โรงรับจำนำ กทม. ลดดอกเบี้ย ร้อยละ 50 สต./เดือน บรรเทาความเดือดร้อน ช่วง ‘เปิดเทอม’

สถานธนานุบาลกรุงเทพมหานคร จัดโครงการลดดอกเบี้ยบรรเทาความเดือดร้อน และแบ่งเบาภาระให้กับผู้ปกครอง นิสิต นักศึกษา ที่จำเป็นต้องใช้เงินช่วงเปิดเทอม

นายนพดล เพิ่มพิทยา ผู้อำนวยการสำนักงานสถานธนานุบาลกรุงเทพมหานคร กล่าวว่าในช่วงภาวะวิกฤตเศรษฐกิจที่เป็นอยู่ในขณะนี้ มีผลทำให้ผู้ปกครองได้รับความเดือดร้อนเป็นอย่างมากในช่วงเปิดเทอม ดังนั้น ผู้บริหารกรุงเทพมหานครจึงให้สถานธนานุบาลกรุงเทพมหานคร หรือโรงรับจำนำ กทม. จัดโครงการลดดอกเบี้ยเพื่อช่วยเหลือกลุ่มนักเรียน นิสิต นักศึกษา และผู้ปกครอง ที่มีความจำเป็นต้องใช้เงินเพื่อการศึกษาในช่วงเปิดเทอม เป็นค่าอุปกรณ์การเรียน และค่าเทอม

โดยคิดดอกเบี้ยสำหรับนักเรียน นิสิต นักศึกษา และผู้ปกครอง ในอัตราร้อยละ 0.50 บาทต่อเดือน ซึ่งจะเริ่มโครงการลดดอกเบี้ยตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2562 ถึงวันที่ 31 พฤษภาคม 2562 รวมระยะเวลา ๒ เดือน รายละไม่เกิน 100,000 บาท ทั้งนี้ต้องมีเอกสารประกอบการใช้สิทธิในวันมาจำนำ ส่งดอก หรือไถ่ถอน ได้แก่ สำเนาบัตรประจำตัวนักเรียน นิสิต นักศึกษา เอกสารแสดงความเป็นผู้ปกครอง เป็นต้น

นายนพดล กล่าวเพิ่มเติมว่า ที่ผ่านมาจากปัญหาภาวะวิกฤตเศรษฐกิจค่อนข้างรุนแรง ทำให้ประชาชนต้องหาแหล่งเงินเพื่อไปใช้จ่ายในการบรรเทาความเดือดร้อนระยะสั้น ดังนั้น โรงรับจำนำ กทม. จึงเป็นทางเลือกหนึ่งที่ประชาชนให้ความไว้วางใจและนิยมนำทรัพย์สินมาจำนำ โดยขณะนี้สำนักงานสถานธนานุบาลกรุงเทพมหานคร มีสถานธนานุบาลสาขาทั้งสิ้น ๒๑ แห่ง เพื่อรองรับความต้องการของประชาชนและผู้ปกครอง ที่มีความจำเป็นต้องใช้เงินเพื่อการศึกษาในช่วงเปิดเทอมปีการศึกษาใหม่นี้ พร้อมนี้ขอเชิญชวนประชาชนทั่วไปที่มีความจำเป็นต้องใช้เงินในระยะสั้น สามารถนำทรัพย์สินมาฝากไว้กับสถานธนานุบาลได้ทั้ง ๒๑ สาขาทั่วกรุงเทพมหานคร

มีผลแล้ว! พ.ร.บ.ข่าวกรองแห่งชาติ เปิดช่องใช้เครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์ ล้วงข้อมูล

มีผลแล้ว! พ.ร.บ.ข่าวกรองแห่งชาติ เปิดช่องใช้เครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์ ล้วงข้อมูลบุคคลทุกอย่าง ไม่ผิดกฎหมาย

วันที่ 16 เมษายน 2562 เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ พระราชบัญญัติ ข่าวกรองแห่งชาต พ.ศ. 2562 ความว่า สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร มีพระราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า

โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยข่าวกรองแห่งชาติ พระราชบัญญัตินี้มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจํากัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล ซึ่งมาตรา 26 ประกอบกับมาตรา 28 มาตรา 32 มาตรา 33 และมาตรา 36 ของรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย บัญญัติให้กระทําได้โดยอาศัยอํานาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย

เหตุผลและความจําเป็นในการจํากัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคลตามพระราชบัญญัตินี้ เพื่อประโยชน์แก่การปฏิบัติหน้าที่ของสํานักข่าวกรองแห่งชาติในการได้มา ซึ่งข้อมูลหรือเอกสารที่มีผลกระทบ ต่อความมั่นคงแห่งชาติ

ซึ่งการตราพระราชบัญญัตินี้สอดคล้องกับเงื่อนไขที่บัญญัติไว้ในมาตรา 26 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยแล้ว จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคําแนะนําและยินยอมของ สภานิติบัญญัติแห่งชาติทําหน้าที่รัฐสภา โดยมีสาระสำคัญ ดังต่อไปนี้

มาตรา 6 เพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรา 5 สํานักข่าวกรองแห่งชาติ อาจสั่งให้หน่วยงานของรัฐหรือบุคคลใดส่งข้อมูลหรือเอกสารที่มีผลกระทบต่อความมั่นคงแห่งชาติภายใน ระยะเวลาที่ผู้อํานวยการกําหนด

หากหน่วยงานของรัฐหรือบุคคลดังกล่าวไม่ส่งข้อมูลหรือเอกสารภายใน กําหนดเวลาโดยไม่มีเหตุอันสมควร ให้สํานักข่าวกรองแห่งชาติรายงานต่อนายกรัฐมนตรีเพื่อพิจารณา สั่งการตามที่เห็นสมควรต่อไป

ในกรณีที่มีความจําเป็นต้องได้มาซึ่งข้อมูลหรือเอกสารอันเกี่ยวกับการข่าวกรอง การต่อต้าน ข่าวกรอง การข่าวกรองทางการสื่อสาร หรือการรักษาความปลอดภัยฝ่ายพลเรือน สํานักข่าวกรองแห่งชาติ อาจดําเนินการด้วยวิธีการใด ๆ

รวมทั้งอาจใช้เครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์ เครื่องมือทางวิทยาศาสตร์ เครื่องโทรคมนาคม หรือเทคโนโลยีอื่นใด เพื่อให้ได้มาซึ่งข้อมูลหรือเอกสารดังกล่าวได้ ทั้งนี้ หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการดําเนินการให้เป็นไปตามระเบียบที่ผู้อํานวยการกําหนดโดยความเห็นชอบ ของนายกรัฐมนตรี

โดยระเบียบดังกล่าวอย่างน้อยต้องกําหนดให้มีการบันทึกรายละเอียดขั้นตอน การดําเนินการโดยเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบ เหตุผล ความจําเป็น วิธีการ บุคคลที่ได้รับผลกระทบหรืออาจได้รับผลกระทบ และระยะเวลาในการดําเนินการ รวมทั้งวิธีการป้องกัน แก้ไข

และเยียวยาผลกระทบ ต่อบุคคลภายนอกที่ไม่เกี่ยวข้อง การดําเนินการตามมาตรานี้ หากได้กระทําตามหน้าที่และอํานาจโดยสุจริตตามสมควร แก่เหตุแล้ว และเป็นไปเพื่อประโยชน์ด้านความมั่นคงหรือการป้องกันภัยสาธารณะ ให้ถือว่าเป็น การกระทําโดยชอบด้วยกฎหมาย

ปอท. เผย ‘น้องฟิน’ เปลือยอก-นัดยิ้ม เป็นสาวประเภทสอง คุมตัวดำเนินคดีแล้ว

เมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 17 เม.ย. ที่ บก.ปอท. พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ ดีพอ รอง ผบก.ปอท. ในฐานะโฆษก บก.ปอท.เปิดเผยถึงกรณีที่มีการแชร์ภาพผู้หญิงในเสื้อผ้าบางเบาแบบซีทรูแลเห็นหน้าอก โดยระบุว่าชื่อ ‘ฟิน’ นั้น

จากการตรวจสอบกับ สภ.เจ้าของพื้นที่ทราบว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจท้องที่เกิดเหตุทราบแล้วว่าบุคคลดังกล่าวเป็นสาวประเภท 2 กำลังควบคุมตัวมาดำเนินคดีข้อหาอนาจาร และอาจจะโดนความผิด พ.ร.บ.คอมพ์ ม.14(4) นำภาพลามกเข้าสู่ระบบคอมพ์ฯ ด้วย ซึ่งจะมีอัตราโทษแรง ปรับไม่เกิน 1 แสนบาท และจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือทั้งจำทั้งปรับ

ทั้งนี้ โฆษก บก.ปอท. กล่าวต่อว่า ก่อนสงกรานต์ บก.ปอท.เราได้เตือนในเรื่องดังกล่าวไปแล้วแต่ก็ยังมีคนฝ่าฝืนกระทำผิดจนได้ สำหรับคนอื่นเมื่อเห็นข่าวนี้แล้วขอร้องว่าอย่าแชร์หรือส่งต่อภาพดังกล่าวอีก เพราะจะมีความผิดไปด้วยเช่นเดียวกับคนโพสต์ภาพดังกล่าว