แสนสิริ ปิดไตรมาส 1/62 โกยยอดขายเกือบ 6,600 ลบ. เผย มาตรการ LTV ส่งผลภาพรวมเล็กน้อย

นายอุทัย อุทัยแสงสุข ประธานผู้บริหารสายงานปฏิบัติการ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) หรือ SIRI เปิดเผยว่า บริษัทสามารถปิดยอดขายไตรมาสแรกของปี 2562 ได้สูงถึงเกือบ 6,600 ล้านบาท โดยสร้างยอดขายหลักจากแคมเปญ “โปรหมดเปลือก” ที่โกยยอดขายไปได้ถึง 3,500 ล้านบาท พร้อมปิดการขายไปได้ถึง 3 โครงการ ได้แก่ เดอะ ไลน์ จตุจักร-หมอชิต, บ้านไม้ขาว ภูเก็ต และดีคอนโด โคโค่ สุราษฎร์ธานี

นอกจากนี้บริษัทยังประสบความสำเร็จจากการส่งทาวน์เฮาส์แบรนด์ “สิริ เพลส” เจาะตลาดภูเก็ตเป็นครั้งแรก สร้างยอดขายได้ถึง 60% ในช่วง พรีเซลล์ นับว่าประสบความสำเร็จในการรุกตลาดต่างจังหวัดเป็นครั้งแรก หลังจากบริษัทประสบความสำเร็จในการสร้างแบรนด์ สิริ เพลส ในกรุงเทพฯ ไปแล้วถึง 7 โครงการ ส่งผลให้สัดส่วนยอดขายทาวน์เฮาส์ของแสนสิริเติบโตขึ้นถึง 75% ในปีที่ผ่านมา

“ภาพรวมอสังหาฯ ในช่วงไตรมาสสอง แม้มาตรการ LTV จะเริ่มบังคับใช้ แต่ส่งผลกระทบต่อภาพรวมตลาดเพียงเล็กน้อย ขณะที่ความต้องการที่อยู่อาศัยยังมีอยู่อย่างต่อเนื่อง ประกอบกับภาพรวมเศรษฐกิจยังมีแรงหนุนจากภาคการท่องเที่ยวรวม ทั้งการผลักดันการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานให้เกิดขึ้นเป็นรูปธรรม รวมถึงในภาคธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ภาคเอกชนรายใหญ่ต่างมีความมั่นใจในการช่วยกันขับเคลื่อนอุตสาหกรรม ด้วยการเปิดตัวโครงการใหม่และมอบแคมเปญการตลาดสู่กลุ่มลูกค้าอย่างต่อเนื่อง สามารถสร้างความมั่นใจให้กับอุตสาหกรรมได้เป็นอย่างดี” นายอุทัย กล่าว

สำหรับแผนการดำเนินธุรกิจในช่วงไตรมาส 2 บริษัทมีแผนเปิดตัวโครงการใหม่อีกประมาณ 8 โครงการ มูลค่ารวม 16,500 ล้านบาท แบ่งเป็นการรุกคอนโดมิเนียม 5 โครงการ มูลค่ารวม 10,300 ล้านบาท บ้านเดี่ยว 2 โครงการ มูลค่ารวม 5,700 ล้านบาท และทาวน์เฮาส์ 1 โครงการ มูลค่ารวม 500 ล้านบาท

แสนสิริ ปิดไตรมาส 1/62 โกยยอดขายเกือบ 6,600 ลบ. เผย มาตรการ LTV ส่งผลภาพรวมเล็กน้อย

นายอุทัย อุทัยแสงสุข ประธานผู้บริหารสายงานปฏิบัติการ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) หรือ SIRI เปิดเผยว่า บริษัทสามารถปิดยอดขายไตรมาสแรกของปี 2562 ได้สูงถึงเกือบ 6,600 ล้านบาท โดยสร้างยอดขายหลักจากแคมเปญ “โปรหมดเปลือก” ที่โกยยอดขายไปได้ถึง 3,500 ล้านบาท พร้อมปิดการขายไปได้ถึง 3 โครงการ ได้แก่ เดอะ ไลน์ จตุจักร-หมอชิต, บ้านไม้ขาว ภูเก็ต และดีคอนโด โคโค่ สุราษฎร์ธานี

นอกจากนี้บริษัทยังประสบความสำเร็จจากการส่งทาวน์เฮาส์แบรนด์ “สิริ เพลส” เจาะตลาดภูเก็ตเป็นครั้งแรก สร้างยอดขายได้ถึง 60% ในช่วง พรีเซลล์ นับว่าประสบความสำเร็จในการรุกตลาดต่างจังหวัดเป็นครั้งแรก หลังจากบริษัทประสบความสำเร็จในการสร้างแบรนด์ สิริ เพลส ในกรุงเทพฯ ไปแล้วถึง 7 โครงการ ส่งผลให้สัดส่วนยอดขายทาวน์เฮาส์ของแสนสิริเติบโตขึ้นถึง 75% ในปีที่ผ่านมา

“ภาพรวมอสังหาฯ ในช่วงไตรมาสสอง แม้มาตรการ LTV จะเริ่มบังคับใช้ แต่ส่งผลกระทบต่อภาพรวมตลาดเพียงเล็กน้อย ขณะที่ความต้องการที่อยู่อาศัยยังมีอยู่อย่างต่อเนื่อง ประกอบกับภาพรวมเศรษฐกิจยังมีแรงหนุนจากภาคการท่องเที่ยวรวม ทั้งการผลักดันการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานให้เกิดขึ้นเป็นรูปธรรม รวมถึงในภาคธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ภาคเอกชนรายใหญ่ต่างมีความมั่นใจในการช่วยกันขับเคลื่อนอุตสาหกรรม ด้วยการเปิดตัวโครงการใหม่และมอบแคมเปญการตลาดสู่กลุ่มลูกค้าอย่างต่อเนื่อง สามารถสร้างความมั่นใจให้กับอุตสาหกรรมได้เป็นอย่างดี” นายอุทัย กล่าว

สำหรับแผนการดำเนินธุรกิจในช่วงไตรมาส 2 บริษัทมีแผนเปิดตัวโครงการใหม่อีกประมาณ 8 โครงการ มูลค่ารวม 16,500 ล้านบาท แบ่งเป็นการรุกคอนโดมิเนียม 5 โครงการ มูลค่ารวม 10,300 ล้านบาท บ้านเดี่ยว 2 โครงการ มูลค่ารวม 5,700 ล้านบาท และทาวน์เฮาส์ 1 โครงการ มูลค่ารวม 500 ล้านบาท

ประเพณีนี้น่าไป! อุ้มสาวลงน้ำเกาะขามใหญ่ หนึ่งเดียวในโลกที่ชลบุรี

คนแห่ร่วมงาน อุ้มสาวลงน้ำ เกาะขามใหญ่ หนึ่งเดียวในโลก สืบสานประเพณีอันเก่าแก่ ที่เกาะสีชัง

ผู้สื่อข่าว MThai รายงานว่า วันนี้  18 เม.ย. 2562 ที่บริเวณชายหาดเกาะขามใหญ่ ต.ท่าเทววงษ์ อ.เกาะสีชัง จ.ชลบุรี นายวิสิษฎ์ พวงเพชร รองผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี ได้เป็นประธานในการเปิดงานเทศกาลสงกรานต์เกาะสีชัง วันไหลเกาะขาม อุ้มสาวลงน้ำ ประจำปี 2562

พร้อมด้วยนายดำรงค์ เภตรา นายกเทศมนตรีตำบลเกาะสีชังและประธานสภาวัฒนธรรมอำเภอเกาะสีชัง, ว่าที่พันตรีชาติชาย ศรีโพธิ์อ่อน นายอำเภอเกาะสีชัง รวมถึงชาวบ้าน อ.เกาะสีชัง และนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติเข้าร่วมจำนวนมาก

โดยนายดำรงค์ เภตรา นายกเทศมนตรีตำบลเกาะสีชัง และประธานสภาวัฒนธรรมอำเภอเกาะสีชัง กล่าวต่อว่า ด้วยความคิดต้องการธำรงความเป็นเอกลักษณ์ของอำเภอเกาะสีชังไว้ จึงได้จัดประเพณีกองข้าว และอุ้มสาวลงน้ำขึ้นทุกปี เพื่อให้อนุชนรุ่นหลัง ได้เห็นถึงคุณค่าของประเพณีที่เก่าแก่ และร่วมกันอนุรักษ์ประเพณีให้คงอยู่สืบต่อไปชั่วลูกชั่วหลาน

ชาวเกาะสีชังนั้น จะไม่นิยมเล่นสาดน้ำกันมาตั้งแต่ดั้งเดิม เนื่องจากมีปัญหาการขาดแคลนน้ำจืด จึงมีการเล่นสงกรานต์แบบเฉพาะ และแปลกไม่เหมือนใคร ด้วยการ “อุ้มสาวลงน้ำ” หรือ “จูงมือลงทะเล” ซึ่งมีมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 และจะจัดขึ้นในวันที่ 18 เม.ย.ของทุกๆ ปี

สำหรับการอุ้มสาวลงน้ำนี้  ชายหนุ่มหรือผู้สูงวัย จะเลือกสาวที่ชอบ แล้วขออนุญาตอุ้มลงเล่นน้ำทะเล ในระหว่างที่อุ้มลงน้ำก็จะอวยพรซึ่งกันและกัน ทั้งนี้นอกจากหนุ่มสาวแล้ว ผู้สูงอายุก็จะถูกลูกหลานอุ้มลงเล่นน้ำเช่นกัน เพื่อให้ผู้สูงอายุได้มีโอกาสได้สนุกสนานร่วมกับครอบครัว และเป็นการขอพรในวันสงกรานต์