พรุ่งนี้น้ำมันขึ้น! ปรับเพิ่ม 50 สต. ทุกชนิด ยกเว้น E85 บวก 30 สต.

(18 เม.ย.) ปตท. – บางจาก ประกาศปรับราคาน้ำมัน กลุ่มแก๊สโซฮอล์ขึ้น 0.50 สตางค์/ลิตร (ยกเว้น E85 ปรับขึ้น 0.30 สตางค์/ลิตร) ส่วนดีเซล ดีเซลพรีเมี่ยม และ HSD-B20 เพิ่มขึ้น 0.50 สตางค์/ลิตร มีผลพรุ่งนี้ 19 เมษายน 2562 เวลา 05.00 น.

โดยราคาใหม่เป็นดังนี้

เบนซิน95 =37.16 บาท/ลิตร, แก๊สโซฮอล95 =29.75 บาท/ลิตร,แก๊สโซฮอล91: = 29.48 บาท/ลิตร, E20 = 26.74 บาท/ลิตร, E85 = 21.14 บาท/ลิตร, ดีเซล = 27.79 บาท/ลิตร, ดีเซลพรีเมี่ยม = 31.39 บาท/ลิตร, HSD-B20 = 22.79 บาท/ลิตร

(ราคาดังกล่าวยังไม่รวมภาษีบำรุงท้องที่ กทม.)

รถวิ่งผ่านไม่ได้ ! เผยสาเหตุถนนสร้างใหม่เชื่อม 2 จังหวัดทรุดตัว ‘ลึก 2 เมตร’

ถนนสร้างใหม่ที่อยุธยาทรุดตัวเสียหายหนัก

เมื่อเวลา 13.00 น.วันที่ 18 เม.ย.2562 ผู้สื่อข่าวรายงาน เกิดเหตุถนนทรุดตัวหลังน้ำในลำคลองชลประทานลดลงอย่างรวดเร็ว เป็นทางยาว 75 เมตร ลึก 2 เมตร กว้าง 4 เมตร ที่บริเวณถนนทางหลวงชนบท อท.4005 ตำบลลาดน้ำเค็ม อำเภอผักไห่ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ซึ่งเป็นเขตติดต่อกับ ตำบลไผ่ดำพัฒนา อำเภอวิเศษชัยชาญ จังหวัดอ่างทองซึ่งเส้นทางที่เกิดเหตุนี้เป็นเขตรับผิดชอบของแขวงทางหลวงชนบทอ่างทอง

ทั้งนี้หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ทางหลวงชนบทลงพื้นที่ตรวจสอบชั้นดินที่เกิดสาเหตุการทรุดตัวลงและจะเร่งดำเนินการนำรถแบคโฮมาปรับหน้าถนนเพื่อให้รถจักรยานยนต์ประชาชนได้ใช้สัญจรผ่านไปได้ก่อนในเบื้องต้น

ด้านนายนิจ เพ็ชรคง ผู้อำนวยการแขวงทางหลวงชนบทอ่างทองได้กล่าวว่า สาเหตุที่เกิดถนนทรุดตัวลงก็มาจากน้ำในลำคลองได้ลดระดับอย่างรวดเร็ว เนื่องจากมีการสูบน้ำใช้ในการทำนากัน ซึ่งถนนเส้นที่เกิดเหตุทางแขวงได้มีการแก้ไขจากปีที่แล้วได้เกิดน้ำท่วม โดยการยกระดับให้สูงขึ้นจากปีที่แล้ว ช่วงเกิดเหตุที่ทรุดตัวนั้นเกิดจากช่วงกลางดึกที่ผ่านมา และช่วงเช้าที่ผ่านมาได้เกิดทรุดตัวลงหนักกว่าเดิม และเบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ได้ทำการปิดกั้นทางไม่ให้รถผ่านเพื่อป้องกันการเกิดอุบัติเหตุ และจะนำรถแบคโฮมาเปิดปรับหน้าถนนเพื่อให้รถจักรยานยนต์ได้ใช้สัญจรก่อน ส่วนรถยนต์ให้อ้อมออกทางสามเรือนก่อน

ดินทรุด ถนนทรุด มีผลพวงจากภัยแล้ง

เหตุการณ์ “ถนนทรุด” ที่เกิดขึ้นในพื้นที่ภาคกลางทั้งในจังหวัดปทุมธานี พระนครศรีอยุธยา และสระบุรี มีสาเหตุจากการทรุดตัวของถนนอันเนื่องจากโครงสร้างดินทรุด นอกจากนี้ยังมีเหตุการณ์บ้านเรือนริมน้ำทรุดตัว ตลิ่งพังอีกหลายจุด ซึ่งมีปัญหาจากน้ำและดิน

ส่วนปัจจัยอื่น ๆ ที่ช่วยเร่งให้ถนนทรุดพังเสียหายอาจเกิดจากลาดดินเดิมอาจไม่แข็งแรงเพียงพอตั้งแต่แรก ซึ่งอาจเกิดจากการบดอัดดินไม่แน่นพอ นอกจากนี้ลาดคันดินอาจสูญเสียสภาพการออกแบบเดิม เช่น มีความชันมากขึ้นจากการขุดลอกคูคลองเพื่อระบายน้ำในสภาวะน้ำท่วม รวมทั้งการกัดเซาะของกระแสน้ำในช่วงน้ำมากทำให้ลาดคันดินอ่อนแอ

นอกจากนี้อาจเกิดจากการปรับปรุงการก่อสร้างถนนตามแนวลำน้ำ โดยทำให้ชั้นทางมีความหนาเพิ่มขึ้นมาก เพื่อยกระดับถนนให้สูงขึ้นสำหรับใช้เป็นเขื่อนป้องกันน้ำท่วมไปในตัว การเพิ่มความหนาของชั้นทางเป็นการเพิ่มน้ำหนักบรรทุกให้แก่ชั้นดินอ่อน และทำให้ความชันของลาดดินเพิ่มขึ้น อีกทั้งน้ำหนักบรรทุกสัญจรที่เพิ่มขึ้นทุกปี

เนื่อหาโดย ศ.ดร.อมร พิมานมาศ

กกต. ขอนแก่น แถลงผลการนับคะแนนเลือกตั้งใหม่

กกต.ขอนแก่น ประกาศรับรองผลการนับคะแนนอย่างเป็นเป็นทางการใน 2 หน่วยเลือกตั้งที่จัดการนับคะแนนใหม่แล้ว ยันไม่ใช่บัตรเขย่งแต่เป็นการกาคะแนนผิดของเจ้าหน้าที่ประจำหน่วย

ผู้สื่อข่าว MThai รายงานว่า เมื่อเวลา 13.00 น. วันนี้ (18 เม.ย.2562) ที่หอประชุมอำเภอน้ำพอง จ.ขอนแก่น สถานที่ที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. เขตเลือกตั้งที่ 3 ขอนแก่นใช้เป็นสถานที่สำหรับการนับคะแนนใหม่ ของหน่วยเลือกตั้งที่ 1 ต.บัวใหญ่ และ หน่วยเลือกตั้งที่ 5 ต.ม่วงหวาน อ.น้ำพอง ตามคำสั่งของ กกต.กลาง ในการจัดให้มีการนับคะแนนใหม่

ท่ามกลางการร่วมสังเกตการณ์ของประชาชนในพื้นที่ รวมไปถึงผู้สมัครและผู้แทนจากพรรคการเมืองจนแน่นห้องประชุม  โดยในการนับคะแนนครั้งนี้ ไม่มีข้อโต้แย้ง หรือการร้องเรียนในการนับคะแนนใหม่แต่อย่างใด ก่อนที่การนับคะแนนจะสิ้นสุดลงในเวลาประมาณ 12.30 น.

ซึ่งนายฉัตรไชย จันทร์พรายศรี กรรมการการเลือกตั้ง กล่าวว่า การนับคะแนนใหม่ทั้ง 2 หน่วยเลือกตั้งในครั้งนี้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย โปร่งใสและเป็นไปตามขั้นตอนของการนับคะแนนตามที่ กกต.กำหนด

โดยสรุปการนับคะแนนเลือกตั้งครั้งนี้ หน่วยเลือกตั้งที่ 1 ต.บัวใหญ่ มีผู้มาใช้สิทธิ์ทั้งหมด 324 คน มีบัตรเลือกตั้ง 324 ใบ ซึ่งจากการนับคะแนนดังกล่าวนี้ พบว่าบัตรเลือกตั้งและจำนวนผู้มาลงคะแนนนั้นตรงกันคือ 324 คน 324 ใบ แต่การนับคะแนนใหม่ในครั้งนี้นั้น พบว่ามีบัตรดี 304 ใบ,บัตรไม่ประสงค์ลงคะแนน 2 ใบ และ บัตรเสีย 17 ใบ

ซึ่งเมื่อเทียบกับการนับคะแนนในการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 24 มี.ค.ที่ผ่านมา พบว่าจำนวนที่ลดลงนั้นคือบัตรเสีย ที่การนับคะแนนในครั้งนี้เจ้าหน้าที่ได้ลงคะแนนในใบนับคะแนนว่าบัตรเสียมี 18 ใบ แต่การนับคะแนนใหม่นี้มี 17 ใบ จึงเชื่อได้ว่าเกิดจากความผิดพลาดของเจ้าหนี่นับคะแนนที่มีการกาคะแนนในช่องบัตรเสียเกินกว่าจำนวนผู้บัตรเลือกตั้ง

ส่วนหน่วยเลือกตั้งที่ 5 ต.ม่วงหวานนั้น มีผู้มาใช้สิทธิ์เลือกตั้ง 624 คน มีบัตรเลือกตั้ง 624 บัตร ซึ่งการนับคะแนนใหม่ครั้งนี้มีการนับจำนวนบัตรที่ตรงกัน และเมื่อมีการนับคะแนนแล้วนั้น พบว่ามีบัตรดี 587 ใบ, บัตรไม่ประสงค์ลงคะแนน 4 ใบ และ บัตรเสีย 33 ใบ

และจากการตรวจสอบพบว่าความผิดพลาดเกิดจากการที่เจ้าหน้าที่กาคะแนนในช่องผู้สมัครหมายเลข 3 นายกิตติ คำแก่นคูณ จากพรรคพลังประชารัฐ เกินไป 1 คะแนน กล่าวคือในการนับคะแนนเมื่อวันที่ 24 มี.ค.นั้น ผู้สมัครหมายเลข 3 ได้คะแนนรวม 177 คะแนน แต่การนับคะแนนในครั้งนี้ได้ 176 คะแนน

และเมื่อการนับคะแนนแล้วเสร็จ ผู้สมัครหรือผู้แทนจากพรรคการเมืองไม่มีการโต้แย้งใดๆ อีกทั้งเมื่อมีการนับรวมคะแนนในการนับคะแนนใหม่ในครั้งนี้ ทั้งจำนวนบัตร จำนวนผู้มาใช้สิทธิ์เลือกตั้ง และ จำนวนคะแนนที่นับนั้นพบว่าตรงกันทั้งหมด จึงมีคำสั่งให้ กกต.เขต 3 ทำการรับรองผลการนับคะแนนอย่างไม่เป็นทางการทันที

นายฉัตรไชย กล่าวต่ออีกว่า เมื่อ กกต.ขอนแก่น เขต 3 ได้มีการรับรองและรายงานผลการนับคะแนนใหม่ในครั้งนี้มายัง กกต.ขอนแก่น จากนั้น กกต.ขอนแก่น ก็จะมีการสรุปรายงานเหตุการณ์และผลการนับคะแนนใหม่ดังกล่าวนี้ตามคำสั่งของ กกต. ส่งให้กับ กกต.กลางได้รับทราบ

เพื่อที่จะนำคะแนนทั้งหมด ไปรวมกับคะแนนรวมของเขตเลือกตั้งที่ 3 ขอนแก่น ในขณะที่การประกาศรับรองผลการนับคะแนนอย่างเป็นทางการนั้นจะประกาศรับรองในภาพรวมทั้งประเทศ ในวันที่ 9 พ.ค. ในขณะที่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่มีคะแนนเกินมาหน่วยละ 1 คะแนนนั้นคาดว่าน่าจะเกิดจากการที่เจ้าหน้าที่ประจำหน่วยเลือกตั้ง กาคะแนนผิด ในช่องตารางรายงานการนับคะแนนของทั้ง 2 หน่วยเลือกตั้งดังกล่าว