและเจ้าหน้าที่จะต้องปลดเข็มขัดนิรภัยมาทำหัตถการ ทำให้บุคลากรของเราอยู่ในความเสี่ยง จึงมีนโยบายให้รถพยาบาลทุกที่นั่งติดตั้งเข็มขัดนิรภัย กระทรวงสาธารณสุขห่วงใยในสวัสดิภาพของผู้ป่วย ญาติ และบุคลากรเป็นอย่างยิ่ง

หนุ่มสุดเซ็ง รถจยย.ถูกยึดอยู่โรงพัก แต่มีสาวขี่มาเล่นน้ำสงกรานต์หน้าตาเฉย

เจ้าของรถจักรยานยนต์จี้ตำรวจชี้แจง หลังรถจักรยานยนต์ถูกยึดอยู่โรงพัก แต่กลับมีหญิงสาวขี่มาเล่นน้ำสงกรานต์หน้าตาเฉย อ้างเป็นเด็กตำรวจ แล้วเขาเอามาให้ใช้

วันนี้ (19 เม.ย. 2562) ผู้ใช้เฟซบุ๊ก ปอ กระดังงา ซิ่ง ได้มีการโพสต์ข้อความและตั้งคำถามไปถึงการทำหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ หลังจากพบว่ารถจักรยานยนต์ของเขาที่ถูกตรวจยึดอยู่ที่โรงพัก มีคนนำออกมาขี่เล่นน้ำสงกรานต์โดยไม่ได้รับอนุญาตจากเขา ซึ่งเหตุเกิดขึ้นที่ นาเกลือ จ.ชลบุรี

โดยผู้โพสต์ได้ระบุข้อความว่า ผมแค่อยากรู้ว่า รถอยู่ในคอก แล้วมันออกมาได้ไง แค่อยากรู้ คนขับมาเขาบอกว่ารถเขา เขาบอกว่าเขาเป็นรู้จักตำรวจเลยเอาออกมาขับได้ ไม่ไช่รถผม ผมก็บอกว่าไม่เป็นไรคับ ผมแค่อยากรู้ว่าเอามาจากไหน อยากไร เขาบอกว่ารถเขาก็รถเขา ปล่อยเขาไป ใครเจออีกตามทีนะคับ ตอนนี้รถอยู่แถวนาเกลือ

ขณะที่คลิปได้เผยให้เห็นว่า เจ้าของรถเข้าไปขอคำตอบหญิงสาวที่ขี่รถจักรยานยนต์ของเขามาเล่นน้ำ ก่อนที่หญิงสาวจะพูดจาในลักษะคล้ายคนเมา ก่อนจะอ้างว่าเธอเป็นเด็กตำรวจ และได้โทรศัพท์ขอรถจากตำรวจมาขี่เล่นน้ำ เนื่องจากอยากมาแต่ไม่มีรถ

ทางตำรวจก็เลยไปไขรถของกลางที่ยึดไว้มาให้ขี่เล่นน้ำ พร้อมกับขอร้องเจ้าของรถว่าอย่าเอาเรื่อง ขอนำรถมาเล่นน้ำแค่วันเดียว พรุ่งนี้ก้เอาไปคืนแล้ว จากนั้นเธอและเพื่อนก้ได้ขี่รถออกไป

ทั้งนี้เมื่อคลิปดังกล่าวได้เผยแพร่ออกไป ทำให้มีคนเข้าไปแสดงความเห็นจำนวนมาก โดยส่วนใจไม่พอใจการทำหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่นำรถของกลางที่ตรวจยึดออกมาให้คนอื่นใช้ในลักษณะนี้ พร้อมเรียกร้องให้ออกมาชี้แจงถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นด้วย

พร้อมกันนี้ก็มีบางส่วนที่เข้าไปชื่นชมเจ้าของรถ ที่เข้าไปสอบถามด้วยความสงบ  ควบคุมอารมณ์ได้ดีมากๆ  เพราะหากที่เป็นคนใจร้อนหญิงสาวคนดังกล่าวอาจถูกทำร้ายได้รับบาดเจ็บไปแล้วก็ได้

สำหรับการนำรถของกลางมาใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต ในทางกฎหมายถือว่ามีความผิด เพราะตามหลักกฎหมายแล้ว รถของกลางนั้น จะต้องเก็บรักษาไว้เพื่อเป็นของกลางหรือพยานหลักฐานในการดำเนินคดี เว้นแต่การเคลื่อนย้ายรถเพื่อนำไปตรวจสอบ หรือเคลื่อนย้ายเพื่อนำไปเก็บรักษา

แต่ถ้าทำให้รถเสียหายรถหายและเสื่อมค่าต้องรับผิดชอบ และต้องแจ้งให้ผู้ที่เป็นเจ้าของที่แท้จริงทราบ เมื่อทำการตรวจสอบและรับรถหากตรวจพบว่ามีการนำไปใช้เพื่อประโยชน์ส่วนตัว อาจมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147 ที่ระบุว่า

ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงาน มีหน้าที่ซื้อทำ จัดการหรือรักษาทรัพทย์สินใด เบียดบังทรัพท์นั้นเป็นของตน หรือเป็นของผู้อื่นโดยทุจริต หรือโดยทุจริตยอมให้ผู้อื่นเอาทรัพย์นั้นเสียต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 5 ปี ถึง 20 ปี หรือจำคุกตลอดชีวิต หรือปรับตั้งแต่สองพันบาทถึง 4 หมื่นบาท

รู้จัก ‘อาลา ซาลาห์’ คนดังหลังรัฐประหารซูดานเจ้าของวลี ‘ความเงียบฆ่าเราให้ตาย’

“The bullet doesn’t kill. What kills is the silence of people”
กระสุนฆ่าเราไม่ตาย ความเงียบต่างหากที่ฆ่าเรา

วลีข้างต้นกลายมาเป็นวลีที่โด่งดังที่สุดในเหล่านักเคลื่อนไหวชาวซูดาน ที่ออกมาประท้วงขับไล่ผู้นำประเทศ และถูกพูดถึงในสื่อสังคมออนไลน์ไปทั่วโลก

ทว่าวลีนี้เป็นคำกล่าวของ อาลา ซาลาห์ หญิงสาวธรรมดา ๆ ที่กลายมาขวัญใจของผู้ประท้วงในซูดาน ไม่เพียงแค่วลีของเธอเท่านั้นที่โด่งดังเพียงชั่วข้ามคืน แต่ยังปรากฏภาพขณะที่เธอสวมใส่ชุดพื้นเมืองของหญิงชาวซูดาน ยืนอยู่บนหลังคารถยนต์ ชูนิ้วขึ้นฟ้าพร้อมร้องเพลงปลุกใจเหล่าผู้ประท้วง จนกระทั่งสื่อทั่วโลกนำภาพดังกล่าวมาเผยแพร่ รวมถึงภาพนี้ได้กลายมาเป็นสัญลักษณ์สำคัญของการเรียกร้องประชาธิปไตยในซูดานไปโดยปริยาย

 อาลา ชาลาห์
อาลา ชาลาห์

‘อาลา ซาลาห์’ เป็นใครมาจากไหน ?

อาลา ซาลาห์ เป็นนักศึกษาวิชาวิศวกรรมและสถาปัตยกรรม จากมหาวิทยาลัย ซูดานอินเตอร์เนชั่นแนลในคาร์ทูม ซึ่งตอนนี้เธอมีอายุได้เพียง 22 ปี เธอไม่ได้มาจากครอบครัวนักเคลื่อนไหว แม่ของเธอเป็นนักออกแบบแฟชั่น ส่วนพ่อของเธอเป็นเจ้าของ บริษัท ก่อสร้าง

แม้จะไม่ได้มาจากครอบครัวการเมือง แต่เธอกลายมาเป็นไอคอนของการประท้วงในซูดาน เพราะช่วงที่การประท้วงดุเดือดและนำไปสู่ความรุนแรง เธอคือผู้กล้าที่วิ่งฝ่ากระสุนปืน ไปยืนนำร้องเพลงและอ่านบทกวี ที่มีเนื้อหาปลุกใจให้ผู้คนรักชาติ โดยเธอมักจะถ่ายทอดพลังบวกไปยังผู้คน และเป็นแรงบันดาลใจให้กับผู้หญิงและเด็กผู้หญิงคนอื่น ๆ

อย่างไรก็ตาม อาลา ซาลาห์ ได้รับฉายาจากสื่อต่างประเทศว่า ‘Lady in white’ (สุภาพสตรีในชุดสีขาว) เธอโด่งดังถึงขั้นที่มีศิลปินต่าง ๆ วาดภาพของเธอลงบนกำแพงเพื่อเผยแพร่แนวคิดในการเรียกร้องเสรีภาพของเธอ นอกจากนี้เธอยังได้รับการยกย่องจากประชาชนชาวซูดานอย่างมาก เพราะนอกเหนือจากภาพถ่ายของเธอจะโด่งดังไปทั่วโลกแล้ว มันยังทำให้ผู้คนทั่วโลกรับรู้ถึงปัญหาที่เกิดขึ้นภายในซูดานอีกด้วย

เกิดอะไรขึ้นในซูดาน

ขณะนี้ถือได้ว่าการเมืองในซูดานยังคงร้อนระอุ หลังจากประชาชนออกมาประท้วงต่อต้านรัฐบาลที่นำโดย นายโอมาร์ อัล บาชีร์ ผู้นำเผด็จการที่ขึ้นมาครองอำนาจด้วยการรัฐประหารตั้งแต่ปี 2532 กินเวลายาวนานกว่า 30 ปี โดยการประท้วงเริ่มต้นมาตั้งแต่เดือนธันวาคมปี 2561 แต่เริ่มทวีความรุนแรงในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา เนื่องจากประชาชนต้องเจอกับปัญหาปากท้อง ข้าวของมีราคาแพง ซึ่งเป็นผลมาจากภาวะล่มสลายของเศรษฐกิจภายในประเทศ

นอกจากนี้นายโอมาร์ อัล บาชีร์ ยังถูกกล่าวหาว่าเป็นอาชญากรสงคราม จากกรณีการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวซูดานที่มีเชื้อสายแอฟริกานับแสนคน ซึ่งครั้งนั้นมีคนบาดเจ็บล้มตายมากมาย ทั้งยังมีผู้พลัดถิ่นอีกจำนวนมหาศาล ทำให้ประชาชนจำนวนไม่น้อยเกลียดชังอัล บาชีร์ อย่างมาก

รัฐประหารซ้อน

สืบเนื่องจากการประท้วงที่ต่อเนื่องยาวนานในซูดาน ทำให้ในวันที่ 11 เมษายนที่ผ่านมา เกิดการทำรัฐประหารเพื่อดึงโอมาร์ อัล บาชีร์ลงจากตำแหน่ง โดยสภาทหารประกาศว่า จะบริหารประเทศจนกว่าจะมีเลือกตั้ง ทำให้ประชาชนต่างพากันดีใจแค่ในช่วงแรก ๆ แต่หลังจากนั้นกลับทำให้ประชาชนกลับยิ่งไม่พอใจเพราะนายอาวัด อิบน์ อาร์อูฟ รัฐมนตรีกลาโหม หัวหน้ารัฐประหาร เป็นคนสนิทของ อัล บาชีร์ จึงถูกประชาชนมองว่าเขาเป็นพวกเดียวนและเกรงว่าจะเกิดสภาวะ “รัฐพันลึก”(Deep State) ขึ้นในประเทศ

ทั้งนี้นายอาวัด อิบน์ อาร์อูฟ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลากลาโหมทำรัฐประหารซ้อนรัฐประหาร แล้วบอกว่าจะถ่ายโอนอำนาจให้พลเรือนแต่ขอเวลา 2 ปี ทำให้ประชาชนไม่พอใจหนักเข้าไปอีก เพราะมองว่านายอาร์อูฟที่ตั้งตัวเป็นผู้นำรัฐบาลใหม่สนิทสนมกับนายอัล-บาชีร์ และกลัวว่าจะเป็นการสืบทอดอำนาจเดิม จากนั้นนายอาร์อูฟจึงแถลงผ่านโทรทัศน์ เพื่อขอลาออก หลังจากที่ตัวเขาเป็นแกนนำในการยึดอำนาจได้เพียง 1 วันแล้วแต่งตั้ง นายอับเดล ฟัตตาห์ อับเดลราห์มาน เบอร์ฮาน ขึ้นมาดำรงตำแหน่งแทน

โอมาร์ อัล บาชีร์
โอมาร์ อัล บาชีร์ อดีตประธานาธิบดีซูดาน

ส่งอดีตผู้นำเข้าคุก !!

หลังการทำรัฐประหารในซูดาน โอมาร์ อัล บาชีร์ ถูกควบคุมตัวอยู่ภายในทำเนียบประธานาธิบดีท่ามกลางการรักษาความปลอดภัยอย่างแน่นหนา และจะถูกส่งตัวไปยังเรือนจำความมั่นคงสูงแถวชานกรุงคาทูมเมืองหลวงของซูดาน โดยที่ยังไม่มีการพิจารณาหรือตัดสินความผิดใด ๆ

ผู้ประท้วงในซูดานต้องการอะไร ?

จุดประสงค์ของกลุ่มผู้ประท้วงในซูดานคือต้องการให้ประธานาธิบดี โอมาร์ อัล-บาชีร์ ลาพ้นจากอำนาจทางการเมืองอย่างแท้จริง โดยก่อนหน้านี้มีกลุ่มผู้ประท้วงจำนวนมากปักหลักกันอยู่ที่ด้านหน้าทำเนียบประธานาธิบดีและสำนักงานใหญ่ของกองทัพ เพราะไม่พอใจที่สภาทหารยังคงเป็นผู้มีอำนาจสูงสุดในการบริหารประเทศทั้งผู้นำกองทัพที่ก่อการรัฐประหารมีความใกล้ชิดกับอดีตประธานาธิบดีโอมาร์ อัล-บาชีร์ มากเกินไป ผู้ประท้วงจำนวนไม่น้อยยังกังวลว่า อัล บาชีร์ จะเป็นคนแต่งตั้งผู้นำกองทัพที่ส่วนใหญ่ อาจเลือกนายกรัฐมนตรีคนกลางที่เป็นพวกเดียวกับ อัล บาชีร์ มาบริหารประเทศ

แม้อัล บาชีร์จะออกจากตำแหน่ง อดีตประธานาธิบดีจอมเผด็จการจะถูกกองทัพยึดอำนาจและจับกุมตัวเพื่อรอถูกดำเนินคดีแล้ว แต่ชาวซูดานนับหมื่นคนยังรวมตัวประท้วงต่อไป เพื่อกดดันให้สภาทหารคืนอำนาจให้กับรัฐบาลพลเรือนโดยเร็วที่สุด

นายอาวัด อิบน์ อาร์อูฟ
นายอาวัด อิบน์ อาร์อูฟ คนสนิทของนาย โอมาร์ อัล-บาชีร์ ผู้ทำรัฐประหารในซูดาน

เรื่องไม่จบง่าย ๆ

แม้ว่าข้อเรียกร้องเรื่องการขับไล่ประธานาธิบดี โอมาร์ อัล บาชีร์ ของผู้ประท้วงจะลุล่วงไปแล้ว แต่ปัญหาภายในซูดานยังส่งเค้าว่าจะยืดเยื้อออกไป เนื่องจากหัวหน้าคณะรัฐประหารของกองทัพซูดาน ได้ออกประกาศเมื่อวันอังคารที่ผ่านมาถึงการสั่งปลดนายโอมาร์ อาห์เหม็ด โมฮาเหม็ด อับเดลซาลาม อัยการสูงสุดของซูดาน พรัอมกับรองอัยการอีก 2 คน พร้อมกับแต่งตั้งให้นายอัลวาลีด ซาเย็ด อาเหม็ด มาห์มูด ซึ่งเป็นคนใกล้ชิดคณะรัฐประหารซูดาน เข้ารับตำแหน่งรักษาการอัยการสูงสุดแทน

นอกจากนี้ยังมีข่าวแว่วว่า คณะรัฐประหารได้สั่งปลดหัวหน้ากรมประชาสัมพันธ์ของซูดานอีกด้วย ซึ่งการแต่งตั้งตำแหน่งสำคัญ ๆ เหล่านี้อาจทำให้ประชาชนชาวซูดานไม่พอใจ และนำไปสู่การชุมนุมประท้วงที่ยืดเยื้อต่อไป

ประชาชนออกมาประท้วงในซูดาน

เกร็ดความรู้ : Deep State หรือ รัฐพันลึก

Deep State หรือ รัฐพันลึก ซึ่งในไทยเรียกอีกอย่างหนึ่งว่ารัฐบาลเงา หรือรัฐบาลหุ่นเชิด อาจมีรูปแบบเป็นรัฐบาลเบื้องหลังที่ทำหน้าที่ควบคุม ครอบงำรัฐบาลที่ปกครองประเทศที่แท้จริง ซึ่งทำให้ผู้นำที่ได้รับเลือกตั้งมาไม่สามารถทำตามนโยบายที่เคยหาเสียงเอาไว้กับประชาชนได้

นอกจากนี้รัฐพันลึก อาจมาในรูปแบบของรัฐซ้อนรัฐและเป็นอิสระไม่ขึ้นกับรัฐบาลที่เห็นด้วยตารัฐพันลึกอาจสามารถสร้างสถานการณ์วิกฤต และล้มล้างรัฐบาลบนดินได้

CR.Photo : Lana Haroun